
เหตุไฉนหนังไทยไม่นิยมรีเมก?
เหตุไฉนหนังไทยไม่นิยมรีเมก?:สกู๊ปบันเทิง
พูดถึงละครรีเมก หลายคนเคยดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีหลายเวอร์ชั่น ที่ปรับเปลี่ยนนักแสดงและบทละครไปตามยุคตามสมัย แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นภาพยนตร์รีเมก ทำให้เกิดข้อสงสัย ขึ้นมาว่า เพราะเหตุใดภาพยนตร์ รีเมกจึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และนายทุนหรือผู้สร้างไม่นิยมทำภาพยนตร์รีเมกเหมือนละคร
ภาพยนตร์ที่เคยนำมา รีเมกแล้วประสบความสำเร็จมากที่สุด อย่างเรื่อง แม่นาคพระโขนง มากถึง 23 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุด คงหนีไม่พ้นเวอร์ชั่นปี พ.ศ. 2542 ทราย เจริญปุระ และ "เมฆ" วินัย ไกรบุตร เรื่อง นางนาก โดยผู้กำกับ "อุ๋ย" นนทรีย์ นิมิบุตร ล่าสุดปี พ.ศ. 2554 มีการสร้างภาพยนตร์ "ตำนานรักแม่นาค 3D (สามมิติ)" นำแสดงโดย "ตั๊ก" บงกช คงมาลัย "เอก" รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง จะเข้าโรงภาพยนตร์ 6 ต.ค. นี้ ต้องตามลุ้นกันว่า ภาพยนตร์ตำนานรักอมตะ ระหว่าง "คนผีกับ" เรื่องนี้ จะกลับมาโกยรายได้ถล่มทลายอีกหรือไม่ ส่วนภาพยนตร์ที่เคยนำมารีเมคอีกหลายเรื่อง เช่น ครูบ้านนอก บ้านทรายทอง ขวัญเรียม บ้านผีปอบ Reformation อินทรีแดง ฯลฯ
โดยผู้กำกับชื่อดัง "อ๊อด" บันฑิต ทองดี ได้กล่าวถึงการทำภาพยนตร์รีเมคไว้ว่า สาเหตุหลักที่ภาพยนตร์ไทย ไม่นิยมนำมารีเมก เนื่องจากภาพยนตร์ที่เคยทำมาแล้ว หากนำกลับมาสร้างใหม่ ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จน้อย เพราะคนดูยังติดภาพ และชื่นชอบเนื้อเรื่องตามแบบฉบับเดิมมากกว่า ที่สำคัญภาพยนตร์รีเมกยังมีความเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาเปรียบเทียบกับของเดิมค่อนข้างสูง อีกเหตุผลหนึ่งคือหนังทำให้ไม่มีใครกล้าทำหนังรีเมก เนื่องจากบทประพันธ์ในนวนิยาย เรื่องราวอาจจะย้อนยุค ในขณะที่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันเปลี่ยนไป รวมถึงค่านิยม ความชื่นชอบของคนดูก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน
"หนังรีเมกไม่ค่อยมีใครกล้าทำอย่างเรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง" ก็ไม่มีใครกล้าเอามาทำ เพราะต้องตีความใหม่ มีความเสี่ยง ถ้าทำได้ไม่ดีเท่าของเดิม อาจจะจถูกวิจารณ์เยอะ เพราะหนังไม่เหมือนละคร บทประพันธ์ไทยเหมาะที่จะรีเมกเป็นละครมากกว่าหนัง อย่างภาพยนตร์ที่รีเมกแล้วประสบความสำเร็จ จะมีเรื่อง "แม่นาค" แต่อย่างหนังเรื่อง อินทรีแดง ทวิภพ บ้านทรายทอง แทบจะไม่มีใครอยากรีเมกเลย เพราะถ้าจะรีเมก ต้องตีความใหม่ และถ้าตีความแล้วไม่โดนใจคนดู หนังก็ไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ยากอีกอย่างคือสภาพแวดล้อมของคนในยุคสมัยนี้ ไม่เหมาะสมที่จะรีเมกหนังประเภทนี้แล้ว"
ส่วนภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่นำมารีเมก อย่างหนังเรื่อง "Mission Impossible" เพราะสภาพแวดล้อม และบทประพันธ์ของเขาเหมาะที่จะนำมารีเมคใหม่ได้ ดังนั้นองค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้หนังสามารถนำกลับมาสร้างซ้ำได้ คือ "บทประพันธ์" ต้องมีความทันสมัยและแก่นขอวเรื่องต้องใหม่อยู่เสมอ
"ล่าสุดเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) อยากให้ผมทำหนังเรื่อง "ช่างเขาเถอะ" จะให้เปา (เปาวลี พรพิมล) เล่น เพราะจะมีการพูดภาษาเหน่อ แต่ผมไม่อยากทำ เพราะกลัวว่าสู้ของเก่าไม่ได้ หนังเรื่องนี้เคยทำเมื่อ 20 ปีก่อน แล้วดังมาก "เปิ้ล" จารุณี สุขสวัสดิ์ เคยเล่นไว้ แต่ผมไม่กล้าทำ กลัวว่าทำแล้วคนจะไม่นิยมเท่าสมัยก่อน ยุคนี้ทำหนังต้องคิดเยอะขึ้น เรื่องของบทประพันธ์ก็สำคัญ อย่างภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่เขาทำรีเมคได้ ส่วนหนึ่ง เพราะสภาพแวดล้อมเขาเหมาะสมที่จะทำ และบทประพันธ์ของเขายังทันสมัย มีความพร้อมในหลายๆ ด้านก็สามารถนำมารีเมคได้ " อ๊อดแจกแจง
ด้านความคิดเห็นจากนักวิจารณ์ ภาพยนตร์ชื่อดัง "เกี๊ยง" นันทขว้าง สิรสุนทร ได้แสดงทัศนะถึงสาเหตุที่คนไม่นิยม นำภาพยตร์มารีเมกซ้ำ ดังนี้
"จะพูดว่าไม่รีเมกเสียทีเดียว ก็ไม่ใช่ แต่ที่หนังนิยมรีเมครีเมกน้อยกว่าละคร อย่างแรกคือหนังมีช่วงนะยะเวลาที่สั้นกว่าละคร การนำเสนอพล็อตเรื่อง การจัดวางคาแร็กเตอร์ และใส่สถานการณ์ประกอบ ในละครทีวีจะเอื้อมากกว่าหนัง และคนดูมีเวลาจะละเลียด ดื่มด่ำกระทั่งรู้สึกไปกับความเป็นดราม่าได้มากกว่า อย่างที่สอง มีสถิติหนึ่งที่เกิดขึ้น เมื่อมีการรีเมกในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ถ้าไม่ทิ้งเวลาห่างกันมาก หนังมักจะล้มเหลว เพราะคนที่ดูหนังไทย กับคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ละคร ผมคิดว่าเป็นคนละกลุ่มกัน ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่ชินกับบทประพันธ์คลาสสิก อาจจะไม่นิยม ชื่นชมการเป็นหนังอยู่บ่อยๆ เหตุผลสุดท้าย เราต้องยอมรับว่า คนที่จะแสดงหนังที่มาจากต้นฉบับดีๆ หรือมาจากบทประพันธ์ที่คลาสสิก แล้วแสดงได้ถึงบทบาทนั้นมีไม่เยอะ ขณะที่ละครทีวี ไม่ว่าจะเป็น ดาวพระศุกร์ หรือ อังศุมาลิน จะเป็น วนิดา หรือ พจมาน ใครเล่นก็ได้ ขอแค่ให้เป็นคนที่ป๊อปปูล่าร์อยู่ในช่วงเวลานั้น" เกี๊ยงกล่าว
ดังนั้นสาเหตุหลักขอวงการบันเทิงที่ภาพยนตร์ไทยไม่นิยมรีเมค คงมาจากข้อความข้างต้น ดังที่กล่าวมาแล้ว รสนิยมคนดูและยุคสมัยเปลี่ยนไป การถูกวิพากษ์วิจารณ์ ความเสี่ยง นักแสดง รวมถึงความทันสมัยของบทประพันธ์



