
ทำไมหนังไทยตอนนี้เจ๊งอุตลุด
ทำไมหนังไทยตอนนี้เจ๊งอุตลุด:หนังจอกว้าง โดย... !นันทขว้าง สิรสุนทร
ความเห็นก็ดี คำพูดบางอย่างก็ดี ที่หลุดออกไปมาจากงานเสวนา “อุโมงค์ผาเมืองบาดเจ็บ” เมื่อคืนวันจันทร์ในโรงหนังเฮาส์ RCA นั้น
ถึงจุดจุดหนึ่ง มันสะท้อนอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นอีกครั้ง กับอุตสาหกรรมหนังไทยในเวลานี้ ซึ่งออกไปทางเจ๊ง ขาดทุน มากกว่ากำไรและลอยตัว
อาการเจ๊งต่อเนื่องของหนังไทยหลายเรื่องนั้น เราไม่สามารถจะฟันธง ตัดสิน ได้เพียงเหตุผล “ข้อเดียว” อาทิ หนังไทยเลวเอย ตั๋วแพงเอย 160-180 บาท, หนังฝรั่งดีกว่าเอย หรือนักแสดงไม่เก่ง รวมทั้ง “อื่นๆ อีกมากมาย” ที่จะสามารถนำมาอ้างได้
แต่การบาดเจ็บหนัก ถึงขั้นบางเรื่อง “หามเข้าโรงพยาบาลกลางดึก” นั้น มันน่าจะวิเคราะห์ได้ 4-5 สาเหตุ มากกว่าจะไปฟันธง ใช้อารมณ์แบบ “เรยาตบกัน” และใช้เพียงเหตุผลเดียวอธิบาย สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้
ประเด็นแรกที่ตัดทิ้งไปก่อนเลยและถูกกล่าวหาก็คือ โรงหนังปล่อยให้มีหนังฝรั่งเข้าฉายมากเกินไป เรื่องนี้ไม่จริงที่สุด เพราะตอนที่แฟนฉัน, รถไฟฟ้ามาหานะเธอ, ลัดดาแลนด์ หรือ โหมโรง ฟาดเงินกันไป 100 กว่าล้าน (หรือน้อยกว่านี้ไม่มาก) นั้น เราลืมไปเหรอว่า มันก็มีหนังฝรั่งเข้าฉาย “เยอะตลอดเวลา”
เรายอมรับได้ไหมว่า แม้ ศรัณญู วงศ์กระจ่าง จะเป็นนักแสดงที่ดีคนหนึ่งของบ้านเรา แต่หนัง “คนโขน” นั้น ทำได้ไม่ถึง หลายอย่างน่าเสียดาย แม้จะชื่นชมการแสดงของรุ่นเก๋าอย่าง สรพงศ์ ชาตรี กับ นิรุตต์ ศิริจรรยา ผมไม่แปลกใจที่มีคนพูดว่า คนโขน เป็นหนังที่ได้เงินน้อยสุดๆ แบบ “ช็อกทีมงาน”
ก่อนหน้าและคล้อยหลังหนังอย่าง คนโขน แม้จะมีหนังไทยจับตลาดวัยรุ่นชัดๆ ออกมาอยู่ส่วนหนึ่ง แต่หนังก็ไม่ได้โดนความรู้สึก หรือแหวกความจำเจออกไปจากกรอบเดิมๆ คนที่ดูมักจะมาพูดว่า ก็งั้นๆ เวลาดูหนังไทยในช่วงหลัง มีข่าวเล็ดลอดจากวงในที่น่าเชื่อถือได้ว่า หนังไทยเหมือนโดนไวรัสแพร่ระบาด เจ๊งยับอย่างต่อเนื่อง
จนหวยมาออกที่ “อุโมงค์ผาเมือง” ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่า มีหลายฝ่ายคาดหวังให้เป็นหนัง talk of the town หรือเป็นพวก sleeper คือ น้ำนิ่งไหลลึก(ไหลไปตามตารางบ็อกซ์ ออฟฟิศ)
ซึ่งเมื่อถึงเวลานี้ ตัวเลขของอุโมงค์ฯ น้อยกว่าที่คิด และมันมากพอที่จะทำให้คนกลุ่มหนึ่งในวงการหนัง ลุกขึ้นมาตั้งคำถามว่า ทำไมคนไทยไม่ดูหนังไทย (ซึ่งจะว่าไป เป็นคำถามที่เชย)
สิ่งที่น่าจะถามกันเองก่อนก็คือ หนังไทยมีความหลากหลายมากพอไหม หรือหนังไทยมุ่งไปที่ตลาดเดียวคือ “วัยรุ่น” จนทำให้ตลาดนิ่งในพื้นที่หนึ่ง เราจะเห็นหนังไทยที่ทิ้งน้ำหนักเต็มตัวที่วัยรุ่นออกมาเยอะมาก ซึ่งค่ายหนังไม่ผิดนะครับ เพราะเขาทำธุรกิจ เมื่อมองเห็นว่า วัยรุ่นคือลูกค้าที่จะซื้อ คนทำก็สร้างสินค้าไปที่ทาร์เก็ตนั้น
แต่การที่ “คนโขน” เจ๊ง “อุโมงค์ผาเมือง” พัง และ “ห่วยขั้นเทพ” ดันได้ตังค์นี่ มันก็ขยายภาพออกมาได้ทีละมิติ เหมือนกันว่า นอกจากสินค้าจะเกี่ยวข้องแล้ว การตลาด การวาง positioning ของสินค้า การเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมไทย เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้ การถ่ายภาพ หรือการดีไซน์คอสตูมในหนัง
ผมรู้สึกเห็นใจหม่อมน้อยเหมือนกัน นะครับ แต่ก็ไม่คิดว่าคนดูบ้านเรา จะผิดอะไรที่เขาจะดูหรือไม่ดูหนังไทยหรือหนังเทศ อุโมงค์ผาเมืองนั้น คุยกับคนรุ่นหนึ่ง เหมือนที่ ห่วยขั้นเทพ คุยกับคนอีกรุ่นหนึ่ง
ฉะนั้น เมื่อคำตอบของหนังช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จะบาดเจ็บ หามส่งโรงพยาบาล มันก็อธิบายได้ว่า มันมีสาเหตุมาจากหลายๆ อย่าง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม น้ำท่วม ตัวหนังและการตลาด ที่สำคัญก็คือ เมื่อค่ายหนังเลือกแล้วว่า จะทำหนังแต่วัยรุ่น คุณก็ต้องยอมรับ ถ้าตลาดคนดูมันจะไปกระทบ หนังแบบหนึ่ง เนื่องเพราะมันเป็นผลหรือเอฟเฟกท์ จากที่ค่ายหนังหลอมมันขึ้นมาเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังไทยเน้นวัยรุ่น มันอุดอู้อยู่นานๆ มันก็จะสวิงไปเองโดย timing และการสวิงนี้ ก็กำลังจะถูกอธิบายโดยหนังที่ลองจับตลาดคนอายุ 30+ ถึงสองเรื่องจากสองค่าย ในกลางเดือนตุลาคมนี้ หลายปีก่อน ผมก็เคยเชื่อว่าทำไมคนไทยไม่ดูหนังไทย แต่ในเวลาต่อมา ผมก็เลิกเชื่ออะไรแบบนี้ เพราะปรากฏการณ์ของเพื่อนสนิท โหมโรง แฟนฉัน สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ลัดดาแลนด์ สุริโยไทย ต้มยำกุ้ง องค์บาก บุปผาราตรีบางภาค ชัตเตอร์ และอีกมากมาย ที่ฟาดเงินไปน้องๆ ร้อยล้านบาท
มันทำให้ผมเลิกคิดว่า คนไทยไม่ดูหนังไทย แต่คิดว่า คนไทยนั้น พร้อมจะดูหนังทุกเรื่องถ้ามัน “น่าสนใจพอ”
อย่าลืมสิครับว่า 3 วันแรก คนแห่ไปดูคนโขนแน่นขนัดทุกโรง แต่วันที่ 4 เท่านั้น ไม่มีใครดูอีก (เพราะหนังมีข้อบกพร่องเยอะ) ขณะที่ “โหมโรง” ฉาย คนดูโล่งมากใน 14 วันแรก แต่มันเต็มมากในเวลาต่อมา ก็เพราะสินค้ามันดี คนจึงพูดต่อๆ กัน และเกิดกระแสออกจากบ้านมาดู
เรื่องที่ผิดอย่างมากก็คือ ถ้ามีใครคิดว่า นักแสดงดังคนไหนเล่นหนัง แล้วจะมีคนดูนั้น ความคิดนี้ใช้ไม่ได้มา 10 ปีแล้ว
อนันดา ในชั่วฟ้าดินสลาย กับใน อินทรีแดง บอกอะไรได้ไหม
มาริโอ ในรักแหง่สยาม กับใน ฝันหวานอายจูบ บอกอะไรบ้างมั้ย
พลอยใน ชั่วฟ้าฯ กับพลอยในอุโมงค์ ก็อาจบอกอะไรได้อีก
น้องพีค ภัทรศยา กับ “สายลับจับบ้านเล็ก” กับน้องพีคใน “กระดื๊บ”
เลิกคิดได้แล้วว่า ดาราคนไหนจะรับประกันหนังเรื่องอะไร
แต่เรื่องที่น่าคิดก็คือ ท่ามกลางคำถามคนไทยไม่ดูหนังไทย ที่เคยกระฉ่อนเมื่อปี 2542 นั้น อีก 12 ปีต่อมา
คำถามนี้ กลับมาดังก้องอีกครั้ง
ด้วยเหตุผลต้นทาง ที่ต่างกัน “โดยสิ้นเชิง”



