
ดาวรุ่งของฟากฟ้าบันเทิง'ญาญ่า'
ดาวรุ่งของฟากฟ้าบันเทิง'ญาญ่า':สกู๊ปวันเสาร์ดย.. เรื่อง : ดวงใจ สอาดจิตต์ / เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล
พูดถึงนักแสดงสาวคลื่นลูกใหม่มาแรงของวิกพระราม 4 หลายคนคงต้องนึกถึงชื่อของสาวลูกครึ่ง ไทย-นอร์เวย์ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ญาญ่า”อุรัสยา เสปอร์บันด์ ซึ่งเธอสลัดคราบนางเอกเรียบร้อยสวยหวาน หันมาจับปืน ใส่กางเกงยีนสุดเท่ พร้อมสวมหมวกคาวเกิร์ล ควบม้าคล่องแคล่ว ในละครบู๊สุดมัน ผสมกลิ่นอายคาวบอยตะวันตกเรื่อง “ตะวันเดือด” ของผู้จัดคนเก่ง “นก” ฉัตรชัย เปล่งพานิช และผู้กำกับลูกไม้หล่นใต้ต้น “หนุ่ม”อรรถพร ธีมากร งานนี้สาวน้อยหน้าใส สลับขั้วมาประกบหนุ่มมาดนิ่ง “หมาก” ปริญ สุภารัตน์ หลายเสียงชมว่าเคมีเข้ากันได้ดี ไม่แพ้คู่ขวัญอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ วันนี้บันเทิง “คม ชัด ลึก” และรายการ “แมงโก้ แบงโก้” จะพาไปพูดคุย ล้วงลึกเรื่องราวสุดน่ารัก ในมุมสบายๆ สดใสตามสไตล์เธอคนนี้
ผลงานละคร
0กระแสตอบรับละครเรื่องตะวันเดือด
ส่วนใหญ่จะบอกว่าละครภาพสวย มีมุมกล้องและภาพคล้ายกับหนัง ในเรื่องหนูเล่นเป็น “ฟ้ารุ่ง” ซึ่งเป็นเพื่อนกับ ”ภูตะวัน” (หมาก) มาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอภูตะวันโตขึ้น และกลับมาที่ไร่ฟ้ารุ่ง เขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ถามว่ามาเล่นละครเรื่องนี้ได้ยังไง คือหนูได้คุยกับพี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ตอนเข้ามาแคสติ้ง พี่นกบอกว่า หน้าตาหนูได้ (หัวเราะ) ความจริงหนูไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่นกถึงเลือกหนูมาเล่น แต่ครั้งแรกที่อ่านบทก่อนไปแคสติ้ง หนูรู้สึกว่าบทละครเรื่องนี้ท้าทายมาก เพราะเท่าที่หนูเล่นละครมา ผู้ชมจะเห็นหนูแสดงในบทเรียบร้อย ใสๆ ดูเป็นนางเอกมาก (ยิ้ม) แต่เรื่องนี้บทจะฉีกแนวเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง มีอำนาจ และนักแสดงทุกคนที่เข้ามาแคสติ้งละครเรื่องนี้ เต็มที่มากๆ มีการเตรียมตัวมาอย่างดี
0เล่นละครมาไม่กี่เรื่อง มาถึงเรื่องนี้คิดว่าตัวเองพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน
หนูคิดว่าตัวเองพัฒนาขึ้นเยอะเลย อย่างแรกคือเรื่องของภาษา และเข้าใจบทละครมากขึ้น พอได้มาอยู่ในกองถ่าย เราจะชินกับการที่ต้องถ่ายกับกล้องหลายตัว แต่หนูรู้สึกว่าตัวเองยังพัฒนาได้อยู่ ต้องพยายามพัฒนาไปเรื่อยๆ
0ร่วมงานกับหมาก เป็นอย่างไรบ้าง
พูดจริงๆ นะ พี่หมากเป็นคนที่ตั้งใจมาก เพราะในเรื่องพี่เขาต้องเล่นเป็นคนเก็บความรู้สึก คาแร็กเตอร์จะรู้สึกสับสนตลอด แต่พี่หมากเวลาอยู่ในกองเขาจะเงียบๆ ตั้งใจทำงาน หลบมุมไปนั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้านก่อนจะเล่นจริง เพราะฉากบู๊ของพี่หมากเยอะมาก ทุกวันที่ถ่ายละคร พี่หมากต้องมีฉาก เตะ ต่อย โดนทำร้าย แต่พี่หมากเต็มที่มาก ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย และไม่เคยท้อเลย
0ได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ จากนักแสดงรุ่นพี่อย่างไรบ้าง
แค่ได้เข้าฉากกับแสดงรุ่นใหญ่อย่างอาตู่ (นพพล โกมารชุน) ทำให้หนูเห็น ว่าเขาเต็มที่มาก อย่างบางทีเวลาซ้อมบท เราจะแสดงไม่เต็มที่ จะเก็บไว้ใส่เต็มตอนถ่ายจริง แต่นักแสดงรุ่นใหญ่ เขาจะเต็มที่ตั้งแต่ตอนซ้อม เพื่อให้รู้ว่าเล่นประมาณนี้ดีมั้ย เหมือนเวลาที่หนูเข้าฉากกับพี่ดอม (ดอม เหตระกูล) แค่มองตา (ทำตาโต) เรารู้สึกได้ ว่าเขาส่งอารมณ์มาให้เยอะมาก ทำให้เราคิดว่าจะเล่นน้อยไม่ได้ กลายเป็นแรงผลัดดันให้เราส่งอารมณ์ กลับคืนไปแรงมากกว่าเดิม เพื่อให้อารมณ์ในการแสดงต่อเนื่อง อีกข้อคือนักแสดงรุ่นพี่จะตรงต่อเวลาและมีวินัยมาก พี่เขาจะสอนเรื่องการวางตัว ว่าเราอย่าไขว้เขวไปกับสิ่งต่างๆ
0ดูละครแล้วได้อะไร
หนูว่าได้จิตนาการใหม่ เพราะในเรื่องเราแต่งตัวย้อนยุคเป็นคาวบอย ได้ดูนักแสดงรุ่นเก่าปะทะฝีมือกับนักแสดงรุ่นใหม่ และละครจะให้ข้อคิดเรื่องความโลภของคน ถ้าเราไม่รู้จักพอ ความโลภจะย้อนกลับมาจะทำร้ายเราได้
0ญาญ่ามีละครเยอะมากทั้ง “ธรณีนี่นี้ใครครอง” และ “เกมร้ายเกมรัก” ทั้ง 2 เรื่องแตกต่างกันยังไง
สำหรับเกมร้ายเกมรัก ตอนนี้ถ่ายทำเกือบเสร็จแล้ว เป็นละครที่ท้าทายมากเลย เหมือนหนูได้เล่น 2 บทบาท ในละครเรื่องเดียว เพราะพาร์ทแรกจะเล่นเป็นคนความจำเสื่อม นิสัยจะเด็กๆ หน่อย ต้องติดเกาะ แต่ตอนที่กลับมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วความทรงจำกลับคืนมา เนื้อเรื่องจะดราม่ามาก มีฉุดกระชากลากถู กับพี่ณเดชน์ตลอดเวลา ส่วนธรณีนี่นี้ใครครอง เล่นคู่กับพี่ณเดชน์ รู้สึกกดดันเหมือนกัน คนจะคาดหวัง เพราะเรื่องนี้เคยทำมาแล้ว และเป็นละครที่น่ารักมาก แต่หนูได้คุยกับป้าแจ๋ว (ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์) ป้าแจ๋วบอกว่าจะปรับบทให้ทันสมัยมากขึ้น จะได้ไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นก่อนมาก
เผยตัวตนของสาววัยใส
0ชีวิตจริงของ ญาญ่าเป็นคนอย่างไร
หนูเป็นคนค่อนข้างนิ่งๆ นะ เป็นคนเรียบร้อย แต่ถ้าเวลาอยู่กับเพื่อน จะมีมุมเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปปกติ มีเล่น มีแกล้งกันบ้าง
0งานเยอะขนาดนี้เรื่องเรียนแบ่งเวลาอย่างไร
จะลงเรียนในวันที่ไม่ได้ถ่ายละคร ตอนนี้หนูเทคิวให้ละครหมดเลย ความจริงยากนิดหน่อย ที่จะต้องแบ่งเวลาเอง บางทีเรารู้สึกว่ายังเด็กอยู่เลย มีบางวันที่งอแงอยากไปเที่ยวเล่นบ้าง แต่ก็นิดหน่อย เพราะหนูรู้ว่าตัวเองโชคดีมากเลย ที่ได้เข้ามาอยู่ในวงการ มีหลายคนอยากมาเข้าอยู่ตรงนี้ อยากเป็นนักแสดงแต่ไม่ได้เป็น ทำให้หนูสึกว่าตัวเองโชคดีมากจริงๆ เลยต้องเต็มที่ในขณะที่เรามีโอกาส เรื่องความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ
0อนาคตในวงการ
หนูอยากอยู่ตรงนี้จนกว่าจะไม่มีใครจ้าง (หัวเราะ) ตอนแรกที่เราเริ่มเล่นละคร หนูจะคิดว่าทำไมมันยากจังเลย แค่เล่นละครก็ยากแล้ว ยังต้องมาดูแลตัวเองอีก แต่พอได้ลองเล่นละครไปเรื่อยๆ ทำให้เรารู้สึกหลงรักการเป็นนักแสดง เป้าหมายของหนูคือ “อยากเป็นนักแสดงที่มีฝีมือ” พอคนคิดถึงหนู อยากให้เขาพูดว่า “อ๋อ..ญาญ่าเหรอ เล่นละครเก่งจัง” อยากให้เขาชื่นชมในผลงานของเรามากกว่า
ย้อนมองดูตัวเอง
0ญาญ่าเคยหลงระเริงกับชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาบ้างไหม
หนูไม่ค่อยได้หลงไปกับมันมากเท่าไหร่ แต่ตอนแรกๆ ที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ จะรู้สึกตกใจมากกว่า ว่ามีคนสนใจเราเยอะขนาดนี้เลยเหรอ หนูจะงง เพราะยังไม่รู้จะตั้งรับยังไงดี แต่ตอนนี้หนูปรับตัวได้แล้ว เรารู้ว่าที่มีคนเข้ามาหา เพราะเขารู้สึกชื่นชมเรา ทำให้หนูรู้สึกดีใจมาก (สีหน้าหน้าตื่นเต้น) และเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป
0เคยรู้สึกอึดอัด หรืออารมณ์ไม่ดีบ้างไหม
หนูคิดว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่ต้องมีความรู้สึกว่า เอิ่ม..วันนี้เราอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ (หัวเราะ) แต่เราต้องพยายามเก็บอารมณ์นั้นเอาไว้ แต่ถ้าหนูต้องทำงาน ได้มาเจอกับแฟนคลับ หรือเพื่อนร่วมงาน ความรู้สึกอารมณ์ไม่ดีจะหายไป เพราะหนูรู้ว่ามีคนที่กำลังยิ้มให้เราอยู่นะ และรอยยิ้มจะเป็นโรคติดต่อ เวลาที่ใครยิ้มให้เราก็ต้องยิ้มตอบ (ยิ้ม)
0ชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม
เปลี่ยนไปมาก ตรงที่คนรู้จักเราเยอะขึ้น ความเป็นส่วนตัวของเราน้อยลง แต่ชีวิตประจำวันเรายังเหมือนเดิม
0ชื่อเสียงมาพร้อมกับข่าว มีวิธีตั้งรับกับกระแสข่าวต่างๆ อย่างไร
ถ้าเห็นข่าวหนูก็จะรับรู้ไว้ แต่ไม่ได้ใส่ใจมากเท่าไหร่ เพราะถ้าเป็นเรื่องที่ไม่จริง หนูจะไม่คิดเลย แต่อาจมีคิดบ้างนิดหน่อย ว่าทำไมเขาถึงคิดกับเราแบบนี้ เขาเห็นเราเป็นคนแบบนี้เหรอ แต่หนูรู้ว่าตัวเองเป็นคนยังไง เวลามีข่าวเลยไม่ได้กระทบจิตใจมากเท่าไหร่ แต่ช่วงแรกๆ ที่เป็นข่าว ถ้าเป็นข่าวที่ไม่ดี หนูก็รู้สึกเครียดเหมือนกัน แต่หนูได้กำลังใจจากคุณแม่ เพราะคุณแม่เป็นกำลังใจที่ดีมาก
ลูกสาวคนสวย
0คุณแม่เป็นห่วงญาญ่าเรื่องอะไรบ้าง
คุณแม่อาจจะเป็นห่วงเรื่องที่เราไม่ค่อยได้พักผ่อน เพราะหนูทำงานและเรียนไปด้วย แต่ความจริงคุณแม่ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากเท่าไหร่
0ความภาคภูมิใจในชีวิต
หนูภูมิใจที่เราอายุเท่านี้ แต่สามารถทำงานได้แล้ว หนูคิดว่าการเรียนและทำงานไปด้วยมันหนักมาก แต่พอเราทำได้ก็รู้สึกภูมิใจ การได้เข้ามาทำงานตรงนี้ สอนให้หนูเรียนรู้คุณค่าของชีวิต แต่สิ่งที่หนูภูมิใจอีกอย่าง คือคุณพ่อของหนู ท่านจะพูดภาษาไทยไม่ได้ และปกติคุณพ่อจะไม่ดูละคร แต่ตลกมากตรงที่คุณพ่อจะนั่งดูละครที่หนูเล่น โดยที่ไม่รู้ว่าหนูพูดอะไร แล้วคุณพ่อก็จะอิน ชอบขำเสียงดัง โฮะๆๆๆ ไปด้วย (หัวเราะ) พอได้เห็นลูกสาวตัวเองในทีวี เขาจะเข้ามากอดหนู แล้วพูดว่า “พ่อภูมิใจในตัวลูกมากเลย” คุณแม่ก็จะเข้ามากอดและบอกว่า “ลูกสาวคนนี้สวยจัง เก่งมากเลยลูก” หนูได้ยินก็จะรู้สึกภูมิใจมาก (ยิ้มหวาน)
เรื่องของหัวใจ
0มีหนุ่มๆ เข้ามาจีบบ้างหรือเปล่า เนื้อหอมขนาดนี้
(ยกแขนขึ้นมาดม) ไม่มีเลย (หัวเราะ) เพราะหนูทำงาน 7 วัน ไม่มีเวลาเลย และไม่เกี่ยวว่ามีคุณแม่มาคอยคุม เพราะถ้าจะมีใครเข้ามาหาหนู ถึงคุณแม่จะอยู่ด้วย เขาคงใช้ความพยายามเข้ามาคุยกับหนูจนได้ ถามว่าเรื่องของความรักในความเป็นญาญ่า ทำให้มีความรักยากกว่าคนอื่นมั้ย สำหรับหนูคิดว่าไม่ยากหรอก คงเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะความรักก็คือความรัก เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่ไม่ก็รู้สิเพราะหนูเด็กอยู่เลย ยังไม่มีประสบการณ์ความรัก (ยิ้ม) คงต้องรอจังหวะชีวิตที่ถูกต้อง และคอยดูว่าคนที่เข้ามาจะโอเคหรือเปล่า
สาวน้อย "ญาญ่า" คนนี้น่ารักอ่ะ
ชื่อ อุรัสยา เสปอร์บันด์ ลูกครึ่ง ไทย-นอร์เวย์
วันเกิด 18 มีนาคม พ.ศ. 2536
การศึกษา กำลังศึกษาอยู่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลงานละครที่ผานมา เพื่อนซี้ล่องหน , กุหลาบไร้หนาม , ดวงใจอัคนี
ผลงานละครปัจจุบัน ตะวันเดือด



