
ค้นหัวใจหนุ่มเนื้อหอม'บอย'ปกรณ์
มารู้จักกับหนุ่มคนนี้ที่กุมหัวใจของสาวฟลาย ๆ คน เรื่อง : ดวงใจ สอาดจิตต์ / เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
ใครที่กำลังหลงรักผู้ชายหน้าตี๋ ไว้หนวด มาดเซอร์ อย่าง "บอย" ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ กับละครที่กำลังออกอากาศเรื่อง "รอยมาร" ประกบนางเอกคู่ขวัญ "มากี้" ราศรี บาเลนซิเอก้า จนแฟนละครตามลุ้นให้ปิ๊งรักนอกจอ วันนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" และรายการ "แมงโก้ แบงโก้" จะมาอัพเดทผลงานของหนุ่มโสดมาดเซอร์คนนี้
ผลงานละคร เรื่อง รอยมาร ความยากง่ายในเรื่องนี้
ตอนนี้ละครถ่ายทำเสร็จไปแล้ว เรื่องความยากคงเป็นเรื่องโลเกชั่นในการถ่ายทำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฉากในบ้าน เพราะเหตุการณ์ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบ้าน กลับมาร่วมงานกับมากี้อีกครั้ง ก็ทำงานกันง่ายขึ้น เพราะเราเคยร่วมงานกันมาแล้ว ในละครเรื่อง "วายุภัคมนตรา" ยิ่งเรื่องนี้เวลาเข้าฉากทะเลาะกัน จะต้องปะทะคารมรุนแรง ต้องถึงเนื้อถึงตัวกัน พอสนิทก็ทำให้ไม่ต้องเกรงใจกันมาก เพราะคุ้นเคย รู้ทางกันในการทำงานกันแล้ว
คาแร็กเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง
คาแรกเตอร์ในเรื่องของผม จะแตกต่างจากมากี้หมดเลย เพราะมากี้ในเรื่องเขาจะเป็นเด็กเกรียนๆ หน่อย (ยิ้ม) แต่ผมจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว นิ่งๆ ขรึมๆ โดนปลูกฝังเรื่องความแค้นกับครอบครัวนางเอกมาจากพ่อ เหมือนผมจะถูกใช้เป็นหนึ่งในแผนการล้างแค้นของพ่อ พอมาเจอนางเอก ก็ไม่ถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยคาแร็กเตอร์ของผมจะเป็นผู้ใหญ่ ถ้าสังเกตเวลาดูละคร ตัวอุปมาเวลาที่อยู่กับคนอื่น กับเวลาอยู่กับนางเอกจะต่างกัน พอเจอนางเอกจะทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ จนลืมความเป็นผู้ใหญ่ไปเลย
บุคลิกที่จริงของบอยเป็นคนขรึมๆ ไหม
ไม่เลย ตัวจริงของผม เป็นคนบ้าๆ นะ (หัวเราะ) เฮฮาปาร์ตี้ ซึ่งละครเรื่องนี้ เป็นคาแรกเตอร์ที่ไกลตัวผมมากที่สุด ตอนแรกที่เข้าฉาก คนในกองจะรู้เลย ว่าผมค่อนข้างเครียดอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ เพราะปรับตัวกับคาแรกเตอร์ยังไม่ค่อยได้ นึกภาพไม่ออกว่าต้องเล่นยังไง
ร่วมงานกับมารกี้จนกลายเป็นคู่ขวัญไปแล้ว
ด้วยความที่เราสนิทกัน เวลาเล่นละคร แล้วต้องเข้าฉากแตะเนื้อต้องตัว ถ้าผมเล่นกับคนที่ไม่สนิท จะคิดเยอะว่า เอ๊ย..ถ้าเราทำอะไรรุนแรง เขาจะด่าเรามั้ยเนี้ย (หัวเราะ) ในใจก็กลัวว่าเขาจะไม่พอใจเราหรือเปล่า แต่กับมากี้เราคุ้นเคยมาก จนไม่มีความเกรงใจกันแล้ว (ยิ้ม) บางทีเรื่องของจังหวะในการบิ้วอารมณ์ ก็จะช่วยรับส่งกันได้ แต่กับคนที่ไม่สนิท ถ้าเราจะไปบอกเขาว่าเล่นถึงตรงนี้แล้ว ช่วยรออารมณ์ผมนิดหนึ่งนะ เราก็ไม่กล้าพูด เพราะไม่รู้ว่าเขาจะว่าอะไรเราหรือเปล่า
ฉากประทับใจ
มีเยอะนะ แต่เรื่องนี้ฉากทะเลาะกันค่อนข้างจะมัน ในทุกๆ ฉาก ทะเลาะกันรุนแรง เป็นแนวปล้ำๆ กัน ไม่ได้ปล้ำแบบน่ากลัวนะ แต่ปล้ำแบบมวยปล้ำ (หัวเราะ) มากี้จับผมตีเข่า ผมจับมากี้ทุ่มบนเตียง แต่ฉากที่ชอบ คงเป็นตอนท้ายๆ เรื่อง เมื่อทั้งคู่เริ่มรู้สึกชอบกัน แต่กลับมีความรู้สึก ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ได้แต่งงานจากความรัก แต่แต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่ จะมีฉากหลายๆ ฉากที่น่ารัก และเศร้าด้วย เป็นโรแมนติกดราม่า
แล้วเรื่องเฮฮาในกองถ่ายล่ะมีเยอะไหม ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย
มีเยอะเลย เพราะในเรื่องนักแสดงจะวัยเดียวกันหมด อย่างโบ (เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์) เขาเป็นผู้หญิงนะ แต่จะแกล้งผมเยอะมาก เวลาที่ต้องเข้าฉากกับเขา พอเขาเล่นเสร็จหลุดซีนจากกล้องไปแล้ว เขาจะแกล้งทำท่าอุบาทว์ๆ ให้ผมดู ทำให้ผมหลุดขำ ต้องเทกใหม่ตลอด
มากี้มีอะไรเฉิ่มๆ โก๊ะๆ ในกองบ้าง
ทุกคนในกอง จะรู้ว่ามากี้โก๊ะมาจริงๆ เขาเป็นคนโก๊ะตลอดเวลา ชอบทำอะไรงงๆ เป็นคนที่ถามเส้นทางไปไหนไม่ได้เลย ใช้คำว่าห่วยก็ได้ (หัวเราะ) เพราะเขาอธิบายทางได้แย่มาก ถ้าใครโทรไปถามจะหลงแน่นอน บอกทางผิดขนาดที่ว่าจากซ้ายเป็นขวา อย่างเวลาที่ผมไม่รู้จักทางจริงๆ แล้วต้องโทรไปถามเขา เขาจะบอกว่าต้องเลี้ยวตรงนี้นะ แต่ความจริงผิดทางหมดเลย จากทางที่ต้องเลี้ยวซ้าย เขาจะบอกให้ผมเลี้ยวขวา เป็นแบบนี้บ่อยมาก แต่ผมก็ไม่เข็ดนะ ชอบลืมว่าเขาอธิบายทางแย่ จะโทรไปถามทางเขาทุกครั้ง (หัวเราะ)
เข้าฉากกุ๊กกิ๊กเขินมั้ย หรือกลายเป็นชิน เพราะคุ้นเคยกันไปแล้ว
ฉากกุ๊กกิ๊กในเรื่องมีน้อยมาก จะมีตอนท้ายๆ ที่กลายเป็นซีนโรแมนติกดราม่ามากกว่า ซีนหวานๆ จะกลายเป็นซีนมีน้ำตา (ยิ้ม) มีกุ๊กกิ๊กบ้างแต่ไม่เยอะ มีทะเลาะกันไปแกล้งกันมา เลิฟซีนกับมากี้จะไม่ค่อยมีเลย มีอยู่ฉากหนึ่งที่ทั้งคู่เปิดใจให้กัน แต่เราไม่ได้เน้นตรงนั้นมากเท่าไหร่
ละครให้อะไรกับคนดู
เรื่องรอยมาร ความจริงคำว่า "มาร" ในเรื่องอาจหมายถึงตัวมากี้ก็ได้ เพราะมากี้จะเป็นปมของเรื่อง ที่ทำให้เกิดการแก้แค้นระหว่าง 2 ตระกูลขึ้นมา เรื่องราวเกี่ยวกับความแค้น ตอนท้ายเรื่องละครจะสอนว่าแก้แค้นไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา การปล่อยวางเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ถามว่าผมพัฒนาตัวเองไปมากน้อยแค่ไหน ผมไม่รู้ว่าผมพัฒนาตัวเองได้แค่ไหน แต่ที่ผมรู้คือ ผมได้ประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆ ในการทำงาน ซึ่งตรงนั้น อาจจะไปพัฒนาในเรื่องของการแสดงได้ อย่างน้อยการเล่นละครเรื่องนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้เทคนิคในการแสดงที่ไม่เคยรู้มาก่อน
คิวฮอตยาวเหยียด
ละครเรื่องต่อไป อย่าง 30 หนุ่มเนื้อทอง กับ แววมยุรา ได้ร่วมงานกับน้อง มารี เบรินเนอร์ ซึ่งเป็นนักแสดงหน้าใหม่
ผมได้ร่วมงานกับร้องมารี 2 เรื่องเลย ได้เข้าฉากด้วยกันบ้างแล้ว รู้สึกว่า น้องเขาโอเคเลย ในเรื่องของการแสดงหรือแอ็คติ้ง เขาก็ใช้ได้เลย ได้เข้าฉากด้วยกันวันแรก เขาเล่นได้ขนาดนี้ ถือว่าดีแล้ว คิดว่าเดี๋ยวคงปรับตัวกันไปไม่ยากเท่าไหร่
กลายเป็นป๋าดันไปแล้ว เพราะประกบน้องใหม่อย่าง มารี ถึง 2 เรื่อง
คงเป็นเรื่องของความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่มองมากกว่า เพราะทุกอย่างผมทำเต็มที่ ผมไม่ได้ทำเพื่อน้องอย่างเดียว แต่เพื่อละครด้วย เพื่อตัวผมเองด้วย เพราะละครการที่จะเล่นแล้วออกมาดี ต้องไปด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่ไปคนเดียว มีแนะนำเรื่องการแสดงบ้างนิดหน่อย
สามหนุ่มเนื้อทองให้เล่าถึงน้องใหม่ "เคน" ภูภูมิ พงษ์ภาณุ ว่าเป็นอย่างไร
หน้าตาผมกับเคนก็เหมือนกัน ถ้าผมโกนหนวด ก็แอ๊บหน้าอ่อนได้เหมือนกัน (หัวเราะ) ความจริงโอเคนะ กับเคนถึงเขาจะจะเพิ่งมาเล่นละครด้วยกัน แต่เราก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เขาเป็นนักแสดงที่มีของ ยังไงก็ฝากให้ติดตามผลงานด้วย (ยิ้ม) ตอนนี้ถ่ายทำไปได้ส่วนหนึ่ง มีคิวออนแอร์ต่อจาก "เกมร้ายเกมรัก" ของ ณเดชน์ คูกิมิยะ
มีหนังติดต่อมาบ้างไหม
ด้วยความที่ผมเป็นเด็กช่อง ผมจะรับละครเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดช่วงไหน มีหนังติดต่อมา แล้วคิวได้ก็รับเล่น อย่างที่บอกเหมือนเปิดกล้อง 2 เรื่อง 7 วัน อาจจะไม่มีเวลาว่างเท่าไหร่ ถามเรื่องความแตกต่างระหว่างหนังกับละคร หนังค่อนข้างจะยากกว่า ด้วยความที่หนังจะมีกล้องเดียว ต้องเล่นซ้ำๆ กันหลายครั้ง เรื่องของกาทำอารมณ์ให้ต่อเนื่องเหมือนกันทุกครั้งที่เราเล่นก็สำคัญ และค่อนข้างแตกต่างกับละคร ตรงที่มีความสมจริงมากกว่า การแสดงจะไม่เล่นใหญ่เท่ากับละคร เพราะเป็นเหตุการณ์จริงในชีวิตมากกว่า
คิดอย่างบอย
มองอย่างไร เรื่องของดาราสมัยนี้ ที่ต้องมีข่าวฉาวเพื่อออกงานอีเวนท์
ความจริงเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ ซึ่งผมไม่รู้ว่าเรื่องมันเกิดจากอะไร และผมคิดว่าแต่ละคนมีการทำงานที่แตกต่างกัน หมายความว่างานตรงนี้ ค่อนข้างมีความหลากหลายในแต่ละสาขา อย่างนักแสดงจะมีถ่ายแบบ เดินแบบ มีวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ถ้าเป็นการทำงานที่สุจริตแค่นี้ก็โอเคแล้ว
ชีวิตเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน
เปลี่ยนไปในแง่ที่ว่ามีคนรู้จักเรามากขึ้น แต่ส่วนตัวผมก็ยังใช้ชีวิตปกติ ยังซกมกเหมือนเดิม (หัวเราะ)
มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นไหม
ผมจะมีแฟนคลับของตัวเองบ้างอยู่แล้ว แต่พอเล่นละครกับมากี้ คนดูคงชอบ อาจจะมีแฟนคลับของเรา 2 คนที่ชอบเราทั้งคู่ จะตั้งเป็นบ้าน มากี้กับบอย อยู่ในเว็บไซต์พันทิป เขาจะเชียร์ให้เราเป็นคู่รักกันนอกจอ
แฟนคลับเชียร์แล้วมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
โอโห้...รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว มีข่าวด้วยกันตั้งแต่เล่นละครเรื่องก่อน เรามีความเป็นพี่น้องกันไปแล้ว แต่ถ้าถามว่าสนิมกันมากมั้ย สนิทกันมากนะ ความจริงเราเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนกันมาก่อน ไม่ได้คิดในเรื่องนั้นมาตั้งแต่แรก พอคุยกันไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกชอบนิสัยมากี้ ที่ว่าเขาเป็นผู้หญิงลุยๆ ง่ายๆ สบายๆ เป็นน้องที่น่ารักด้วย จนเรากลายเป็นเพื่อนกันไปเลย บางทีคุยกันไปเรื่อยๆ เขาลืมด้วยมั้งว่าผมเป็นพี่เขาตั้ง 6 ปี (หัวเราะ) แต่เขาเป็นคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่นะ
หัวใจของหนุ่มโสด
ความรักเป็นอย่างไรบ้าง มีข่าวกับสาวๆ หลายคน
ผมมีข่าวกับทั้งมากี้ แต้ว (ณฐพร เตมีรักษ์) และก็จ๊ะ (จิตตาภา แจ่มปฐม) ด้วยความที่ภาพของผม จะเป็นแนวเพลย์บอย ดูโฉดๆ หน่อย คนต้องคิดว่าผมคงมีแฟนตลอด พอเป็นโสดเลยโดนจับคู่ ทำให้เป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ และคนที่เป็นข่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเพื่อนกันหมดทุกคน ไม่จริงเลย ถามว่าพักใจมั้ย ผมไม่ได้พักใจหรือว่าอะไรเลย น่าจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ไปเจอใคร เข้ามาคุย ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าเราไม่ได้เหงามาก ถึงขนาดที่ว่าต้องไปหาใครมาเป็นแฟน เราอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ผมคิดว่าวันหนึ่งที่ต้องมีใครคงมาเอง ความจริงก็มีเหงาๆ บ้าง บางเวลาที่เห็นคนอื่นมีแฟน
แหม...เป็นหนุ่มโสดสนิท ที่สาวๆ ไม่ส่ายหน้าเลยจริงจริ๊ง!
ชื่อจริง : ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์
ชื่อเล่น : บอย
วันเกิด : 20 สิงหาคม 2527
การศึกษา : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทืยาลัย
ผลงานละครที่ผ่านมา : ไฟรักอสูร หัวใจสองภาค สามหัวใจ วายุภัคมนตรา
ผลงานปัจจุบัน : รอยมาร



