
มหาอุทกภัยรำพัน
มหาอุทกภัยรำพัน:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมตัดสินใจพาครอบครัวอพยพหนีมหาอุทกภัย ทิ้ง “กระท่อมเกี่ยวก้อย” ของผม จมผืนน้ำเวิ้งว้าง มาอยู่บ้านยายของลูกที่อำเภอหนองบัว เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว
สองวันก่อนผมได้พยายามเข้าไปดูบ้าน จากผืนแผ่นดินที่ใกล้บ้านที่สุดซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผมประมาณ 7 กิโลเมตร ขึ้นเรือเหล็ก (ชาวบ้านเรียกว่าโป๊ะ) ที่สามารถรับน้ำหนักได้ไม่อั้น วันที่ผมไป ไปพร้อมชาวบ้านร่วมชะตากรรมยี่สิบกว่าคน มอเตอร์ไซค์ 10 คัน เบียดเสียดกันเต็มเนื้อที่ ความกว้างของเรือมากกว่าความยาวมอเตอร์ไซค์หนึ่งคืบ ความยาวของเรือราวๆ 5 เมตร เรือเหล็กติดเครื่องยนต์ขนาดกลางน่าจะหลายร้อยแรงม้า ฝ่าเวิ้งน้ำแหวกยอดไม้ไหวๆ ไปตามพื้นที่ที่เป็นผืนนาก่อนหน้านี้พาคนไปส่งยังที่ที่สามารถดั้นด้นไปสู่จุดหมายของแต่ละคนต่อไปได้ จุดที่เรือโป๊ะจอดน้ำลึกระดับเข่า ผมเดินลุยน้ำไปตามทางที่ก่อนหน้านี้เป็นถนนหมู่บ้าน น้ำไหลเชี่ยวเป็นช่วงๆ บางช่วงน้ำเหนือเข่าเล่นเอาซวนเซ เดินลุยไปครึ่งกิโลเมตรเห็นรถอีโก้งพ่วงสาลี่จอดอยู่ก็ดีใจ ที่ไหนได้รถตายอยู่กลางน้ำ จึงจำต้องยืนรอเรือชาวบ้านผ่านมา ไม่นานก็มีเรือจระเข้เป็นเรือพลาสติกติดเครื่องยนต์หางยาว นั่งได้ 5 คน เรือก็เพียบน้ำปริ่มขอบแปล้ เรือพาเราแล่นไปตามครรลองถนน ส่งยังจุดที่มีรถอีแต๋นจอดรอ นั่งรถอีแต๋นต่อทุลักทุเลเฮฮาน้ำตาคลอเบ้า นี่หมู่บ้านของพวกเรากลายเป็นเมืองบาดาล ฉิบหายทั่วหน้ากันก็เลยไม่รู้จะเศร้าไปทำไม
ในภาวะปกติ ผมขับรถเอ้อระเหยออกจากบ้านไปตลาดชุมแสง ระยะทาง 7 กิโลเมตรใช้เวลาไม่เกินสิบนาที แต่วันนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเพิ่งมาได้แค่ครึ่งทาง ระดับน้ำลึกสุดคือท่วมหัวยื่นมือ ตื้นสุดระดับเข่า หากจะไปต่อผมจะต้องเดินลุยน้ำไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรที่เหลือ น้ำน่าจะลึกประมาณเอว บางจุดอาจระดับอก น่ากลัวที่สุดคือตรงช่วงน้ำลัด น้ำเชี่ยวจนเรือยังผ่านไม่ได้
ผมก็เลยถอดใจได้แต่จินตนาการว่าป่านนี้งูเงี้ยวเขี้ยวขอ แมลงป่อง ตะขาบ และมดปลวกทั้งหลาย คงเข้าไปอาศัยลี้ภัยในบ้านผมเต็มไปหมดแล้ว ตามสบายเถิด
หนังสือนับพันเล่ม นักเขียนนับร้อยคน ถ้อยคำงาม ๆ ถ้อยคำดี ๆ ป่านนี้ลอยคอรอความ ช่วยเหลือ อนิจจาน่าอนาถ
ระหว่างทอดถอนใจ ผมโทรไปหาเพื่อนนักเขียนซึ่งอยู่อุทัยธานีจังหวัดที่น้ำท่วมอ่วมอรทัยไม่น้อยหน้ากัน ร้านหนังสือ “บุ๊คโทเปีย” น้ำระดับเข่า ตลาดเมืองอุทัยฯ ย่านศาลเจ้าริมน้ำสะแกกรัง น้ำสูงตั้งแต่ระดับอกถึงมิดหัว วัดอุโบสถาราม ที่แสนงามทรงคุณค่า ซึ่งผมแวะเวียนไปชม ไปนั่งศาลาริมน้ำ ดื่มด่ำ สถาปัตยคาร ดูจากภาพข่าวโทรทัศน์ วัดคู่เมืองแลมลังเมลืองลอยฟ่องท่ามกลางริ้วระลอกกระฉอกฉาน สะท้อนเงาพร่างพรายในสายน้ำพาชอกช้ำระกำฤทัย น่าน้อยใจพระแม่คงคาไม่น่าพิโรธโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ จากนครสวรรค์ ผมรำพันถึงอุทัยธานี
จังหวัดที่ผมไปเยี่ยมเยือนบ่อยที่สุดกว่าจังหวัดใด และวัดอุโบสถารามคือวัดที่ผมไปเยี่ยมชมบ่อยครั้งที่สุดกว่าวัดใด ผมรักและผูกพันถึงขนาดว่า คิดถึงขึ้นมาก็ขับรถจากนครสวรรค์มากินก๋วยเตี๋ยวอุทัยธานี อิ่มแล้วก็ซื้อขนมปังสังขยา ไปนั่งศาลาน้อยชื่นชมสถาปัตยคาร วาดรูปบ้าง เขียนกลอนบ้าง ลมเย็นดี บางทีก็เผลอหลับไป โอ้อนาถหนอเมืองอุทัยธานี ปีนี้ระทดระทมจมบาดาล สุดต้านทานมหาอุทกนรกแท้แม่พระคงคาบ้าคลั่ง แล้วใครจะทำอะไรแม่ได้
พ่อแม่พี่น้องทั่วไทย เผชิญมหาอุทกภัยกันทั่วหน้า คงได้เวลาตั้งสติ ตั้งศีล สมาธิ ปัญญา หาเหตุ ปัจจัย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้หรอกที่วิกฤติ วิบัติ เคราะห์จะซ้ำกรรมจะซัดหากเราทั้งผองไม่รู้สำนึกรู้สึกรู้สา



