
พักร้องเพลงร็อก'ชีส์ต้า'ผันตัวเป็นครู
พักร้องเพลงร็อก 'ชีส์ต้า' ผันตัวเป็นครู
หลังจากออกอัลบั้มมา 3 อัลบั้มแล้ว นักร้องสาวมาดเท่ "ชีส์ต้า" ปุณิกา สินธุวณิก เตรียมเว้นวรรคการร้องเพลงร็อกกับอัลบั้ม "She'sTaa on the Rock" ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้าย ในการร้องเพลงของ "ต้า" โดยเจ้าตัวอ้างว่าด้วยอายุและเวลาที่คงเหมาะแก่การวางมือแล้ว ซึ่งนักร้องสาวเตรียมผันตัวไปเป็นครูสอนร้องเพลงให้กับโรงเรียน "Grammy Krurodj Vocal Studio" ของ "ครูโรจน์" รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์ ครูเพลงชื่อดังแทน
"อัลบั้มนี้คงเป็นอัลบั้มร็อกอัลบั้มสุดท้ายของเราแล้ว คือเราอาจยังเป็นนักร้องอยู่ แต่คงไม่เป็นแบบร็อกแล้ว เพราะด้วยอายุของเรามันคงเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว เพราะเราจะมาร้องเพลงหนักๆ แรงต่อไปมันจะกลายเป็นว่าดูเกินวัยไป และอยากที่จะเปิดเนื้อที่ให้แก่น้องๆ คนอื่นๆ ด้วย พื้นที่ในวงการเพลงจริงๆ เหมือนจะกว้างแต่ถ้าคิดในปริมาณของศิลปินที่เพิ่มขึ้นทุกวันแล้ว เนื้อที่มันเล็กนิดเดียว ยิ่งถ้าไม่มีใครยอมวางมือ ยอมสละที่ของตัวเองออกไปบ้าง เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่มีเนื้อที่ที่จะเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากที่จะถอยออกมาเพื่อให้น้องๆ ที่มีความสามารถได้โอกาสกับเนื้อที่ของเรา" นักร้องสาวเผยและเสริมต่อว่า หลังจากนี้อาจหยุดพักการร้องเพลงและไปเป็นครูสอนร้องเพลงแทน
"คิดไว้ว่าจะไปเป็นครูสอนร้องเพลง เพราะเราเองเรียนร้องเพลงมากับครูโรจน์ แล้วเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะที่เราอยากที่จะพักพอดี ครูเลยชวนว่ามาเป็นครูสอนร้องเพลงให้กับน้องๆ ไหม เราเองก็อยากที่จะทำประโยชน์ในด้านนี้เลยตกปากรับคำไป แต่ไม่ใช่เราจะหยุดการเป็นนักร้องของตัวเองไปเลย มันแค่เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ เรามีเป้าหมายว่าอยากเป็นนักร้อง โดยมันเป็นความฝันของเรา ซึ่งเราเองมาถึงความฝันของเราแล้ว ได้ทำเพลงในแบบที่เราต้องการแล้ว หลังจากนี้ถ้าเราจะมีงานเพลงออกมาก็คงเป็นแนวเพลงอื่น แต่ในตอนนี้เรื่องของการทำเพลงเรายังไม่ได้คิดไว้เลย คงพักไประยะใหญ่ๆ" ชีส์ต้ากล่าว
นักร้องสาวได้เล่าให้ฟังต่อว่า อัลบั้มนี้เป็นเหมือนอัลบั้มร็อกทิ้งทวนของตัวเอง โดยหลังจากปล่อยเพลง "Make love" เพลงฟังง่ายสบายๆ สื่อสารแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเนื้อหาเป็นการให้กำลังใจกันและกัน
"เพลงนี้เป็นเพลงร็อกฟังสบาย ซึ่งหลายคนอาจไม่ค่อยได้เห็นเราในมุมแบบนี้ เพราะอัลบั้มที่ผ่านมาลุคของเรา ที่สะท้อนออกมาจะเป็นในมุมซ่าๆ เมื่ออัลบั้มนี้จะเป็นอัลบั้มร็อกทิ้งทวนของเรา เลยอยากที่จะให้คนได้เห็นมุมต่างๆ ของเรามากขึ้น อยากที่จะให้เห็นความเป็นส่วนตัวของเรา ยิ่งเพลงนี้เป็นเพลงให้กำลังใจ ซึ่งเมื่อช่วงก่อนหน้านี้เราได้รับกำลังใจเยอะมาก ในตอนนั้นคุณพ่อป่วยและจากไป เรารู้ดีว่ากำลังใจมันสำคัญแค่ไหน เมื่อเราผ่านตรงจุดนั้นมาแล้ว เราเลยอยากที่จะส่งกำลังใจต่อให้กับผู้อื่น เลยเกิดเป็นเพลงนี้ขึ้นมา" ศิลปินสาวเล่า
ชีส์ต้ากล่าวปิดท้ายว่า ถ้าวันหนึ่งต้องทิ้งไมค์ร้องเพลงไปจริงๆ ก็จะไม่เสียใจ เพราะรู้ดีว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมาในการเป็นศิลปิน ได้รับสิ่งดีที่สุด แต่คนทุกคนจะต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกันทั้งนั้น



