บันเทิง

ช้า

ช้า

26 ก.ย. 2554

ช้า:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          “พี่ไก่คงชอบใบนี้มากนะ เห็นใช้บ่อย”
 
          โก้ มิสเตอร์แซกแมน พูดประโยคนี้เป็นครั้งที่ 3 ในการพบกันครั้งล่าสุด ถ้าเขาไม่มีเจตนาจะหาซื้อกระเป๋าใบใหม่ให้ ก็คงเป็นอะไรสักอย่างที่เอาไว้ถือเอาไว้หิ้วแทนกระเป๋าใบนี้ เพราะข้าวของทั้งที่คอนโดฉันและบ้านแม่ โก้ก็ซื้อให้จนไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน ทั้งเก้าอี้นวดไฟฟ้าตัวละหลายแสน ชุดโฮมเธียเตอร์ขยายเสียงกระหึ่มจนมุ้งลวดอะลูมิเนียมกระทบกับขอบดังแกรกๆ เวลาที่เปิดหนังแอ็กชั่นฉากระเบิดตึกกระจกแตก เครื่องเล่นซีดี และเครื่องเสียงสำหรับไอพอดยี่ห้อหรูๆ แพงๆ ก็วางระเกะระกะอยู่ในคอนโด บางชิ้นที่โก้ให้ยังไม่แกะออกจากกล่องด้วยซ้ำ อย่างที่บอกนอกจากเตี่ยฉันแล้วผู้ชายคนนี้แหละพึ่งได้! แต่เพราะเป็นน้องพี่ที่รักกันแบบนี้มาเกือบ 20 ปี ถ้าเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นคงไม่ดีขนาดนี้และคงเลิกคบกันไปนานแล้ว เอ๊ะ … หรือว่าถ้าโก้หล่อแบบโดม แล้วสูงกว่านี้สัก 10 เซนต์ มันจะเป็นอย่างอื่น … คงไม่ … พระเจ้าได้สร้างสมดุลให้แก่โลกนี้แล้ว ถ้าโก้หล่อขนาดนั้นมันจะไม่มาเป่าปี่ เอ๊ย แซก มันก็คงไปเป็นดาราหรือนายแบบ เราก็คงไม่เจอกัน แล้วที่คบกันได้ยืนยาวมาจนทุกวันนี้ก็เพราะหน้าตาน่าสงสารกันทั้งคู่ อีกนิดก็เล่นใต้สะพานกันแล้ว ยังดีที่พอมีชื่อเสียงช่วยไว้
 
          “เดี๋ยวคืนนี้ โก้ไปหานะ” (ฟังดูชู้สาว แต่กรุณาดูหนังหน้า)
 
          มันชอบมาคอนโดฉันตอนดึกๆ แล้วกลับออกไปตีอะไรสักอย่าง บางทีก็หลับบนเก้าอี้นวมจนเช้า นี่ดีที่แฟนโก้ชื่อเดียวกับฉัน “คิ้ม” สนิทกันเลยไม่มีปัญหา แค่โทรบอกว่า … “มันหลับไปแล้ว” … เป็นไปตามที่คิด เลยเวลาไปชั่วโมงกว่าคุณโก้ถึงจะมา ปล่อยให้ฉันและลูกน้องอีก 2 คน นุชและเกดคอยจนจะหลับ ดีที่มีของกินช่วย (ฆ่า) เวลาตามแบบฉบับ นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นแ_ก! … ฉันถือกระเป๋าหนังสีดำขนาดเท่ากับกระเป๋าใส่สบู่ยาสีฟันเวลาเดินทางมาวางไว้ตรงหน้าโก้
 
          “วันเกิดโก้ปีนี้พี่ให้กระเป๋าเพราะโก้เดินทางบ่อย บางทีใส่ถุงก็อบแก็บมันดูไม่ดี เดี๋ยวขาดเดี๋ยวลืม นี่กระเป๋าหนังอย่างดีมีราคานะ”
 
          โก้พยักหน้ายิ้ม จะให้อะไรเขาก็ดีใจทั้งนั้น แต่คราวนี้คงไม่ตื่นเต้นเหมือนก่อน เขาขอบคุณแล้วรับกระเป๋าไปจากมือฉัน
 
          “ถึงเขาจะช้า แต่เขาไม่โง่” สีเกดชอบพูดประโยคนี้เวลาที่โก้แสดงอาการงกๆ เงิ่นๆ ไม่ทันเกม หรือไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้เป็นแบบที่สีเกดพูด
 
          “จะไม่เปิดดูข้างในเหรอ?”
 
          เขาเปิดดูตามที่ฉันบอกแบบไม่ใส่ใจนัก รูดซิปเปิดมีกระดาษไขสีขาวยัดแน่นอยู่ข้างใน เขาก็รูดซิปปิดแล้วคุยเรื่องอื่นต่อ อือ … เขาช้าน่ะแน่ๆ แต่เขาไม่โง่อันนี้ไม่แน่ใจ
 
          “เปิดดูข้างในซิว่าชอบมั้ย” ฉันย้ำอีกครั้ง เขาทำตามเช่นเคย แต่คราวนี้มีประกายในตาของเขาเมื่อเขาล้วงไปเจอกล่องแข็งๆ แกะกระดาษไขออกมาเป็นกล่องสีเขียว เขายิ้มกว้างเหมือนเด็กที่รู้ว่าเป็นของเล่นแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าอะไร ค่อยๆ เปิดกล่องออกช้าๆ ทันทีที่เห็นของข้างในเขายิ้มตาไหลเหมือน ดร.เซมเบ้ ในเรื่องหนูน้อยอาราเร่ จับมันขึ้นมาทาบข้อมือแล้วเอานิ้วหัวแม่มือถูกระจกหน้าปัดไปมา มันคือนาฬิการุ่นโปรดของโก้ที่เฝ้ามองเวลาที่มันอยู่บนข้อมือคนอื่นมาตั้งแต่ฉันเริ่มรู้จักโก้
 
          ฉันกับโก้ สองพี่น้องมีนิสัยเหมือนกันอยู่อย่างคือ เราจะไม่ตามใจตัวเองด้วยข้าวของที่เราใฝ่ฝันราวกับจะเก็บมันไว้เป็นความฝันแบบนั้นเพราะกลัวว่าถ้ามันเป็นจริงเมื่อไหร่ความฝันนั้นก็จะหมดไป ถึงเวลานี้โก้จะซื้อนาฬิการุ่นนี้ใส่สักกี่เรือนก็ได้แต่เขาก็ไม่เคยทำเช่นนั้น เราจึงผลัดกันให้ของใช้ในฝันกันในวันธรรมดา ด้วยต่างเชื่อว่าวันทุกวันก็เหมือนกัน สิ่งที่จะทำให้มันสำคัญได้ก็คือคนและเรื่องราว หาใช่วันเวลาไม่ พอถึงวันที่เป็นวันเกิดหรือวันใดๆ พวกเรากลับไม่ใส่ใจเพราะต้องทำงาน … งานทำให้พวกเราสำคัญไม่ใช่สำคัญที่ตัวพวกเรา ดังนั้นวันไหนไม่ได้ทำงานทั้งฉันและโก้จึงรู้สึกไร้ค่าอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งตอนส่องกระจกด้วยแล้ว …       เฮ้อ! … โก้จึงชอบออกไปทำงานแม้จะไม่ได้รับค่าตอบแทนในบางครั้งเขาก็สุขใจ ส่วนฉัน … ชีวิตจะมีค่าเมื่อได้ทำงาน … แล้วได้เงิน! ดังนั้นอย่าเอาเราสองคนมาเปรียบเทียบกันในเรื่องเงิน โก้เป็นศิลปิน ส่วนฉันเป็นแม่ค้าที่มีสายพันธุ์นักพนัน กล้าได้กล้าเสีย และไม่เชื่อว่ามีของฟรีในโลก
 
          “เอ่อ … พี่ไก่ โก้ทำบุญซื้อประตูล้อมพระประธาน บานละ 12,000 เผื่อให้พี่ไก่บานหนึ่ง ทำบุญเยอะๆ กันนะพวกเรา”
 
          “เอ่อ … เมิงจะถามกรูสักคำก่อนทำได้มั้ย?” ฉันคิดในใจ แต่ตอบไปว่า
 
          “ดีแล้วโก้” ฮึ! ชาติหน้าใครอยากจะเกิดมาเป็นพี่มันแบบนี้ … เฮ้อ กู! ลำพัง ท็อป ดารณีนุช นักบุญในร่างคนบาปคนเดียวฉันก็เวียนหัวแล้ว นี่โก้อีกคน ยิ่งคบคนสองคนนี้สนิทเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าบาปมากขึ้นเท่านั้น เพราะอีสองคนนี้มันชอบทำบุญ วันดีคืนดีโก้ก็ซื้ออาหารเม็ดเป็นกระสอบให้บ้านหมาพิการอะไรสักอย่าง ทั้งท็อปและโก้ชอบทำบุญแต่ไม่เคยมีข่าว ไม่รู้ว่าเพราะไม่ใช่พระเอกนางเอกหรือเพราะหนังหน้าแบบนี้มันก็เลยไม่เป็นข่าว ราวกับว่าคนหน้าตาไม่ดีทำบุญไม่เป็นอย่างนั้นแหละ (ไม่ได้แขวะใคร อย่ามาถามว่าหมายถึงใคร เดี๋ยวด่า!)
 
          เอาเป็นว่าฉันรู้แล้วว่าชาติหน้าเกิดมาจะได้เจอใคร … ก็อีสองคนนี่ยังไง แล้วก็คงเป็นโสดอีกชาตินั่นแหละ เพราะทำบุญแต่กับเพื่อน ไม่มีโอกาสทำบุญกับผัว เพราะยังหาตัวเป็นๆ ไม่เจอน่ะเซ่!
 
          “รู้มั้ยทำไมพี่ถึงให้แต่นาฬิกา”
 
          เงียบ … (บอกแล้วว่า ช้าแต่ไม่โง่ แค่ไม่รู้ใครจะทำไม?)
          “ถ้าวันไหนพี่ตายไป นาฬิกาก็ยังคงเดินต่อไป พี่ยังคงอยู่กับโก้ตลอดไป”
          ทำหน้าซึ้งน้ำตาจะไหล อือ … เข้าใจแล้วว่า ช้าแต่ซึ้ง (จะโง่ไม่โง่ต้องมาเจอกับตัว)

          ตราบเท่าที่ฉันยังมีลมหายใจและมีเงิน ฉันก็ยังคงซื้อนาฬิกาให้โก้ต่อไป เพื่อให้เขาได้ระลึกไว้เสมอว่า … ฉันยังคงเป็นพี่สาวคนเดียวของเขาจนวันตาย และจะดูแลกันตลอดไป (เกี่ยวกันมั้ย?)
 
          แม้จะยังคงสงสัยว่า ตกลงแล้ว โง่หรือฉลาด? กันแน่