
กาเหว่ากับรังษี
กาเหว่ากับรังษี:มองผ่านเลนส์คม โดย... นคร ศรีเพชร
ราวๆ ต้นปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ไปเที่ยวสวนอาหารแถบชานเมืองกรุงแห่งหนึ่ง ซึ่งคืนนั้นเขามีการว่าจ้างนักร้องลูกทุ่งดังมาโชว์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ร้านทำนองนี้จะหายากแล้ว เพราะค่าตัวนักร้องดังๆ ว่ากันเป็นหลักหมื่น ถ้าร้านไม่ใหญ่พอ ไม่มีเก้าอี้มากมายก็เสี่ยงต่อการไม่คุ้มทุน ครั้นจะไปชาร์จบวกจากลูกค้าก็จะถูกบ่นและเสียลูกค้ากันไป การมีโชว์พิเศษจึงมักจะทำในรูปแบบการคืนกำไรครบรอบปีของร้านหรือเป็นช่วงเทศกาลมากกว่า
ในคืนนั้น ก่อนที่นักร้องดังจะขึ้นเวที ทางร้านมีนักร้องอมตะชื่อ กาเหว่า เสียงทอง มาร้องโชว์ก่อนเวลา ซึ่งถือว่าเป็นของแถมที่มีคุณค่ามากเลยทีเดียว เพราะกาเหว่าเป็นนักร้องนักแหล่ เจ้าของเพลง "หนุ่มเรือนแพ" ที่เคยได้รับรางวัลพระราชทานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ 2 หลายคนยังจำภาพบนเวทีที่เขาขึ้นไปร้องต่อหน้าพระที่นั่งกันได้
ก่อนหน้านั้นเคยได้ยินว่า เป็นนักร้องที่ดื่มเหล้าเก่ง แต่ภายหลังเลิกเด็ดขาดแล้ว ทำให้น้ำเสียงของกาเหว่าในคืนนั้น ยังสร้างความประทับใจให้ไม่น้อย น่าเสียดายที่การโชว์คืนนั้นไม่ค่อยได้เต็มที่เท่าไหร่เพราะว่า ต้องแบ่งเวลาให้นักร้องดังที่เตรียมมาโชว์ด้วย หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของกาเหว่าเสียงทองอีกเลย กะว่าถ้ามีเวลาอยากจะไปขอเพลง "หัวใจหล่นที่ลพบุรี" ซึ่งเป็นเพลงดีๆ ของกาเหว่า ที่หาฟังได้ยากนัก
เพลงนี้ผู้เขียนเคยฟังมานานนมแล้ว ไม่มีข้อมูลใดๆ ว่าใครแต่ง เป็นเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่ไปเที่ยวลพบุรีแล้วทำหัวใจหล่นไว้ เป็นเพลงช้าๆ ในจังหวะโบเลโร่ เนื้อเพลงจะพูดถึง "ถนนหนทางตำบล สถานที่ต่างๆ ในจังหวัดลพบุรีซึ่งคนแต่งนำมาร้อยเรียงกันได้อย่างไพเราะ จำได้เลาๆ ว่า เพลงนี้ขึ้นต้นด้วยประโยคที่ว่า “ผมทำหัวใจ หล่นเอาไว้ที่ลพบุรี แม่คนสวยช่วยสักที...”
มารู้ข่าวกาเหว่าอีกครั้งจากข่าวที่เข้าผ่าตัดก้อนเนื้อที่กล่องเสียง และอยู่ในสภาพที่ไร้เงินรักษาตัว ตามข่าวว่า กาเหว่า ในวัย 64 ปี ป่วยเจ็บคอมา 2 เดือน ไปหาหมอเขาก็บอกว่าเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ จนน้ำหนักตัวหายไปร่วม 25 กิโลกรัม มาพบว่า มีเนื้องอกที่กล่องเสียง ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่
ภรรยาของกาเหว่า บอกว่า ช่วงที่ป่วยก็ไม่มีรายได้จาการร้องเพลง (ซึ่งก็น้อยอยู่แล้ว) จึงวอนให้เพื่อนพ้องในวงการถ้าอยากช่วยกันตอนเป็นก็เชิญได้ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นนทบุรี ซึ่งตอนนี้คนป่วยกำลังกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เกรงใจไม่อยากรบกวนใคร
เมื่อเดือนที่แล้ว เราได้ทราบจากข่าวว่า รังษี เสรีชัย อดีตลูกทุ่งดังเจ้าของเสียงหวาน "ตอไม่ที่ตายแล้ว" "น้ำกรดแช่เย็น" ที่ตอนนี้ได้เข้ามาประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ และมีตำแหน่งทางการเมืองแล้ว เขาเคยบอกไว้ว่า อยากจะช่วยเหลือคนในวงการ ซึ่งนักร้องหลายคนที่พยายามลงการเมืองมักจะมีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกันนี้ แต่รังษีมีโอกาสแล้ววันนี้
เลยอยากจะฝากภาระอันหนักอึ้งไว้ให้คุณรังษีได้คิดว่า จะทำอย่างไรกันดีกับนักร้องลูกทุ่งรุ่นอมตะ กึ่งศตวรรษ รุ่นครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่เริ่มร่วงโรยและป่วยไข้กันทุกเดือน เมื่อมีโอกาสแล้ว น่าจะลองเริ่มทำประโยชน์ให้วงการลูกทุ่งตามที่ประกาศกันไว้ก็น่าจะเป็นการดี



