
'เวฟฯ' จับมือ 'มายน์แอทเวิร์ค' ประเดิม 'ผีเข้า' ทุ่ม 50 ล้าน
เทรซี่แอนน์ มาลีนนท์ ผู้อำนวยการสร้างบริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมกับ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ควบคุมการสร้าง บริษัท มายน์แอทเวิร์ค จำกัด ทุ่มงบ 200 ล้านบาท บุกตลาดหนังไทย
เทรซี่แอนน์ มาลีนนท์ ผู้อำนวยการสร้างบริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมกับ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ควบคุมการสร้าง บริษัท มายน์แอทเวิร์ค จำกัด ทุ่มงบ 200 ล้านบาท บุกตลาดหนังไทยปี 2555 ประเดิมเรื่องแรก "ผีเข้า" คว้า "กิ๊ฟซี่" วนิดา เติมธนาภรณ์ เป็นนางเอก ขออุบพระเอก
กลับมาลงทุนสร้างหนังอีกครั้ง สำหรับบริษัทเวฟเอ็นเตอร์เทรนเมนท์ จำกัด ที่ร่วมกับบริษัท มายน์แอทเวิร์ค จำกัด นำโดยสาวเก่ง เทรซี่แอนน์ มาลีนนท์ ทายาทของ ประชา มาลีนนท์ ที่ล่าสุดขึ้นแท่นผู้อำนวยการสร้าง หลังจากห่างหายจากวงการภาพยนตร์ไปกว่า 6 ปี โดยเทรซี่ เผยถึงการลงทุนทำหนังครั้งนี้ ในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง "ผีเข้า" ที่ ช่อง 3 หนองแขม ดังนี้
"ตอนนี้ตลาดหนังไทยโตขึ้นเรื่อยๆ และความต้องการของตลาดหนังต่างประเทศ มีมากขึ้น คนอยากเสพในสิ่งที่แตกต่าง คนไม่ได้อยากเสพเฉพาะหนังฮอลลีวู้ด ทำให้เรามีทางเลือกใหม่ให้เขา และการกลับมาครั้งนี้เรามองทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ (ตั้งใจส่งออก) เราทำหนังไทย คงอยากลองตลาดในเมืองไทยก่อน แต่ตลาดต่างประเทศถือว่าเป็นตลาดสำคัญอีกส่วนหนึ่ง
เงินทุนต่อหนัง 1 เรื่องจะประมาณ 40-50 ล้านบาท ถือว่าลงทุนสูงพอสมควร ถามว่าทำไมถึงประเดิมด้วยหนังผี เพราะว่าเรามองว่าตลาดหนังไทยผู้ดูยังชอบดูหนังตลก และหนังผี ในขณะเดียวกัน ตลาดหนังต่างประเทศ หนังผีไทย ก็เป็นที่ยอมรับ เลยคิดว่าถ้าเราทำหนังผี น่าจะลุยได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ในปีหน้าเราวางแผนว่าจะทำหนังประมาณ 3-4 เรื่อง ภายในงบประมาณ 200 ล้านบาท" เทรซี่กล่าว
ด้าน ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ควบคุมการสร้างจากบริษัท มายน์แอทเวิร์ค เผยถึงการฟอร์มทีมสร้างหนัง และสรุปให้ เพื่อน ภาคภูมิ เป็นผู้กำกับ และผู้ควบคุมการสร้างในครั้งนี้ว่า
"ผมมีโอกาสรู้จักคุณประชา ตั้งแต่เรียนอยู่เมืองนอก ท่านเลยชวนมาทำหนัง ตั้งแต่ตอนยังเป็นฟิล์มบางกอก ช่วยงานอยู่กับพี่อังเคิล (อดิเรก วัฏลีลา) แต่ผกผันมาทำมูฟวี่ออนทีวี (หนังที่ฉายทางโทรทัศน์) ในส่วนของบันทึกกรรม และหนังดังสุดสัปดาห์ ทำให้ได้รู้จักผู้กำกับภาพยนตร์เยอะมาก มีการพูดคุยจนมั่นใจคิดว่าน่าจะเริ่มทำเป็นภาพยนตร์ได้แล้ว (พระเอกเป็นใคร) อยู่ในช่วงดำเนินงาน แต่ขอปิดไว้ก่อน ตอนนี้ได้แล้วประมาณหนึ่ง กำลังคุยอยู่ ชัวร์ประมาณ 80 เปอร์เซ็น จะเป็นพระเอกดังหรือไม่ ขอปิดไว้ก่อน (ยิ้ม) คาดว่าจะเปิดกล้องประมาณเดือน ตุลาคมนี้ และจะฉายเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคมปีหน้า ซึ่งพล็อตหลักของหนังเรื่องนี้ เป็นประสบกาณณ์ตรงที่มาจากเรื่องจริง ของน้องทีมงานคนหนึ่ง ในส่วนของหนังดังสุดสัปดาห์ จะยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์เดิมคือหนังฟีลกูด (รู้สึกดี)ดูได้ทั้งครอบครัว" ณฤทธิ์กล่าวปิดท้าย



