
เจ็บและจน:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เจ็บและจน:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“คันนี้ราคาแปดล้านเศษครับ ดาวน์ 30 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนได้นาน 60 เดือน เดือนละแสนเศษครับ”
… ฉันยิ้มให้ แล้วเดินจากไป
“ใบนี้ทำจากหนังท้องจระเข้นะคะ ลด 50% เหลือ 4 แสนบาท ถือว่าไม่แพงเลยนะคะ”
… ฉันยิ้มให้ แล้วเดินจากไป
“ชุดนี้ราคาสองแสนบาทค่ะ ทำจากลูกไม้ฝรั่งเศส ”
… ฉันยิ้มให้ แล้วเดินจากไป
เสื้อยืดกางเกงยีนรองเท้าแตะกับกระเป๋าหนังธรรมดาพาฉันเดินผ่านสินค้าราคาสูงลิ่วครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เงินในกระเป๋าก็ยังไม่พร่อง ฉันรู้ว่าเงินซื้อความสุขบางอย่างได้ แต่จุดหมายของฉันกลับไม่ใช่ความสุขที่ฉันเดินผ่านจนหลายครั้งฉันต้องถามตัวเองว่า “หาเงินมาทำไม?” แล้วฉันก็ตอบตัวเองกลับไปว่า “เพื่อลดความกลัว”
จากครอบครัวนักพนันตั้งแต่รุ่นอากงได้พาฉันไปรู้จักและคุ้นเคยกับคำว่า “ไม่มั่นคง” นับจากนั้นมันก็เริ่มล้อมรั้วแยกฉันออกจากคำว่า “จน” โดยกั้นประตูแห่ง “ความกลัว” ไว้ตรงกลางใจฉันซึ่งนับวันประตูบานนั้นก็หนาขึ้นสูงขึ้นและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ… ฉันกลัวความจน! และฉันก็ตระหนักรู้อยู่เสมอว่า บางครั้งความจนมันติดตัวคนมาตั้งแต่เกิด … จนกระทั่งวันตาย แล้วก็มีอีกหลายครั้งที่ความจนมันจ้องจะกระโจนใส่คนที่มองข้ามหรือลบหลู่มันแบบไม่ให้ตั้งตัวมามากมายแล้ว
สำหรับฉัน ความจริงมันเจ็บปวด … แต่ความจนนั้นเจ็บปวดกว่า
“หนูคงต้องย้ายพ่อไปอยู่โรงพยาบาลอื่นที่มันถูกกว่านี้ ใช้บัตรประกันสังคมจะได้ไม่ต้องเสียเงิน แต่ก็กลัวว่าเขาจะดูแลไม่ดีเท่าที่นี่ จะทำไงได้ล่ะพี่ ห้องไอซียูที่นี่คืนละเกือบ 3 หมื่น นานเข้าหนูก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก …
พอย้ายมาอยู่โรงพยาบาลที่ไม่ต้องเสียเงิน มันกลับเลวร้ายกว่าที่คิด หมอกับนางพยาบาลก็ไม่ค่อยจะมาใส่ใจพ่อหนู หนูรอทั้งวันหมอก็ไม่เข้ามาดูอาการ ทั้งๆ ที่เขาบอกว่าเขาอยู่ที่นี่ทั้งวัน พอ 6 โมงเย็น หมอก็กลับบ้านไปเลย แถมยังบอกอีกว่าสภาพของพ่อหนูตอนนี้ไม่เรียกว่ารักษาหรอกเพราะมันไม่ดีขึ้น แต่เขาเรียกมันว่า “ทรมาน” ฟังแล้วหนูก็เสียใจนะพี่ น้ำที่ระบายออกจากช่องสมองไหลจนเต็มถุงเปียกหมอน นางพยาบาลที่เดินไปเดินมาก็ไม่มาเปลี่ยนให้ พ่อหนูต้องอยู่ในสภาพนอนเป็นผักน้ำลายยืดแบบนั้น สู้ให้ตายไปเลยยังทรมานน้อยกว่าสภาพที่เป็นอยู่แบบนี้ หนูเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมหมอถึงใช้คำว่า “ทรมาน” จรรยาบรรณมันหายากในวิชาชีพแล้วล่ะพี่ …”
เรื่องราวที่ผ่านเข้ามากระทบโสตของฉันมันช่วยตอกย้ำให้กำแพงบวมขึ้นด้วยความกลัวอย่างที่สุด ฉันรู้แล้วว่าความตายมันไม่น่ากลัวเท่าความจน และคนที่มีหน้าที่ช่วยรักษาชีวิต (บางคน) กลับทำหน้าที่ “ทรมาน” ได้ดีกว่า ฉันจึงไม่กลัวเจ็บ กลัวตาย หรือแม้แต่กลัวความเดียวดายที่จะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตเพราะนั่นก็แค่ “ร่างกาย” ไม่ใช่ “จิตใจ”
ความจนกับความเจ็บเวลาที่มันมาพร้อมกัน มันช่างเป็นสมการผกผันกับความใส่ใจ ยิ่งจนเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับการใส่ใจน้อยลงเท่านั้น จนหลายครั้งที่มันเกาะคำว่า “ละเลย” คงมีแค่ตัวช่วยเดียวที่จะช่วยยกระดับความใส่ใจให้สูงขึ้นได้ … “เงิน !” เงินไม่ใช่พระเจ้าแต่มันกลับทำหน้าที่แทนพระเจ้าได้อย่างดี หลายครั้งหลายครา มันขยายเวลาหรือยื้อความสั้นยาวในชีวิตคนเราได้ มันคือเครื่องมือที่เอาไว้โกงพระเจ้าเวลาที่ท่านเผลอเมื่อเราหมายถึงความเป็นความตาย
“เตียงข้างๆ ก็เป็นเส้นเลือดในสมองตีบเหมือนพ่อหนู นอนเป็นผักมา 2 เดือนแล้ว ลูกๆ เขาจ่ายไปตั้ง 2 ล้านแน่ะ เขาถึงยังนอนอยู่แบบนั้น ไม่งั้นคงไปนานแล้ว”
“บ้านหนึ่งเขาทำสินค้าส่งออก ที่บ้านรวยมาก พ่อก็นอนนิ่งแบบนี้เหมือนกัน แต่เขากลับมานอนที่บ้าน ทำเป็นห้องเหมือนโรงพยาบาลเลย มีนางพยาบาล 3 คนผลัดกันมาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แล้วรู้มั้ยพ่อแกอยู่อย่างนั้นนานถึง 12 ปี เพิ่งเสียไปปีที่แล้วนี่เอง”
“มีรายหนึ่งเป็นมหาเศรษฐีแล้วเป็นมะเร็ง ใครๆ ก็คิดว่าไม่รอด เขาเหมาเครื่องบินไปรักษาผ่าตัดกับหมอฝรั่งที่อเมริกา ตอนนี้กลับมาแล้ว หายเป็นปกติยังกับปาฏิหาริย์ …”
บางทีกำลังใจ+โอกาส+เงินมหาศาล = ปาฏิหาริย์ (รึเปล่า?) อย่างไรก็ตาม เงินก็ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ … “อย่าเจ็บ อย่าจน” คงเป็นคำขอที่มากเกินไปในความคิดของฉัน ดังนั้นฉันจึงขอแค่ “อย่าจน” เพื่อจะได้มีเงินไว้รักษาเวลาเจ็บ ฉันไม่ได้กลัวความจนที่มันทำให้เราทำอะไรไม่ได้ดังใจ แต่ฉันกลัวมันตรงที่ “ฉันอาจได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนน้อยลงไปต่างหาก” ยิ่งเป็นสมัยที่วัตถุอยู่เหนือจิตใจ ยุคโลกาวินาศ ไม่ใช่โลกาภิวัตน์อย่างใครเขาว่า คนมากมายหันมานับถือกันที่เงินมากกว่าใจ ระดับความใส่ใจและวิธีปฏิบัติต่อกันก็ขึ้นอยู่กับระดับของเงิน ดังจะเห็นได้ว่า ทั้งสถานที่และการดูแลอย่างสุดพิเศษมีไว้สำหรับคนโคตรรวยหรือมีกำลังจ่ายสูงสุดเท่านั้น อะไรที่ฟรีๆ อย่าไปหวังว่ามันจะดี อย่างเก่งก็เป็นได้แค่ตามมีตามเกิด อย่างแย่ก็เป็นไปตามยถากรรม …
“พ่อ … อย่าห่วงอะไรนะ จะไปก็ไปเถอะ อย่าอยู่ให้คนใจร้ายพวกนี้ทรมานอยู่เลย”
นั่นคือคำขอร้องที่ไม่อาจรับรู้ได้ จากลูกที่จนถึงพ่อที่เจ็บ …



