บันเทิง

“บทบาทของ GREEN CEO ในการขับเคลื่อนสู่ GREEN INDUSTRY”

“บทบาทของ GREEN CEO ในการขับเคลื่อนสู่ GREEN INDUSTRY”

30 ก.ย. 2554

“บทบาทของ GREEN CEO ในการขับเคลื่อนสู่ GREEN INDUSTRY” :มองโลกแบบวิกรม โดย... วิกรม กรมดิษฐ์

          เมื่อวันที่  26  กันยายนที่ผ่านมานี้ ผมได้ไปร่วมเสวนาในหัวข้อ “บทบาทของ GREEN CEO ในการขับเคลื่อนสู่ GREEN INDUSTRY” ในงานสัมมนา “GREEN CEO for GREEN INDUSTRY” 2554 ซึ่งจัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ณ โรงแรมสยามซิตี้ 
 
          หากมองในภาพรวมแล้วโลกเราอยู่ในทฤษฎีของบูมเมอร์แรง คือหากทำอะไรไปจะได้ผลอย่างนั้น เช่น หากไปถามตามโรงพยาบาลต่างๆ วันนี้เราจะเห็นว่าสิ่งที่ได้รับจะได้มากกว่าสิ่งที่เราต้องการคือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และวันนี้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมและภัยแล้ง ผมคิดว่าตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของบูมเมอร์แรงที่ย้อนกลับมา 
 
          ตั้งแต่วันแรกที่อมตะก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 23 ปีที่แล้ว เราได้คิดระบบขึ้นมาระบบหนึ่งชื่อว่า ระบบ Zero waste discharge คือไม่ให้มีของเสียไหลออกนอกนิคม เช่นน้ำเสียในนิคมอมตะฯ 100 คิวร์ จะกลายเป็นกากออกมาสัก 1 เปอร์เซ็นต์  เมื่อมีการส่งน้ำไปที่โรงงาน  โรงงานจะส่งน้ำเสียกลับมา  เราจะบำบัดน้ำเสียนั้นให้เป็นน้ำอุตสาหกรรม  และส่งเข้าไปยังโรงงานไฟฟ้าของเรา  บางส่วนสามารถนำกลับไปใช้เป็นน้ำประปาได้อีก  จึงเท่ากับว่าไม่มีน้ำเสียไหลออกไป  ส่วนเรื่องของขยะ  เรามีโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าด้วยขยะ  โดยเอาขยะมาแยกแล้วนำไปเผา  ส่วนเรื่องของกากพิษจะมีโรงเก็บต่างหาก 
 
          โครงสร้างของนิคมหากมีที่ดิน 100 ไร่  เราสามารถเอาไปใช้งานได้  หรือนำไปขายให้กับโรงงานได้ประมาณ 70 ไร่  ดังนั้น พื้นที่ที่โรงงานจะใช้งานได้จะไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะที่เหลือจะเป็นในส่วนของพื้นที่สีเขียว ฉะนั้นในช่วงที่ผ่านมาจะมีเรื่องของข่าวคราวของอมตะเกี่ยวกับของเสียน้อยมาก เพราะเรามีระบบการจัดการตรงนี้ เมื่อเปรียบเทียบ Master Plan ของอมตะนครจากวันแรกถึงวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไม่ถึง 10 - 15 เปอร์เซ็นต์ 
 
          สิ่งที่เรามองมากขึ้นนับจากวันแรกที่เรามองเพียงเรื่องการทำนิคมคือ  เรากำลังทำเป็นเมืองอุตสาหกรรม อมตะได้ร่วมงานกับรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นมาเกือบ 2 ปี เพื่อทำ Smart City  โดยมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนสามารถทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมได้ จะทำอย่างไรให้เมืองนี้ประหยัดพลังงาน และจะทำอย่างไรให้เกิดพื้นที่สีเขียว เราอยากที่จะเรียกได้ว่าเป็น Green economy หรือเศรษฐกิจสีเขียว  วันนี้เรามีโรงไฟฟ้าชื่อ Amata  Power ใช้แก๊สในการผลิต  ทำให้ไม่เกิดมลภาวะ  ตอนนี้สามารถผลิตได้ 400  เมกะวัตต์  และอยู่ในขั้นตอนการผลิตเพิ่มอีก 400 เมกะวัตต์  และกำลังวางแผนให้สามารถผลิตได้ทั้งหมด 1,400 เมกะวัตต์ 
 
          อมตะกำลังจะสร้างโรงงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ในนิคมอมตะฯ มีถนนยาวกว่า 120 กิโลเมตร  มีชั้นเขตแดนยาวประมาณ 170 กิโลเมตร  และเรากำลังจะเอาเขตชายแดนต่างๆมาสร้างกังหันลม  เพราะโรงงานไปสร้างอยู่บริเวณนั้น  พอกังหันลมปั่นไฟแล้วก็สามารถส่งไปให้โรงงาน เพื่อนำไปใช้ต่อได้  วันนี้ในอมตะมีโรงงานอยู่ 850 โรง  หลังคาโรงงานที่หันไปในทิศเหนือหรือทิศใต้จะโดนแดดมากที่สุด  เราจะนำหลังคาเหล่านั้นมาใส่เป็นแผงโซลาร์
 
          อย่างสุดท้ายที่เรากำลังทำวันนี้คือ  สร้างเมืองวิทยาศาสตร์  เรากำลังมีความคิดว่า  สิ่งที่เราผลิตขึ้นมานั้นกว่าจะได้เป็นเงินมา  เราใช้วัตถุดิบมากมายมาผสมกัน  จนทำให้เกิดเป็นของเสีย  อมตะกำลังคิดถึงสิ่งที่อยากจะขายคือขายสมองของคนไทย  เมืองวิทยาศาสตร์ได้เริ่มทำมา 3 - 4 ปีแล้ว  คาดว่าสิ้นปีหน้าโครงการน่าจะจบได้  
 
          วันนี้ Samsung ยิ่งใหญ่ได้เพราะเขาใช้เงินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ในการทำ R&D  และในแต่ละวัน Samsungได้คิดในเรื่องเหล่านี้ออกมาได้วันละ 10 ชิ้น  วันนี้อาจจะไม่มีใครในโลกที่ไม่รู้จัก Samsung  นี่เป็นสิ่งที่อมตะกำลังทำ  เราจะเปลี่ยนตัวเองในอนาคตระยะยาว  จากที่เป็นฐานการผลิต  เราจะเปลี่ยนเป็นฐานการคิด   และนั่นเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า Green economy ของอมตะนั่นเอง