
ปิดแสตมป์
ปิดแสตมป์:รู้ทันกฎหมาย โดย... ศรัณยา ไชยสุต
นอกจากแสตมป์ที่ปิดบนซองจดหมายแล้ว เรายังต้องรู้จักแสตมป์ที่กฎหมายกำหนดให้ปิดเอาไว้ในเอกสารบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องต่างจากจดหมายและมีผลต่อสิทธิและความสมบูรณ์ของเอกสารและเรื่องราวเลยทีเดียวเชียว
แสตมป์ที่จะว่าเรียกเต็มยศว่า “อากรแสตมป์” เมื่อมีคำว่า “อากร” ก็คือการเสียภาษีอย่างหนึ่งซึ่งหากไม่เสียอากรตามกฎหมาย เอกสารนั้นก็ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้
เอกสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์คือบรรดาที่เป็นตราสาร อันมี สัญญาเช่าที่ดิน สัญญาเช่าบ้าน สัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจ้างเหมา สัญญาค้ำประกัน เป็นต้น
อากรที่ต้องจ่ายจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินในตราสารนั้น เป็นต้นว่า สัญญาเช่า สัญญาจ้างเหมาหรือสัญญาค้ำประกันจะต้องจ่ายพันละ หนึ่งบาท แต่ถ้าเป็นการกู้ยืมเงิน ซึ่งกฎหมายกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าถ้ายืมกันมากกว่าสองพันบาทขึ้นไปก็ต้องทำหลักฐานกันเอาไว้ อากรก็จ่าย หนึ่งบาท ทุกสองพันของการกู้ยืม เศษของหนึ่งพันสองพันก็ปัดขึ้นเพื่อเข้ารัฐด้วย สิ่งที่ต้องรู้ไว้ต่อมาก็คือว่าใครเป็นคนจ่ายหรือปิดอากร คนที่ได้ประโยชน์ที่เป็นตัวเงินเป็นคนเสียอากร อันได้แก่ ผู้ให้เช่า ผู้ให้กู้ยืม ผู้รับจ้างเหมา แต่บางทีก็ต้องดูเหมือนกัน อย่างการทำสัญญาค้ำประกัน คนที่ค้ำประกันต้องเป็นคนชำระอากร
นอกจากบรรดาสัญญาข้างต้นแล้ว การมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนทำการใดก็ต้องจ่ายอากรด้วยเช่นกัน หากเป็นการมอบอำนาจทั่วๆไปไม่เฉพาะเจาะจง ปิดอากร 30 บาท แต่หากมอบเฉพาะเรื่องจ่ายเพียง 10 บาทเท่านั้น งานนี้คนที่มอบอำนาจต้องเป็นคนจ่ายอากร เราๆท่านๆส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครใส่ใจที่จะปิดแสตมป์ เพียงแค่เซ็นชื่อลงไปในสัญญาก็คิดว่าน่าจะโอแล้ว ซี่งก็ต้องอย่าลืมว่าถ้าจะนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานเมื่อไหร่ก็ต้องรีบปิดอากรเข้าไปให้สมบูรณ์
จะเห็นได้ว่าเอกสารส่วนใหญ่เป็นเรื่องของสัญญาสองฝ่าย จึงมักทำสัญญาโดยมีคู่ฉบับเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด เมื่อปิดฉบับหนึ่งแล้ว คู่ฉบับก็ไม่ต้องปิดในอัตราเดียวกันให้สิ้นเปลือง กฎหมายท่านให้ปิดเพียง 5 บาทเท่านั้น
การที่จะถือว่ามีการชำระอากรโดยสมบูรณ์แล้วก็ต้องมีการขีดฆ่าอากรที่ปิดไว้นั้นด้วย บางทีก็ใช้ตรายางประทับวันเดือนปีลงไป หรือใช้ปากกาขีดฆ่าแบบลูกทุ่งก็ได้ ไม่ว่ากัน และเป็นหน้าที่ของคู่สัญญาอีกฝ่ายที่ไม่ได้จ่ายอากรเป็นคนขีดฆ่า
อากรแสตมป์กับไปรษณียากรก็มีความคล้ายกันนอกจากรูปลักษณ์แล้วก็คือ ถ้าการปิดเป็นเรื่องลำบากหรือไม่อยากทำก็สามารถนำเงินไปชำระที่สรรพากรได้ แล้วนำใบเสร็จที่เขาออกให้มาใช้เป็นหลักฐานว่าได้ทำการเสียอากรแล้ว
แม้การปิดอากรแสตมป์จะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ค่อยให้โทษทางอาญาถึงกับว่าติดคุกติดตะราง แต่การหลงลืมก็มีพลาดขาดหลักฐานมาพิสูจน์หรือมาใช้เพื่อแสดงสิทธิของตนกันหลายรายแล้วเหมือนกัน



