
10อันดับดาราฮอลลีวู้ดรับทรัพย์
10 อันดับคนบันเทิงฮอลลีวู้ด ดูดเม็ดเงินเข้ากระเป๋าอื้อซ่า
เงินกำลังจะหมุน กำลังจะหมุนไป...สู่กระเป๋าเงิน คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรอกนะ ว่าอาชีพนักแสดงเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล สำหรับคนที่ทำงานในแวดวงนี้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Forbes ได้ทำการจัดอันดับหนุ่มๆ ในวงการบันเทิงฮอลลีวู้ดถึง 10 คนที่มีรายได้รับระหว่างปี 2010-2011 ให้ได้ชมกันเป็นขวัญตา
1. ไทเลอร์ เพอร์รี่
สำหรับผู้ชายคนนี้ นอกเหนือจากการเป็นนักแสดงทั้งซีรีส์และภาพยนตร์แล้ว เขายังมีดีกรีเป็นถึงโปรดิวเซอร์ นักเขียนบทละครภาพยนตร์ และนักแต่งหนังสือ ซึ่งบ่อยครั้งที่ "ไทเลอร์" จะขอรับงานเหมาไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้กำกับ คนเขียนบท รวมไปทั้งนักแสดงในกับหนังเรื่องๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในปีที่ผ่านมา เขาจะสามารถทำได้สูงสุดถึง 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
2. เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์
ตั้งแต่ปี 2010 - 2011 ที่ผ่านมา "เจอร์รี่" ในฐานะของผู้สร้างภาพยนตร์ระดับโลก เขาได้ผลิตภาพยนตร์สุดดังอย่าง "The Sorcerer’s Apprentice" ต่อด้วย " Prince of Persia" และ "the Pirates of the Caribbean" เพียงแค่ควบคุมการผลิตหนัง 3 เรื่อง เขาเองก็สามารถกวาดรายได้ราวๆ 113 ล้านดอลลาร์แล้วล่ะ
3. สตีเวน สปีลเบิร์ก
ขยับมาดูกันที่พ่อหมดแห่งโลกฮอลลีวู้ด อย่าง "สตีเวน" กันหน่อย หลังจากสร้างความฮือฮา กับการสร้างภาพยนตร์ จูราสสิค ปาร์ค และล่าสุเขาเองก็ได้สร้างปรากฏใหมีอีกครั้งด้วยการสร้างสรรค์ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง The Adventures of Tintin ออกฉายในปี 2011 และทำรายรับได้สูงถึง107 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง "สตีเว่น" ยืนยันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีคุณภาพเทียบเท่ากับ "อวตาร" ของ เจมส์ คาเมรอนเลยทีเดียว
4. เซอร์เอลตัน จอห์น
งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้แก่การแสดงเวิลด์ทัวร์ของนักร้องและนักแต่งเพลง อย่าง "เซอร์เอลตัน" ซึ่งช่วยให้เขาไต่ระดับมาเป็นอันดับที่ 4 ของผู้มีรายได้สูงสุดในปี 2010-2011 เนื่องจากการเปิดคอนเสิร์ตดังกล่าว เขาได้รับเงินเหนาะๆ ราว 100 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
5. ไซมอน ฟิลลิป โคเวลล์
หนึ่งในคณะกรรมการการแข่งขันอเมริกา ไอดอล ด้วยความสามารถมากมาย เขามักจะได้เข้าร่วมเป็นผู้ตัดสินชี้ชะตาคนอย่างดัง อย่าง ป๊อปไอดอล ดิเอกซ์แฟกเตอร์ และ บริเทินส์สก็อตทาเลนต์ และบ่อยครั้งที่การตัดสินจากดุลพินิจของเขา มักจะทำให้คนได้ฟังมีทั้งรอยยิ้มและร้องไห้ และจากการสำรวจเงินในกระเป๋าของเขาในฐานะของคณะกรรมการจากรายการต่างๆ มีมูลค่าถึง 90 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
6. เจมส์ แพตเทอร์สัน
หลายคนคงอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อของผู้ช่ายคนนี้มากนัก ซึ่งสำหรับ "เจมส์" แล้วเขาจัดผู้ในประเภทของนักเขียนนวนิยายมากกว่า และผลงานของเขาส่วนใหญ่ ก็มักจะได้รับความนิยมให้มาแปรรูปเป็นซีรีส์ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ส่วนนวนิยาย ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ อาทิ Kiss the girl และ Along Came aspider และในปี 2010-2011 เขาขายลิขสิทธิ์นวนิยายที่เขียน ไปสร้างภาพยนตร์และละครด้วยมูลค่าราวๆ 84 ล้านดอลลาร์
7.ดร.ฟิลลิป ซี แม็คกรอว์
ดอกเตอร์วัยกลางคน คนนี้เริ่มมีรายการโทรทัศน์เป็นของตัวเองในปี 2002 โดยใช้ชื่อว่า Dr. Phil รายรับกับการผลิตโชว์ รวมไปถึงการรับจ๊อบเป็นทั้งนักจิตวิทยา และวิทยากรพิเศษฟันเงินสวยๆ ราว 80 ล้านเหรียญเชียวแหละ
8. ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
"แจ็ค" ดอร์สัน จากภาพยนตร์เรื่อง "Titanic" ชื่อของ "ลีโอ" โด่งดังสุดขีดเพียงชั่วพริบตา มีผลงานการแสดงระดับแถวหน้าอยู่หลายต่อหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นThe Man in the Iron Mask , The Beach , Gangs of New York และ The Aviator ส่วนในปีที่สำรวจเขาได้รับค่าเหนื่อยจากงานภาพยนตร์เรื่อง Inception และ Hubble 3 D อยู่ที่ 77 ล้านดอลลาร์
9. โฮเวิร์ด สเตอร์
อีกหนึ่งนักเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่มักมีภาพลักษณ์โดดเด่นในเรื่องราวเกี่ยวกับใต้สะดือ เพราะเขามีทั้งรายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ที่เผยแพร่ไปทั่วเมืองลุงแซม ซึ่งหลายคนคงจะตั้งคำถามว่าการเมคมันนี่ในครั้งนี้ "โฮเวิร์ด" จะสามารถรับทรัพย์ได้เท่าไหร่กันหนอ ตอบให้อิจฉาได้เลยว่า 76 ล้านดอลลาร์ แหม! มีรายรับมากขนาดนี้ เขาคงลืมไปเลยว่าบางเรื่องที่นำเสนอ อาจจะไม่เหมาะสมก็ได้
10 ไทเกอร์ วู้ดส์
ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นที่ดวงของโปรกอล์ฟผิวสีต้องสะดุดจริงๆ เพราะเขาต้องเผชิญหน้ากับปัญหามากมาย ตั้งแต่ถูกศรีภรรยาทำร้ายร่างกาย เนื่องจากจับได้ว่าเขาแอบไปเล่นจ้ำจี้กับสาวอื่น พ่วงด้วยบรรดาสาวๆ ในคอลเลกชั่นต่างพากันออกมาเปิดโปงพฤติกรรมบนเตียง ชนิดที่ว่าเหล่าสปอนเซอร์ ที่คอยให้การสนับสนุนทำใจรับบ่ได้ ถึงกับขอเว้นวรรคการสนับสนุน และท้ายที่สุด "ไทเกอร์" ก็ต้องยอมจ่ายค่าเซ็นใบหย่าด้วยมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีเงินในกระเป๋าอยู่ที่ 75 ล้านดอลลาร์



