
กินจุ
กินจุ:เล่นหูเล่นหา โดย... เจนิเฟอร์ คิ้ม
“หมี่ผัดจานนึง”
หมี่ผัดสีเหลืองผัดกับเต้าหู้ หมี่กึง เห็ดหอม และผักนานาชนิด โรยหน้าด้วยถั่วคั่วบดหยาบ รวมแล้วเรียกว่า “เจ” จานใหญ่ควันฉุยวางพูนตรงหน้าฉัน ตะเกียบ 2 อันสนธิกำลังกันสาวเส้นเข้าปากคำแล้วคำเล่าก็ยังไม่ยอมหมดลงง่ายๆ ทั้งแป้ง ผัก และไขมัน กองอยู่รวมกันในท้องกลมๆ ของฉัน เพียงไม่กี่วันน้ำหนักก็พุ่งขึ้น 1.5 กิโล ไม่ได้ตั้งใจจะกินเจ แต่เพราะเป็นคนกินจุ มีอะไรให้กินในช่วงนี้ก็กินเข้าไป ร้านรวงส่วนใหญ่เปลี่ยนมาขายอาหารเจต้อนรับเทศกาล ฉันก็เลยต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปกับเขาด้วย … อือ ซะที! แต่ก่อนจะถึงช่วงเจ ฉันก็ตระเวนกินจนเหนื่อย กักตุนไว้กะว่าเกิดจะหากินยากในช่วงนี้ โดยเริ่มจาก …
ขนมจีนน้ำยาป้าหวี (แม่ของสีเกด)
“เดี๋ยวจะเจแล้ว กลัวคุณคิ้มไม่ได้ทานอีกนาน เลยทำไว้ให้หม้อหนึ่ง ”
ฉันนั่งกินขนมจีนต่อหน้าป้าหวี กินไปชมไปเป็นที่สำราญใจ … 3 จาน (อย่าตกใจ จานละจับสองจับขนมจีนเอง) ที่เหลือก็ยังใส่ถุงเอากลับมากินต่อที่บ้านอีกมื้อสองมื้อ
“น่องห่านย่าง … บะหมี่น้ำขาหมู … โจ๊กหมูใส่ไข่เยี่ยวม้า … ผัดหมี่สิงคโปร์ ”
ไม่กี่อย่าง แต่บางอย่าง สั่งเบิ้ลเป็น 2 จาน กินซ้ำกันแบบนี้ 2 วันติดกันที่ร้าน “ คิงส์พาเลส ” (KING’S PALACE) ชั้น 2 เควิลเลจ (K VILLAGE) สุขุมวิท 26 … ดีใจที่ไม่ต้องไปไกลถึงฮ่องกงเพียงเพราะโจ๊กชามเดียวกับปาท่องโก๋อีก 2-3 ตัว เขาขายราคาเดียวกับที่ฮ่องกงอาจสูงไปหากเทียบกับชายสี่ฯ หรือบะหมี่รถเข็น ขอความกรุณาอย่าเทียบ กุ้งฝอยกับกุ้งมังกร เพราะมันคนละ … เอ่อ .. ความอร่อยกัน (รอดตัวไป) หาไม่แล้วก็ต้องไปกินตามภัตตาคารหรูๆ หรือ โรงแรม 5 ดาว ที่มีห้องอาหารจีน จะมาสั่งกินโจ๊กหรือบะหมี่ชามเดียวแล้วจบก็จะดูกระไรอยู่ แต่ที่นี่ …
ใครๆ เขาก็ทำกันแบบนี้ บางโต๊ะสั่งมาแบ่งกันอีกต่างหาก ชามโตขนาดนั้นต้องสายแข็งแบบบ้านฉันหรือลูกน้องทั้งสองของฉันถึงจะเอาอยู่ คนที่อยู่ในเทศกาลกินเจกรุณาข้ามประโยคต่อไปนี้เพราะอาจทำให้เจปริ หรือ เจแตกได้
นี่เตือนดีๆ แล้วนะ ห่านตัวใหญ่เขาเอาไปหมักแล้วย่างเอามาแขวนโชว์หน้าร้านตัวบะเริ่มเทิ่ม พอลูกค้าสั่งเป็นจาน เขาก็จะเอาน้ำมันร้อนๆ ราดบนหนังทำซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้หนังกรอบเหมือนออกมาจากเตาย่างใหม่ๆ แต่เนื้อยังนุ่มเหมือนเดิม จากนั้นก็จะสับติดกระดูก 1 ตัวแบ่งเป็น 4 จานๆ ละ 480 บาท เหมาทั้งตัวกลับบ้านก็ถูกลงไปนิด 1,800 บาท ฟังดูอาจจะแพงแต่สำหรับฉันแก๊งค์อุ้มเป็ดที่หอบเป็ด ห่าน ข้ามน้ำข้ามทะเลจากฮ่องกง, อังกฤษ และออสเตรเลียมาแล้วถือว่าคุ้มหากเทียบกับความสดใหม่ไม่ค้างคืนบนเครื่องและค่าตั๋วเครื่องบินอีกเป็นหมื่น เช่นนี้แล้วจึงดีใจมากมายยิ่งกว่าได้ผัว (ใหม่) บะหมี่ก็เป็นของฮ่องกงแท้ๆ เส้นเหนียวกรุบกรับตามตำรับกวางตุ้ง (เคยกินแบบนี้ที่ร้านแยงซีเกียง) บางคนอาจบอกว่าไม่สุก มันก็คงเหมือนกับเส้นสปาเกตตีที่คนอิตาเลียนเขาต้มแบบข้างในยังเป็นไต ส่วนคนไทยชอบนิ่มๆ แค่บะหมี่เปล่าๆ ราดน้ำซุปใสๆ โรยต้นหอมกับขิงซอยเป็นเส้นๆ ซดน้ำไปคำก็ทำให้อยากอยู่เป็นคนไปนานๆ จะได้กินของอร่อยแบบนี้อีก
ฉันไม่ได้พูดหรือเขียนเว่อร์หรอกเพราะตอนกินลองหลับตากินนึกว่าอยู่ฮ่องกงเสียอีก อารมณ์นี้ฉันเคยยกให้ซีฝู เจ้าของร้านแยงซีเกียง ที่เชียงใหม่ ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 5 คนเดียว ตอนนี้ยกให้ร้านนี้อีกร้านก็คงไม่เป็นไรเนอะ (แหม…เหมือนรักผู้ชายพร้อมกันหลายคน ประมาณสวยเลือกได้ แต่พอเห็นเงาในกระจกแล้ว … ถุย!) ขาหมูของเขาหอมเต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยวอะไรที่มีกลิ่นหมักๆ ไม่เหมือนใครจริงๆ ต้องลองมาชิมเองจะได้รู้ว่า อีนี่เว่อร์ เอ๊ย! ฉันไม่ได้เว่อร์จริงๆ นะ ยิ่งโจ๊กแล้วด้วย อยากรู้ว่าใครทำจะเอาทั้งโจ๊กทั้งคนกลับบ้านไปอยู่ด้วยกัน โจ๊กข้นกำลังดีมีหมูฉีกเป็นเส้นๆ กับไข่เยี่ยวม้า กินกับปาท่องโก๋ทอดกรอบๆ โอ้ว! คันหู ไม่รู้เป็นอะไร ฟินนาเล่กันไปเลย ขอเตือนไว้นิดว่า ปาท่องโก๋หันมาประมาณ 3 ตัว ราคา 50 บาท เคยซื้อร้านอร่อยตรงเยาวราช ตัวละ 5 บาท เทียบราคาแล้วน้ำตาจะไหล ต้องเข้าใจว่าค่าเช่าที่แพง เชฟก็มาจากฮ่องกง…เออ เข้าจาย…ย
ส่วนผัดหมี่สิงค์โปร์ก็เป็นเส้นหมี่เส้นเล็กๆ ฝอยๆ ผัดใส่หมูหั่นเป็นเส้นๆ มีถั่วงอกกับพริกระฆังหวานหั่นฝอย แล้วผัดใส่ผงกะหรี่ อันนี้เฉยๆ เพราะ “ซีฝู” ที่แยงซีเกียงเริ่ดกว่า! รายนั้นเขาใช้เส้นใหญ่ผัดหอมผงกระหรี่ เส้นเนี่ยละมุนลิ้น (เอ่อ … บินไปเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยดีมั้ย?) อาหารตกจานละ 160 - 480 บาท ถ้าไม่สั่งหมูหันฮ่องกงตัวละ 3,300 ก็อีกเรื่อง
ใครๆ เขาว่าติ่มซำที่โรงแรมเพนนินซูล่า เจริญนคร ห้องเหม่ยเจียงนั้นไร้เทียมทาน ฉันเลยต้องไปพิสูจน์ให้รู้กับปาก … เดินเข้าไปในห้องนั้น ช่างไฮโซ ถ้วยจานชามออกแบบลวดลายโดยศิลปินชื่อว่า ALAN CHAN เพื่อ “เหม่ยเจียง” โดยเฉพาะ เป็นรูปดอกไม้บ้าง เด็กจีนเล่นกันบนขอบจานบ้าง อาร์ตจริงๆ ที่ชอบกว่านั้นคือ เป็นรอยัลโบนไชน่า (ROYAL BONE CHINA) เนื้อกระเบื้องสีเหลืองงาช้างผิวบางๆ เบาๆ นั่งลงปุ๊บครัวก็จะปิดอีก 15 นาที จึงต้องรีบสั่งทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูแดง เผือกทอด หมูแดงเป็ดย่าง ราดหน้าหมู และหมูหันฮ่องกงที่แบ่งขายเป็นจาน … ดีใจอีกแล้ว! ไม่ต้องสั่งทั้งตัวเหมือนที่อื่น ฉันคงต้องเสียเงินประมาณ 2,400 บาท พอเป็นจานคือ 1 ส่วน 4 ราคา 620 … รับได้! เอฟเวอรี่ติ่มซำนั้นกุ้งเป็นกุ้ง หมูเป็นหมู ลูกโตๆ แบบคนมีอันจะกิน ไม่กระเหม็ดกระแหม่ แถมลดเฉพาะติ่มซำ 50% จันทร์ถึงเสาร์ สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรซิตี้แบงก์ แพลตินั่มซีเล็ค ถ้าเป็นวันอาทิตย์บัตรนี้ก็ยังลดได้ 25% (ตามโปรโมชั่นที่จัด ต้องเช็กกับที่โรงแรมก่อน) กลยุทธ์นี้ทำให้ได้ราคาเดียวกันกับอายัท โรงแรมแม่น้ำที่มีติ่มซำอร่อยใกล้เคียงกัน
จุดเด่นของเหม่ยเจียงก็คือความหรูของร้าน อาหารอร่อยและการบริการระดับ 5 ดาว … วุ้ยแต่ละร้านสู้กันเข่งขนมจีบเดือดกันทีเดียว คราวหน้าฉันจะไปชิมอย่างอื่นรวมทั้งเป็ดปักกิ่ง ตัวละ 1,200 กว่าๆ แล้วจะกลับมาบรรยายความตะกละให้ฟัง
เห็นแบบนี้แล้วอยากให้ “ซีฝู” ร้านแยงซีเกียงมาเปิดร้านที่กรุงเทพฯ “อร่อยเท่าเพนนินแต่ราคาติดดิน” น่าจะเป็นคำขวัญของร้าน “แยงซีเกียง” เพราะ “ซีฝู ” (เจ้าของร้านและเชฟ) นั้นมาตรฐานสูงแต่กลัวคนไม่กล้ากินจึงตั้งราคาต่ำกว่าทุกร้านที่ฉันไปกินมา อาจเป็นเพราะขายให้คนเชียงใหม่กิน ที่นั่นคือที่ปราบเซียนสำหรับคนทำการค้าที่ต้องหั่นราคาแข่งกันแต่ไม่ยอมหั่นคุณภาพ เป็นคนเชียงใหม่นี่โชคดีเหมือนกันนะ … ถ้ามาเปิดที่กรุงเทพฯ ก็เป็นโชคดีของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนกินจุอย่างฉันจะไปกินทุกวันเลย
หมี่เจจานเดียวไม่สามารถหยุดความหิวของฉันได้ ดังนั้น ผัดผักรวม ต้มยำเห็ด หอยจ๊อเจ ผัดไทยเจ จึงตามมาเป็นขบวนเต็มโต๊ะ ทั้ง ฉัน สีเกด และนุชนาฎ ซึ่งตั้งใจจะละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงต้องกินกันสุดชีวิต ศีล 5 ที่ถือกันช่วงเจ พวกเราทำได้ครบ ถ้าหนึ่งในนั้นไม่มีความละโมบหรือตะกละรวมอยู่… กินจนจุกสะดือ กลับมานั่งเขียนหนังสือถึงตอนนี้หิวอีกแล้ ต้องอดทนไว้ คนจะทำความดีนี่จิตใจต้องหนักแน่นจริงๆ นะ …
กินมาม่าหมูสับดีกว่า!



