'เศรษฐา'เผย'อรัญญา'มีกำลังใจดีมาก
"เปี๊ยก"อรัญญาเข้าไอซียู ป่วยด้วยอาการแขนซ้ายอ่อนแรง แพทย์จุฬาฯเผยมีเลือดออกในส่วนของสมองข้างขวาประมาณ 2 เซ็นติเมตร "เศรษฐา"บอก"อรัญญา" มีกำลังใจดีมาก ขอบคุณประชาชนที่เป็นห่วง
หลังจากที่ นางอัญชลี ศิระฉายา หรือ "เปี๊ยก"อรัญญา นามวงศ์ อดีตนางงามและนักแสดงรุ่นใหญ่ เข้ารับการรักษาอาการแขนซ้ายอ่อนแรง ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ห้องไอซียู เมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน 2554 เมื่อเวลา 22.27 น. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันที่ 8 กันยายน 2554 เวลา 17.10 น. ศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศร ภัทราดูรย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแถลงข่าวอาการป่วยของ"อรัญญา" ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารสก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นอกจากนี้ยังมี ส.นพ.อดิสรณ์ ภัทราดูรย์ ผอ.โรงพยาบาล รส.นพ.ธีระพงษ์ เจริญวิทย์ รองผอ.ฝ่ายบริหาร นางอุษา รากปรีชา หัวหน้าพยาบาล นายเศรษฐา ศิระฉายา หรือ"ต้อย" และ น.ส.พุทธิดา ลูกสาว ร่วมอยู่ด้วย
"โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้รับคุณอรัญญา เข้ารับการรักษาตัวที่ดรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยแรกรับผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อด้านซ้าย เนื่องจากมีเลือดออกในส่วนลึกของสมองข้างขวา ประมาณ 2 ซ.ม. ซึ่งโรคนี้มักจะเกิดจากผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงเป็นเวลานานๆ และมีการควบคุมที่ไม่ดี ทำให้เส้นเลือดเปราะและแตก ขณะที่ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี มีแขนและขาข้างซ้ายอ่อนแรง และมีการอาการปากเบี้ยว ความดันโลหิต 140/80 การรักษา ในขณะนี้คือเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าไม่มีเลือดออกเพิ่ม ผู้ป่วยควรจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และรอให้พ้นจากระยะนี้ (2-3 วัน ) ก็จะเริ่มให้ทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูกันต่อไป"นายแพทย์อดิศรกล่าว
นอกจากนี้นายแพทย์คนเดิม ยังได้กล่าวเกี่ยวกับข้อควรระมัดระวังหลังจากนี้ คืออย่าให้คนไข้ความดันขึ้น ไม่ให้เครียด แต่คิดว่าอาการตอนนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไ รถ้าความดันเลือดยังปกติอยู่ คาดว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) น่าจะออกจากห้องไอซียูได้ ด้วยการรับรองของแพทย์จะไม่สามารถพูดได้ว่า จะหายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จากอาการเท่าที่ดูตอนนี้ คาดว่าจะสามารถทำกายภาพบำบัดให้หายเป็นปกติได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องของก้อนเลือดในสมองปกติจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ จะสามารถสลายได้หมด แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ความดันขึ้น คือเรื่องของไขมันซึ่งคนไข้มีไขมันประมาณ 209 ในขณะที่คนปกติ จะมีไขมันประมาณ 150-200 ฉะนั้นต้องควบคุมเรื่องอาหาร การออกกำลังกายและการทำกายภาพบำบัด
ขณะที่นายเศรษฐาสามีได้กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนจะนำภรรยษส่งแพทย์เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ว่า "เมือตอนเย็นของวันที่ 7 ก.ย. ตนกับคุณเปี๊ยก ได้เดินทางไปรับประทานอาหาร กับนายประวิทย์ (ประวิทย์ มาลีนนท์) และผู้จัดฯ ในขณะที่รับประทานอาหาร ได้พูดคุยกันเรื่อยๆ ตามปกติ ตนนั่งติดกับคุณเปี๊ยก อยู่ๆภรรยาก็หันมาหาแล้วบอกว่า พ่อๆเปี๊ยกเป็นอะไรไม่รู้ หยิบทิชชู่ไม่ได้ พอหันไปมองหน้าก็เห็นปากเบี้ยว"
"ตอนนั้นผมเลยบอกเขาว่า งั้นรีบไปโรงพยาบาลดีกว่า คุณเปี๊ยกพยายามยืนด้วยขาซ้ายข้างเดียว แต่เขาไม่มีแรงทำท่าจะล้ม คุณอ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกัน จึงรีบเข้ามาอุ้ม หลังจากนั้น จึงช่วยพากันไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งเราใช้เวลา 20 นาทีก็มาถึงมือหมอแล้ว ทำให้อาการของคุณเปี๊ยกไม่ทรุดหนักถือโชคดีมาก ก่อนหน้านี้คุณเปี๊ยกไม่มีอาการอะไรเลย ตอนไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล คอเรสเอตอรอลก็ไม่มี เลือดและความดันก็ปกติ ซึ่งผมก็ค่อนข้างแปลกใจเหมือนกันเรื่องสาเหตุต้องให้แพทย์เป็นคนชี้แจง แต่อาการล่าสุดตอนนี้เปี๊ยกสามารถพูดคุยได้ตามปกติ แต่ยังมีอาการมือข้างซ้ายไม่มีแรง แต่เท้าซ้ายพอที่จะขยับได้ ตอนนี้เขามีกำลังใจที่ดีมาก ผมต้องขอบคุณอาจารย์หมอ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทุกท่าน ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นห่วงและคอยถามไถ่อาการคุณเปี๊ยกมาตลอดทั้งวัน ผมรู้สึกยินดี ที่คุณเปี๊ยกยังเป็นที่รักของประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน"นายเศรษฐากล่าว
ขณะที่ "อีฟ" พุทธิดา ลูกสาวได้กล่าวเสียงสั่นว่า ตอนแรกที่ทราบเรื่องกำลังทำงานอยู่กับแม่หนู (นางสรวงสุดา ชลลัมพี) ตนรับโทรศัพท์จากพี่ต้น (นายนทนันท์) ว่าคุณแม่อยู่โรงพยาบาล ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่พี่ต้นบอกว่าคุณแม่มีอาการปากเบี้ยวและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะปกติคุณแม่เป็นคนที่แข็งแรงที่สุดในบ้านไม่เคยป่วย ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร พอมาถึงโรงพยาบาล คุณแม่อยู่ในห้องฉุกเฉิน
"ตอนที่เห็นหน้าคุณแม่ครั้งแรก อีฟรู้ว่าคุณแม่ตกใจมาก เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่สีหน้าคุณแม่ค่อนข้างเป็นกังวล และเครียดอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เราทุกคนพยายามพูดคุยไม่ให้เขาเครียด เราอยู่ช่วยกันดูแลจนมั่นใจว่าเขาสบายใจขึ้น แต่เมื่อคืนนี้คุณแม่ยังอยู่ในห้องไอซียู ซึ่งญาติไม่สามารถเฝ้าได้ เมื่อคืนคุณแม่นอนหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางค์ยังเต็มหน้าอยู่ พอวันนี้ (8 ก.ย.) ตื่นเช้ามา ได้มีการเช็ดตัว สระผม ทำให้คุณแม่หน้าตาสดใสมากขึ้น ไม่มีอาการวิตกกังวลเหมือนเมื่อวาน แต่ในเรื่องของอาหารคุณแม่ยังทานอะไรไม่ได้มาก ค่อนข้างลำบากอย่างเวลาให้ทานน้ำ กล้ามเนื้อซีกซ้ายของคุณแม่อ่อนแรงจะต้องตะแคงตัวทานทางด้านขวา และกลืนน้ำลำบาก แต่ถ้าเป็นของเหลวที่ข้นขึ้น คุณแม่จะทานได้ง่ายกว่า" อีฟกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า



