บันเทิง

สิ้นเสียงทอง'กาเหว่า'ลาแล้ว'หนุ่มเรือนแพ'

สิ้นเสียงทอง'กาเหว่า'ลาแล้ว'หนุ่มเรือนแพ'

03 ต.ค. 2554

สิ้นเสียงทอง'กาเหว่า'ลาแล้ว'หนุ่มเรือนแพ'

          กลางดึกคืนวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา วงการลูกทุ่งต้องโศกเศร้าอีกครั้งเมื่อวิหคพเนจร "กาเหว่า เสียงทอง" นักร้องแนวเพลงแหล่ วัย 64 ปี ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกล่องเสียง หลังเข้ารักษาตัวที่ รพ.พระนั่งเกล้าได้ไม่กี่วัน โดยก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ได้ไปเยี่ยมอาการป่วยของนักร้องดังที่โรงพยาบาลตามข่าวที่ได้เสนอไปเมื่อวันพุธที่ 28 กันยายน ผ่านมา  หลังจากนั้นได้เพียง 2 วัน ไม่ทันที่เพื่อนฝูงในวงการจะได้ช่วยเหลือหรือเยี่ยมเยียนกัน กาเหว่า เสียงทอง ก็ลาโลกไปอย่างประทันหัน วารินทร์ มาเกิด ภรรยากาเหว่า บอกด้วยนํ้าเสียง ปนสะอื้นว่า
 
          "พี่กาเหว่า ป่วยเป็นโรคกล่องเสียงอักเสบ กินอาหารอะไรไม่ได้เลย กินได้เพียงแต่นมและอาหารแบบ อ่อนๆ ก็เริ่มพาไปรักษาตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา พี่กลัวว่าจะเป็นมะเร็งบริเวณลำคอ จึงให้แพทย์ตรวจและรักษาเรื่อยมาโดยไปที่คลินิก ซึ่งเขาก็ฉีดยาให้อาการก็ดีขึ้น แต่ไม่กี่วันก็เจ็บคออีกก็มารักษาตัวที่ รพ.พระนั่งเกล้า หมอก็พบเนื้องอกเลยตัดไปพิสูจน์ และเมื่อวันที่ 29 กันยายน แพทย์ได้แจ้งผลการตรวจว่า ไม่ได้เป็นมะเร็งแต่อย่างใด พอมาถึงช่วงดึก พี่กาเหว่า ก็มีอาการไม่ดีก็เลยพาไปหาหมอฉีดยา จนอาการดีขึ้นจึงกลับมาที่บ้าน แกก็หอบหายใจไม่ออก เราก็ถามว่าพี่เป็นอะไรไหวไหม พี่ก็พาไปนั่ง แกให้พี่ไปอาบนํ้า ส่วนแกนอนอยู่ที่เตียงชั้นล่าง พอพี่อาบน้ำเสร็จออกมาแกก็เสียชีวิตแล้ว"
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วอาการเป็นอย่างไร วารินทร์ กล่าวว่า
 
          "เขารู้ตัวเขาบอกว่าทนได้เราอย่าเครียดยิ้มเข้าไว้ หมอไม่ได้บอกกับเราว่าพี่เขาเป็นมะเร็ง ป๋าสมชาย เจ้าของวันชัยยนต์ ซึ่งเขาดูแลครอบครัวเราอยู่เขาไปถามหมอ ป๋าสมชายบอกว่า หมอบอกเขาว่าพี่กาเหว่าเป็นมะเร็ง เป็นมาก ลงปอดแล้ว พี่กาเหว่าสั่งว่า ทุกอย่างให้เราจัดการเขาไม่มีใคร ก่อนที่อาจะเข้าไปอาบนํ้าพี่เขายกนิ้วให้ว่าเราสุดยอดทำให้เขาทุกอย่าง พี่เขารู้ว่าเขาเป็นมะเร็งแต่ไม่บอกให้เรารู้ เขาใจแข็งมากช่วงที่เป็น ร้องเพลงไม่ได้เลย แต่ก็ไม่ยอมบอกใครเกรงใจเพื่อนๆ อยู่กับพี่กาเหว่ามา 9 ปี แล้วพี่เขาเลิกกินเหล้า ไม่เที่ยวเตร่ เราก็ย้ายมาเช่าทาว์เฮ้าส์อยู่ที่หมู่บ้าน ลวัฒกาญจน์ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย พี่เขาก็รับร้องเพลงทั่วไปและก็ทำขวัญนาคไปด้วยชีวิตก็เรียบง่าย พี่เขา บอกแต่เพียงว่าจะฝากผีฝากไข้กับเรา เมื่อคืนพี่ก็อยู่กับเขาจนสว่าง ส่วนศพก็จะนำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดบางไผ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อไป สวด 7 วัน ฌาปนกิจ วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม"
 
          สำหรับประวัติของกาเหว่า เสียงทอง ซึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 ว่า
 
          "ผมกำพร้าแม่ตั้งแต่เกิด อยู่กับพ่อ 2 คน พอพ่อเสียก็ใช้ชีวิตเร่ร่อนเกเรไปเรื่อยๆ มาเป็นกรรมกรตั้งแต่อายุ 11-12 ปี จนถึงอายุ 17 ใจชอบเรื่องการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ชอบเชียร์รำวง วันหนึ่งวงดนตรีสุรพล (สมับติเจริญ) มาเปิดการแสดงใกล้ๆ ที่ทำงาน ก็แอบดูเขา พอรุ่งเช้าก็ไปสมัครร้องเพลงกับวงสุรพลที่ซอยสารภี 3 แต่เขาไม่รับ เพราะเราร้องร่องเดียวกับไวพจน์ เพชรสุพรรณ ตอนนั้นเขาเป็นคู่แข่งกันอยู่ พอวง สมานมิตร เกิดกำแพง มาเปิดการแสดงที่วิทยุ ปชส.7 แถวใต้สะพานพุทธ ผมก็ไปสมัครเป็นนักร้องอีกครั้ง วงก็ไม่รับอีก ดีที่ปทุมทิพย์ บัวตมะ แฟนสมานมิตร เขาสงสารเลยรับไว้ แต่ไม่ได้เป็นนักร้อง มาแบกกลองช่วยงานอยู่ 2 ปี ก็ได้ขึ้นร้องครั้งแรก ที่กว๊านพะเยา หลังจากแต่งตัวเก้อหลายครั้ง ตอนนั้นร้องเพลง “สามปีที่ไร้นาง” (ต้นฉบับโดยไวพจน์ เพชรสุพรรณ) คนปรบมือสนั่นเลย เมื่อก่อนวิกเขาล้อมด้วยสังกะสี พอคนปรบมือมันเลยดังก้องดี (หัวเราะ) สมานมิตรเลยตั้งชื่อให้ว่า กาเหว่า เสียงทอง ให้ คล้องกับ การะเวก เสียงทอง  ผมมาอยู่วงไวพจน์ อยู่ได้ไม่นาน เขาก็เชิญออก เพราะร้องร่องเดียวกับเขา ผมเลยมาอาศัยอยู่แถวบางกระบือ จนมารู้จักกับ ศักดิ์สิทธิ์ ไทรน้อย ซึ่งเป็นเพื่อนกับ การะเวก เสียงทอง อีกที เขาพาไปฝากวง เพลิน พรหมแดน ก็อยู่กันนานจนมาได้ร้องเพลงอีกหน กลายเป็นตัวเด่นของวงไป เพลินเห็นแววเลยพาไปหาครู ไพบูลย์ บุตรขัน ครูเขาจับแนวเสียงผมได้ เลยแต่งเพลง “หนุ่มเรือนแพ” ให้ร้อง ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ได้บันทึกเสียง หลังจากเพลง หนุ่มเรือนแพ แพร่กระจายไป ส่งผลให้ชีวิตของกาเหว่า เสียงทอง พลิกผันโด่งดังขึ้นมาทันที”
 
          เพลง ”หนุ่มเรือนแพ” กลับมาเป็นกล่าวขานกันอีกครั้งเมื่อได้รับรางวัลพระราชทานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2 เมื่อปี 2533
 
          หลังจากนั้นชีวิตของกาเหว่า เสียงทอง ก็มาถึงจุดตกต่ำอีกครั้งเมื่อครอบครัวแตกแยก และเขากลายเป็นคนติดเหล้า ไม่ค่อยมีใครอยากคบค้าด้วย จนกระทั่งภายหลังมาอยู่กินกับ วารินทร์ ภรรยาคนสุดท้ายและเลิกกินเหล้าอย่างเด็ดขาด ความนิยมและงานร้องเพลงเริ่มกลับมา นอกจากรับงานร้องเพลงแล้ว ยังรับจัดวงดนตรีไว้บริการตามงานบวช งานแต่ง งานเลี้ยง พร้อมกับรับงานทำขวัญนาคคู่กับพี่ชายบุญธรรมอย่าง การเวก เสียงทอง อีกด้วย