บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ธนาคารเพลง
ฝันที่ไกลเกินเอื้อม

กวนเพลงให้น้ำใส - ธนาคารเพลง ฝันที่ไกลเกินเอื้อม

30 เม.ย. 2552

การหยิบเอาเพลงเก่ามาทำใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอัลบั้ม สยามซองบุ๊ค โดยหลากหลายศิลปิน, อัลบั้ม มาสเตอร์พีซ ของ เด่น อยู่ประเสริฐ หรือกรณีอัลบั้ม สนุกนึก โดย สวีทนุช ที่มี บรรณ สุวรรณโณชิน เป็นโปรดิวเซอร์ บ่งบอกให้เราทราบกันเป็นนัยว่า ยังมีเพลงไทยดีๆ จากอดีตอั

  มาสเตอร์พีซนั้น เป็นเหมือน “อัสนี-วสันต์ ซองบุ๊ค” เพราะหยิบเพลงของศิลปินดูโอพี่น้องคู่นี้มาตีความใหม่ ขณะที่ “สนุกนึก” เป็นภาพร่างของวงการป๊อปในช่วงเวลาหนึ่ง ด้วยผลงานของศิลปินหลากหลาย นับจาก "เบิร์ด" ธงไชย จนถึง บอดีสแลม ที่พลิกมุมมาให้ สวีทนุช นักร้องอาวุโสที่เพิ่งมาโด่งดังในระยะหลัง ถ่ายทอดออกมาในแบบฉบับของเธอ

 คำถามที่น่าสนใจก็คือ หากศิลปินอิสระสักราย มีโครงการดีๆ  ในสมอง แต่มิได้รับข้อเสนอให้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานเฉพาะกิจกับค่ายใหญ่ เหมือนดังกรณีของ เด่น หรือ สวีทนุช แล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้น จะมีใครบ้างที่มีโอกาสหยิบเอาเพลงเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างสะดวกกว่าที่เป็นอยู่ โอกาสที่ศิลปินอิสระจะเดิน “วอล์กอิน” ไปขอใช้เพลง จะมีต้องมี “กำลังเงิน” เท่านั้นใช่หรือไม่

 เพราะ... เพลงเป็นภาพสะท้อนทางด้านความรู้สึกนึกคิดของสังคม เพลงแต่ละยุคมีทั้งลักษณะเฉพาะของยุคสมัย และลักษณะคุณค่าอันเป็นสากล จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากเราจะนำเพลงเก่ามาร้องขับขานใหม่ ด้วยโจทย์ทางดนตรีที่แตกต่างออกไป ซึ่งในสังคมต่างประเทศนั้น เกิดการผลิตซ้ำในส่วนนี้ตลอดเวลา แต่ยังเกิดขึ้นไม่มากเท่าที่ควรสำหรับวงการเพลงไทย

 ปัญหาจึงอยู่ตรงที่วงการเพลงบ้านเราทุกวันนี้ เรามีเพลงไทยดีๆ ทั้ง “ก่อนยุคแกรมมี่-อาร์เอส” ยุครุ่งเรืองของแกรมมี่-อาร์เอส” และ ยุคอิสระ หรือ “ยุคหลังแกรมมี่-อาร์เอส” อยู่ไม่น้อย แต่ช่องทางในการที่คนรุ่นหลังจะหยิบเพลงเหล่านั้นมาใช้งานใหม่ในโปรดักชั่นดนตรีของพวกเขาดูจะมืดมนพอสมควร เพราะไม่รู้จะเริ่มตรงจุดไหน

 ที่ผ่านมา สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญหา เน้นไปที่การให้การศึกษาในเรื่องของความคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ แต่ในแง่ของการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อต่อยอดให้เกิดการเจริญงอกงามทางศิลปะ หรือเกิดประโยชน์แก่สังคมวงกว้าง ยังมิได้เป็นประเด็นที่มีการให้ความสำคัญแต่อย่างใด

 อย่าลืมว่าทุกวันนี้มีคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาทางด้านดนตรีเป็นจำนวนมาก หลายคนมีทักษะและความสามารถอันโดดเด่น แต่พวกเขาอาจจะไม่เคยก้าวย่างเข้าไปเหยียบชายคาค่ายใหญ่เลยด้วยซ้ำ เพราะศูนย์กลางของวงการดนตรีเปลี่ยนแปลงไป

 ดังนั้น การใช้เพลงเก่าโดยอาศัย “คอนเน็กชั่น”  ต้องรู้จักมักจี่กันมาก่อน จึงเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นไปของวงการเพลงยุคนี้ ที่มีประตูเปิดเข้าสู่วงการอย่างหลากหลายและกว้างขวางกว่าที่เคยเป็นมา

 ในความเป็นจริงนั้น ค่ายเพลงใหญ่มองเห็นถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ยอดขายซีดีร่วงเป็นกราวรูดเช่นทุกวันนี้ แต่ทิศทางของงาน “พับลิชชิง” ของค่ายเพลง ยังเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ อีกทั้งยังมีลักษณะของการจัดเก็บแบบเรียกเอาตามอำเภอใจ เช่น พอใจจะให้ใช้ก็ให้ใช้ ไม่พอใจจะให้ใช้ ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่รู้จักหน้าค่าตา หรือเป็นผลงานของค่ายเพลงคู่แข่ง ก็เรียกเก็บชนิดที่ไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายได้ ฯลฯ

 ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นข้อจำกัด หากเราจะมุ่งหวังให้เกิด “ธนาคารเพลง” (songs bank) ในอุดมคติ อันเป็นที่รวมของงานดนตรีที่สร้างสรรค์ขึ้นทั้งหลายทั้งปวง และเปิดกว้างให้ศิลปินอิสระหรือคนรุ่นหลังมีโอกาสได้พิจารณา เลือกสรรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการต่อยอด โดยจ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

 ทั้งที่ในยุคสมัยออนไลน์เช่นทุกวันนี้ ช่องทางในการเข้าถึงตัวเพลง เจ้าของลิขสิทธิ์ ตัวแทนผู้ดูแลผลประโยชน์ ตลอดจนถึงอัตราที่เรียกเก็บอย่างเป็นธรรม ควรจะมีการสถาปนาให้ได้เข้าถึงกันอย่างทั่วถึง เช่น หากศิลปินสักรายจะหยิบเพลงของศิลปินแห่งชาติมาเรียบเรียงใหม่ ก็ควรมีหน่วยงานกลางที่บริการได้แบบ One Stop Service

 เรื่องนี้เมื่อปรารภไปยังบุคลากรในวงการดนตรี ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวว่า “ไกลเกินฝัน” เพราะแม้กระทั่งกรณีการเรียกเก็บค่าใช้งานดนตรีจากร้านคาราโอเกะ หรือร้านกาแฟ ร้านอาหาร ที่บังเอิญเผลอไปเปิดเพลงของค่ายเพลงใหญ่ๆ ยังมีวิธีปฏิบัติกันอย่างป่าเถื่อนเลย

 แล้วนับประสาอะไรกับการหวังจะเห็นลักษณะการจัดการแบบอารยะกับวงการเพลงนี้เล่า

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"
www.oknation.net/blog/rakmusic