บันเทิง

กล่องอากู๋

กล่องอากู๋

26 ก.ย. 2554

กล่องอากู๋:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา

          ลงทุนเปิดตัวกล่องวันสกายเสียใหญ่โต แต่ "อากู๋" คงเซ็งไม่น้อย เมื่อนักข่าวทุกสำนักต่างสนใจถามแต่เรื่อง "น้องจ๊ะ เทอร์โบ" จะเข้าค่ายแกรมมี่หรือเปล่า?
 
          กริช ทอมมัส ผู้บริหารแกรมมี่โกลด์เลยต้องรับหน้าเสื่อแจกแจงว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมกับปรามทีมงานเทอร์โบให้หยุดปล่อยข่าวเสีย มิเช่นนั้นจะดำเนินการทางกฎหมาย
 
          ประเด็นนี้ขอฝากถึงผู้บริหารแกรมมี่ช่วยไปตรวจสอบ "ข้อเท็จจริง" ด้วยว่าต้นเหตุมาจากใครกันแน่?
 
          เนื่องจากคนในวงการลูกทุ่งรู้ดีว่า ผู้ที่ปูดเรื่องนี้ไม่ใช่ "ไผ่ เทอร์โบ" ผู้จัดการของน้องจ๊ะ แต่เป็นคนที่แกรมมี่ต้องรู้จักเป็นอย่างดี
 
          หันมาเรื่อง "กล่องวันสกาย" ที่ "อากู๋" ไพบูลย์ หวังจะฟันเงิน 3,000 ล้านบาทนั้น แกรมมี่เริ่มขยับมาตั้งแต่ต้นปี 2554 เมื่อบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อลงทุนในบริษัท วันสกาย มัลติมีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม
 
          จะว่าไปแล้ว "อากู๋" ไพบูลย์ กับ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ นายใหญ่ของสามารถ ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ต่างเป็นเพื่อนมิตรที่ดีของ เนวิน ชิดชอบ
 
          พูดง่ายๆ "แกรมมี่" ขายคอนเทนท์ และทำการตลาด ส่วน "สามารถ" ก็ผลิตกล่องรับสัญญาณดาวเทียม
 
          กล่องวันสกายมี 3 แบบ คือแบบแรก "วันสกาย อีซี่" ราคา  500 บาท ดูช่องทีวีดาวเทียมทั่วไปประมาณ 100 ช่อง แบบที่ 2 "วันสกาย สมาร์ท" ราคา 1,500 บาท บวกสามช่องพิเศษ และแบบที่ 3 "วันสกาย จีเนียส" ราคา 2,500 บาท มีลักษณะกึ่งฟรีทีวีกึ่งเคเบิล ต้องจ่ายเดือนละ 300 บาท เฉพาะช่องกีฬา
 
          ตอนนี้แกรมมี่เปิดให้ดูช่องกีฬา 3 ช่อง ฟรีไปจนถึงสิ้นปี โดยจะเพิ่มให้ครบ 6 ช่อง และปีหน้าแกรมมี่ได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลหลายประเทศ
 
          สรุปว่าแกรมมี่ขาย "กล่อง" ไม่ได้ขาย "จานดาวเทียม" นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมทีวีดาวเทียม
 
          แกรมมี่หวังรายได้จากการขายกล่อง 48% ค่าบอกรับสมาชิก 32% และโฆษณา-สปอนเซอร์ 11%
 
          พร้อมกันนั้น แกรมมี่ยังจับมือกับผู้ผลิตจานดาวเทียมอีก 5-6 ราย ยกเว้น "พีเอสไอ" เพราะอากู๋ไม่พอใจพีเอสไอ เรื่องเก็บเงินค่าเรียงเบอร์ช่อง
 
          แต่แชมป์ขายจานดาวเทียมอย่างพีเอสไอ ยอมรับว่า กล่องแกรมมี่เป็นคู่แข่งโดยตรง จึงพยายามรุกกลับด้วยจุดแข็งของตัวเองคือ การบริการหลังการขายและเครือข่ายติดตั้งจานดาวเทียมที่มีอยู่ 8,500 แห่งทั่วประเทศ
 
          "เสี่ยสมพร พีเอสไอ" เชื่อว่าช่างติดตั้งและบริการหลังการขาย ยังเป็นเรื่องสำคัญ และจะใช้ความแตกต่างดังกล่าวในการทำตลาด
 
          จุดอ่อนของแกรมมี่อย่างหนึ่ง คงเป็นเรื่องพันธมิตร "สามารถ" ที่เคยทำจานดาวเทียมทั้งจานทึบและจานโปร่งออกขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องบริการหลังการขายมากนัก บรรดาช่างติดตั้งส่วนใหญ่ได้แต่ส่ายหน้า
 
          สนุกจริงๆ ครับ สงครามดาวเทียมปลาย พ.ศ.นี้ คนหน้าจออย่างเราก็ต้องเฝ้าดูว่า ยักษ์ใหญ่กับยักษ์เล็ก สู้กันมันจะเป็นอย่างไรในอนาคต