
สงครามราคา
สงครามราคา:มองผ่านเลนส์คม โดย... แคน สาริกา
กระบวนการคัดสรร กสทช. และการเลือกประธาน กสทช. ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่รอนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
อีกด้านหนึ่ง "สงครามราคา" ของคนขายจานดาวเทียม ทำให้ตลาดจานดาวเทียมเติบใหญ่ขยายตัวชนิดก้าวกระโดด
เมื่อสัปดาห์ก่อน "เสี่ยพีเอสไอ" สมพร ธีระโรจน์พงษ์ แถลงข่าวจะเปิดตัวจานดาวเทียมระบบเคยูแบนด์ ภายใต้ชื่อ "พีเอสไอ โอเค" เพื่อทำตลาดจานเล็กรับชมช่องรายการฟรี 70 ช่อง
จานเล็กหรือจานทึบ เจ้าตลาดคือ "จานแดงทรูวิชั่นส์" รองลงมาก็เป็น "จานส้มไอพีเอ็ม", "จานเหลืองดีทีวี", "จานน้ำเงินสามารถ" และ "จานเขียวไทยแซท"
ตลาดจานทึบจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือเขตเมืองในต่างจังหวัด ถ้าตลาดจานโปร่ง(จานดาวเทียมระบบซีแบนด์) หรือจานใหญ่ ก็จะอยู่ในเขตชนบทเป็นส่วนใหญ่
เดิมทีพีเอสไอเป็นเจ้าตลาดจานโปร่ง หรือที่รู้จักกันในนาม "จานดำพีเอสไอ" และตอนหลังได้พัฒนา "กล่องรับสัญญาณ" ที่จัดลำดับช่องสัญญาณโดยพีเอสไอ ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนท์ต้องจ่ายค่าบริการจัดช่องสัญญาณให้พีเอสไอ
เนื่องจากไม่มีผู้ผลิตรายการคนไหน อยากไปอยู่ช่องที่ลำดับ 150 ฉะนั้นหากต้องการอยู่ในลำดับต้นๆ ก็จ่ายค่าบริการให้พีเอสไอ
สมัยที่พีเอสไอขายจานดาวเทียมใหม่ๆ กล่องรับสัญญาณไม่ได้ถูกล็อกช่องสัญญาณไว้ ผู้ชมสามารถเลือกจัดช่องสัญญาณได้เอง อยากดูช่อง A ก็เอามาอยู่ช่อง 1 มันทำได้ง่ายๆ โดยมีพนักงานของพีเอสไอคอยสอนผ่านช่องทีวีพีเอสไอ
เมื่อมีคอนเทนท์ให้เลือกมากขึ้น พีเอสไอก็ผลิตกล่องรับสัญญาณใหม่ที่จัดช่องสัญญาณให้เรียบร้อย โดยอ้างถึงการบริการจัดเรียงช่องรายการ เพื่อการนำเสนอเป็นแพ็กเกจให้แก่ลูกค้า และการหารายได้จากโฆษณาผ่านกล่องรับสัญญาณพีเอสไอ
ตลาดการค้าเสรีมันก็ดีตรงที่มีการแข่งขัน เมื่อแกรมมี่เปิดตัว "กล่องรับสัญญาณ" (เคยูแบนด์-ซีแบนด์) ในราคาถูกออกสู่ท้องตลาด จึงทำให้พีเอสไอต้องมาทำจานเล็กขายบ้าง
แกรมมี่ได้สร้างแพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมรูปแบบใหม่ “วันสกาย” ซึ่งจะมีการจัดเรียงช่องรายการใหม่ เป็นหมวดหมู่ ต่างจากปัจจุบันที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย และไม่มีมาตรฐาน
ที่สำคัญ แกรมมี่จะดำเนินการจัดเรียงช่องอย่างเป็นธรรม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดเรียงช่องเป็น "หลักล้านบาท" ต่อเดือน
นี่เป็นข้อมูลที่ถูกเปิดเผยออกมาจากคนวงใน ไม่น่าเชื่อว่า ผู้ผลิตคอนเทนท์ต้องจ่ายเงินเดือนละล้าน เพื่อให้ช่องของตัวเองอยู่ในลำดับต้นๆ หรือเลขหลักเดียว
เดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการจีเอ็มเอ็มบรอดคาสติ้งฯ พูดชัดว่า “เมื่อผู้ผลิตคอนเทนท์ไม่ต้องนำเงินไปเสียค่าใช้จ่ายให้แก่แพลตฟอร์มใดๆ ก็สามารถนำงบประมาณนั้นมาพัฒนาคอนเทนท์ให้มีคุณภาพ เกิดการแข่งขันในกลุ่มอย่างเท่าเทียม”
สาเหตุที่แกรมมี่กล้าชักธงรบ ก็เพราะได้รับความร่วมมือจาก 5 พันธมิตร ได้แก่ "ไดน่าแซท", "อินโฟแซท", "ไทยแซท", "ไอเดียแซท" และ "ลีโอเทค" ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดจานโปร่งหรือจานซีแบนด์ รวมแล้วประมาณ 50-60%
แกรมมี่คาดว่า จะให้ลูกค้าได้อัพเกรดซอฟต์แวร์สำหรับกล่องที่จำหน่ายไปแล้ว และที่จะออกในเดือนตุลาคมนี้ เบื้องต้น 3 ล้านกล่อง
นอกจากนี้ยังเปิดช่องว่างให้ช่างทั่วประเทศสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เพื่ออัพเกรดระบบกล่องรับสัญญาณยี่ห้ออื่นให้เป็นเช่นเดียวกับกล่องของวันสกายได้
สงครามราคา ย่อมเกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภค และไม่ทำให้เกิดการผูดขาดในตลาดคนขายจาน!



