บันเทิง

'ภูฏาน'ความสุข-พุทธศาสนา-และลามะน้อยผู้กลับชาติมาเกิด

'ภูฏาน'ความสุข-พุทธศาสนา-และลามะน้อยผู้กลับชาติมาเกิด

10 ต.ค. 2554

'ภูฏาน'ความสุข-พุทธศาสนา-และลามะน้อยผู้กลับชาติมาเกิด:แขกรับเชิญ

          รับกระแสสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม ‘จิกมี’ กษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งจะอภิเษกสมรสในเดือนตุลาคมนี้ ในฐานะที่เป็นเมืองพุทธเหมือนกัน ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเหมือนกัน และเป็นประเทศเอกราช ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครเหมือนกัน จึงขอร่วมฉลองวาระอันเป็นมงคลนี้ ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของประเทศเล็กๆ ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ 
 
          ในหนังสือ “ภูฏาน : ความสุข พุทธศาสนา และลามะน้อยผู้กลับชาติมาเกิด” เขียนโดย “มนทิรา จูฑะพุทธิ” บรรณาธิการ-นักเดินทาง ผู้คร่ำหวอดในวงการหนังสือมาอย่างยาวนาน ได้เล่าถึงดินแดนแห่งความสุขแห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจไว้ว่า...
 
          ภูฏานเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนประเทศใดในโลกนี้ เป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศใช้นโยบาย‘ความสุขมวลรวมประชาชาติ’ (GNH : Gross National Happiness)  เป็นดัชนีชี้วัดการพัฒนาประทศ จีเอ็นเอชมีหลักการว่า
 
          ความมั่งคั่งทางวัตถุไม่ได้แปลว่าคนจะมีความสุข
 
          แม้ว่าภูฏานจะติดอันดับประเทศที่ยากจน แต่คนในประเทศนี้เป็นคนมีความสุข หน้าตายิ้มแย้ม จิตใจดี แถมบ้านนี้เมืองนี้ไม่มีขอทาน ไม่มีคนจรจัด และเป็นประเทศที่ปลอดภัยมาก
 
          ใครที่ไม่มีความสุข ใคร่ขอแนะนำให้ไปภูฏาน เพราะคุณจะสัมผัสได้ถึงมวลแห่งความสุขที่อยู่รายรอบ 
 
          ภูฏานเป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนประเทศใดในโลกนี้ เป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธวัชรยานเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งมีความเฉพาะและโดดเด่นมาก ในขณะที่ภูฏานใส่ใจในโลกของจิตวิญญาณหรือโลกุตรธรรม แต่ก็ให้ความสำคัญกับโลกียธรรมด้วยในเวลาเดียวกัน จึงไม่ต้องร้องว๊ายด้วยความต๊กกะใจถ้าเห็น ‘จ้าวโลก’ ห้อยต่องแต่งอยู่หน้าบ้านคนภูฏานราวกับเป็นของตกแต่งก็ไม่ปาน
 
          ด้วยความเชื่อว่า สัญลักษณ์นี้จะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาทำอันตรายคนในบ้าน (จึงนิยมแขวนไว้หน้าประตูบ้านเลยทีเดียว) อีกทั้งเชื่อว่า จะทำให้ครอบครัวอุดมสมบูรณ์ (ประการหลังนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย เพราะภูฏานเป็นสังคมเกษตรกรรม การมีลูกมากก็หมายถึงการมีแรงงานไว้ช่วยทำไร่ไถนา)
 
          ใครอยากเห็นเจ้าโลกเล็ก เจ้าโลกใหญ่ เจ้าโลกบินได้ เจ้าโลกสารพัดสี ใคร่ขอแนะนำให้ไปภูฏาน เพราะคุณจะได้เห็นรูปอย่างว่าวาดกันเป็นลำ เอ๊ย เป็นล่ำเป็นสัน ตามกำแพงบ้านเรือน ชนิดที่ว่า ยิ่งห่างไกลความศิวิไลซ์เท่าไร ก็ยิ่งอันใหญ่ขึ้นเท่านั้น
 
          ความพิเศษที่ทำให้หนังสือ ‘ภูฏาน’ เล่มนี้ไม่เหมือนใคร คือ การที่ผู้เขียนได้รับโอกาสให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก ณ พระตำหนักส่วนพระองค์ในกรุงทิมพู
 
          สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พระมเหสีองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก มีศักดิ์เป็นเสด็จป้าของกษัตริย์จิกมีองค์ปัจจุบัน ในบทสัมภาษณ์พิเศษที่พระองค์ทรงประทานเล่า พระองค์ทรงกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและภูฏาน ว่า…
 
          “ภูฏานนับว่าโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทำทุกอย่างเพื่อรับใช้ชาติ และปกป้องคุ้มครองประชาชนของพระองค์ ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้แหละที่ทำให้ชาวภูฎานยิ่งรักและนับถือพระราชาของเรายิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเมืองไทยก็เหมือนกันในเรื่องนี้”
 
          ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือ ‘ภูฏาน’ เล่มอื่นๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากชื่อของผู้เขียน “มนทิรา จูฑะพุทธิ” เพราะด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการหนังสือ ที่ต้องเรียกว่า ‘มืออาชีพ’ ประกอบกับมุมมองและความช่างสังเกตของเธอ ทำให้หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์ และเป็นมากกว่าหนังสือท่องเที่ยวทั่วไป
 
          ในบท ‘ตั๊กซัง ยังตายไม่ได้ถ้าไม่มาเห็นมหาวิหารแห่งนี้’ เธอเล่าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของภูฏานไว้ว่า...
 
          “ในหนังสือท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ล้วนบรรยายความยากลำบากของการเดินขึ้นสู่ตั๊กซังเสียจนอ่านแล้วใจฝ่อ แต่หลังจากพิชิตเส้นทางอันหฤโหด โดยทำสถิติการเดิน 3 ชั่วโมง 3 นาที กับอีก 3 วินาทีได้แล้ว ฉันก็มีคาถา 3 ข้อให้ท่องไว้ในใจสำหรับคนที่ตั้งใจจะไปชมสถานที่ที่เรียกว่า ‘ต้องไป’ (ให้ถึง) ดังนี้
          1.การเดินขึ้นเขาก็เหมือนการมีความรัก ต้องช้าๆ ใช้เวลา อย่ารีบร้อน
          2.มองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดีจะบอกว่า แค่เริ่มต้นก้าว ระยะทางก็สั้นลงแล้ว
          3.อย่ามองแต่จุดหมาย เพราะหากมองแต่จุดหมาย ไหนเลยจะเห็นรายละเอียดที่สวยงาม
 
          นอกจากนี้เธอยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น  unseen ของภูฏาน คือ ระบำ (ขาย) เปลือย ด้วย อยากรู้รายละเอียดว่าจัดขึ้นที่ไหน ช่วงเวลาใด ตามอ่านได้ในหนังสือเล่มนี้
 
          “ภูฏาน : ความสุข พุทธศาสนา และลามะน้อยผู้กลับชาติมาเกิด” เป็นหนังสือเล่มเดียวที่จะทำให้คุณ ‘รู้จักภูฏาน’ ในมุมที่ไม่เคยมอง พร้อมภาพประกอบสี่สี่ทั้งเล่ม ซึ่งสวยงามและตระการตามาก วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
 
          พิเศษสุด คนอ่านที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ ยังมีสิทธิ์เป็นผู้โชคดี ได้ส่วนลด 20,000 บาทในทริป ‘ท่องเที่ยวภูฏาน 4 คืน 5 วัน ปาโร-ทิมพู-ปูนาคา’ จากราคา 59,000 บาท เหลือเพียง 39,000 บาทเท่านั้น
 
          ดูรายละเอียดแพ็กเก็จทัวร์และโปรแกรมการเดินทางได้ที่ www.facebook.com/ampbooks สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 0-2432-9481 <http://www.facebook.com/ampbooks สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 0-2432-9481>
 
          อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว แพ็กกระเป๋าไปเที่ยวภูฏานกันเถอะ