
ฅ.คน กับ อเลซซานโดร บาริกโก
ฅ.คน กับ อเลซซานโดร บาริกโก:มองผ่านเลนส์คม โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร
นิตยสาร ฅ.คน รายเดือนยังวางแผงเป็นประจำ แม้สันจะบางลงไป แต่เนื้อหายังหนักแน่นน่าอ่าน ฉบับเดือนกันยายน 2554 มีเรื่องเด่น คือ ‘เหตุเกิดที่วังน้ำเขียว’ กองบรรณาธิการเข้าไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน และการเอาผิดกับผู้บุกรุก เพื่อคืนผืนป่าให้แผ่นดิน ตามที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์นานนับเดือน
เทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยาน พูดว่าคนมาเที่ยววังน้ำเขียวเพราะชอบธรรมชาติ ที่มีอากาศเย็นสบาย วันหนึ่งที่นี่กลายเป็นสลัมรีสอร์ท สลัมบ้านพัก เสน่ห์ก็คงหมดไป วังน้ำเขียว เขาแผงม้า ผืนป่าถูกทำลายไปมาก ฝนตกก็ท่วมโคราช
บทสัมภาษณ์ โชคดี ปรโลกานนท์ (ลุงโชค) แห่งสวนลุงโชค อดีตเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน ให้ข้อมูลดีๆ สำหรับใช้แก้ปัญหาวังน้ำเขียว ผู้ชายคนนี้อยู่วังน้ำเขียวมา 28 ปี เป็นคนแรกๆ ที่เข้ามาปลูกป่าเขาแผงม้าจนผืนป่าเขียวชอุ่ม ได้เห็นฝูงกระทิงออกจากดงดิบมาหากินชายหมู่บ้าน เขาทำสวนเกษตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง
ลุงโชคพูดถึงปัญหาและวิธีแก้ไขประสาคนที่เฝ้ามองความเติบโตของวังน้ำเขียวมาแต่ต้นๆ พูดอย่างไรต้องไปหาอ่านกันเอง
ปีแรกๆ ฅ.คน ลงเรื่องสั้นประจำฉบับ ให้นักเขียนเก่าใหม่มีสนามฝึกปรือ ไม่รู้ด้วยเหตุอะไรเรื่องสั้นประจำฉบับจึงถูกยุบไป ไม่แตกต่างจากนิตยสารสตรีหรือบุรุษหลายฉบับที่ปฏิเสธวรรณกรรม เรื่องอ่านเล่นที่แสดงรสนิยมของสังคมการอ่านและการสร้างนักเขียนหน้าใหม่ ซึ่งบรรณาธิการและเจ้าของต้องอดทนอย่างมาก
ผมเคยคิดว่านิตยสารอย่าง ‘สารคดี’ ที่ประสบความสำเร็จ น่าจะเปิดคอลัมน์เรื่องสั้นขึ้นมาสักวัน เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองของบรรณาธิการว่าจะเจียดพื้นที่ให้กับการอ่านเรื่องบันเทิงบ้าง หรือจะปักหลักแข็งว่าจะเอาแต่สารคดีให้โดดเด่นอย่างเดียว
ฅ. คนฉบับนี้มีบทสัมภาษณ์นักเขียนชาวอิตาลี อเลซซานโดร บาริกโก เจ้าของนิยายเรื่อง ‘ไหม’ ที่แปลไปแล้ว 28 ภาษา ผู้ได้ชื่อว่าเขียนประหยัดคำที่สุด และกุมความมากที่สุด ผมอ่านนิยายของเขา 3 เรื่อง หลังอ่านสัมภาษณ์ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
บาริกโก บอกว่า งานเขียนแทบทุกเล่มของเขาใช้ฉากและสถานที่ในจินตนาการ ซึ่งเป็นส่วนผสมของภูมิทัศน์จากหลากหลายประเทศ เขามีภาพภาพหนึ่งติดอยู่ในหัวนานหลายปี เป็นภาพเด็กชายคนหนึ่งหลบซ่อนอยู่ในโพรง ภายนอกมีผู้ปองร้ายตัวเขาอยู่ บาริกโกพยายามขบคิดว่าตอนนั้นเด็กชายกำลังคิดอะไร ซึ่งเป็นที่มาของนิยายเล่มเล็กๆ ชื่อ ‘ไร้เลือด’ (Senza Sangue) ซึ่งขายดีมากในอิตาลี
งานเขียนเล่มสุดของเขา คือ City ที่บาริกโกถือว่าเป็นความสำเร็จในการเขียน แต่มีผู้อ่านน้อยกว่าเล่มอื่นๆ เพราะอ่านยาก งานของเขาถูกเข้าใจว่าเขียนขึ้นเพื่อนำไปสร้างภาพยนตร์ “แม้ว่าโลกของวรรณคดีจะได้ซึมซับกลวิธีหลายอย่างของภาพยนตร์มา แต่มันก็ยังเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความรุ่มรวยและลึกซึ้งซับซ้อนอันโลกภาพยนตร์ไม่อาจรองรับได้ทั้งหมด"
บาริกโก ไม่ปฏิเสธโลกภาพยนตร์ แต่เต็มใจยกย่องวรรณคดี



