บันเทิง

หนีน้ำไปไหว้พระ

หนีน้ำไปไหว้พระ

20 ก.ย. 2554

หนีน้ำไปไหว้พระ:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

          มหาอุทกภัยปีนี้ ผมมีอันต้องระหกระเหิน ระเห็จพรากจากบ้าน “กระท่อมเกี่ยวก้อย” ริมแควยม หมู่บ้านของผมจมน้ำแทบไม่เหลือแผ่นดินให้เหยียบ เหลือเพียงถนนที่ขาดเป็นช่วงๆ ก็เพราะถนนนี่เองที่เป็นเสมือนเขื่อนคันกั้นขวางทางน้ำไว้ โยงใยกันเป็นตารางขังน้ำ ดั่งคันฝายขนาดใหญ่ จึงไม่ต้องกระเหี้ยนกระหาย จะสร้างเขื่อนเพิ่ม เพราะประเทศเรามีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้วเป็นหมื่นเป็นแสน
 
          ถนนสายชุมแสง-นครสวรรค์ 40 กม. ถูกตัดขาด ผมต้องขับรถอ้อมไปอำเภอหนองบัว ผ่านอำเภอท่าตะโก ถึงนครสวรรค์ เป็นระยะทาง 120 กม.
 
          อำเภอท่าตะโก ก็น้ำท่วมเหมือนกัน สองข้างทางบางช่วงเวิ้งว้างเป็นทะเล
 
          ผมแวะไหว้หลวงพ่อศิลา พระพุทธรูปหิน 2 พี่น้อง เป็นพระพุทธรูปหินทราย ปางนาคปรก ค้นพบบนยอดเขาตาคลี ต.ดอนคา ในท้องถิ่นท่าตะโกเอง ประดิษฐานอยู่ในวิหารเล็ก ริมถนน ในเขตเทศบาล ใกล้ที่ว่าการอำเภอ พระพุทธรูปสมัยลพบุรีอายุเกือบ 2,000 ปี
 
          ผมยังแวะไปชมหลวงพ่อแหลน ที่วัดดอนคา พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน ที่มีตำนานว่า ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งออกหาปลาในคลองท่าตะโก แทงแหลนไปโดนของแข็ง พบเกศเปลวเพลิงลอยขึ้นเหนือน้ำ จึงช่วยกันนำพระพุทธรูปล้ำค่าขึ้นจากน้ำแล้วประดิษฐานไว้ที่อุโบสถวัดสระโบสถ์
 
          ต่อมาวัดสระโบสถ์ร้างจึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดดอนคา ปี พ.ศ.2539 ถูกโจรกรรมไปจากวัดเป็นเวลา 1 ปี
 
          กำนันกมล ประภาชัยมงคล พร้อมด้วยชาวบ้านประสานงานกับตำรวจกองปราบปราม สืบจนพบหลวงพ่อแหลน (พร้อมกับพระพุทธรูปของวัดท่าตะโก และวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งพระพุทธรูปของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ที่ถูกขโมยจากจังหวัดกาญจนบุรี) ที่แหล่งย่านถนนบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ
 
          ปัจจุบัน หลวงพ่อแหลนประดิษฐานอยู่ในวิหารข้างอุโบสถ อยู่ในที่ปลอดภัย ติดประตูกระจก 1 ชั้น ประตูเหล็กอีก 2 ชั้น  
 
          วันที่ผมไป ทางวัดได้ไขกุญแจให้ นับว่าผมมีวาสนาได้ชมพระพุทธรูปองค์งามนี้ แต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ เราต่างมีสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมือง น่าเศร้าที่มีคนใจบาปคอยจ้องจองเวรโจรกรรม ซ้ำบางกรณี ก็เป็นคนในท้องถิ่นเองที่รู้เห็นเป็นใจ
 
          หลวงพ่อแหลนมีพุทธลักษณะงดงาม ดื่มด่ำธรรมรสได้ ทั้งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาในฐานะ “พระเรียกฝน” ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถึงวันเพ็ญเดือนสาม จะมีงานสมโภชประจำปี เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวตำบลดอนคา และชาวอำเภอท่าตะโกทั้งหลายทั้งมวล