
หัวหินแจ๊ซงานหินประจำปี
หัวหินแจ๊ซงานหินประจำปี:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์
เทศกาลงาน ”หัวหินแจ๊สเฟสติวัล” ที่เพิ่งจบไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เริ่มมีการจัดงานนี้กันขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2002 ครั้งนี้จึงป็นครั้งที่ 10 ในปี ค.ศ.2011 ปีนี้การจัดค่อนข้างจะกระชั้นชิด เพราะได้รับการติดต่อให้ไปแสดงที่งานนี้ล่วงหน้าแค่สองเดือนเท่านั้น มีเหตุการณ์ให้ต้องหวาดเสียวอยู่หลายเหตุการณ์ ที่สำคัญได้แก่ช่วงที่พายุสารพัดชื่อทยอยพัดพาเอาฝนและปริมาณน้ำเกินความต้องการมาทิ้งไว้ในหลายพื้นที่ โชคดีอย่างมหันต์ที่พายุต่างๆ หาทางไปหาด หัวหินไม่เจอ จึงไม่มีฝนตกระหว่างวันงาน หรือทีมงานจะระดมปักต้นตะไคร้กันเป็นไร่ๆ ก็ไม่ทราบได้
เดิมทีนั้นเริ่มมาจากสมาคมโรงแรมที่หัวหิน มีความคิดจะจัดกิจกรรมประจำปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่หัวหินในช่วงโลว์ซีซั่นที่มีฝนตกชุก จึงดำริให้มีการจัดงานนี้กันในเดือนมิถุนายนเป็นช่วงฤดูฝน แต่ครั้งนี้คงมีเหตุขัดข้องบางหรือหลายประการ จึงได้เลื่อนออกไปเป็นปลายเดือนสิงหาคม เมื่อวันที่ 26 และ 27 ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทุกๆ ปีผู้จัดและนักดนตรีรวมไปถึงผู้ที่จะมาร่วมงานก็ก็ต้องลุ้นกันตัวโก่งว่าฝนจะตกลงมาหรือไม่เพราะเป็นการจัดกลางแจ้ง ริมหาด
ในช่วงเริ่มแรกนั้น แต่ละโรงแรมก็ได้เสนอความคิดกันหลากหลาย เช่น โรงแรมโซฟิเทล ก็เสนอในจัดการแสดงรถโบราณ แต่บังเอิญในช่วงนั้นคุณเดิร์ค เดอ ไคย์เปอร์ (Dirk de Cuyper) ที่เป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมฮิลตันหัวหิน ในปี 2002 เป็นคนที่ชอบดนตรีแจ๊ส จึงเสนอให้จัดเป็นเทศกาลดนตรีแจ๊สนที่หัวหิน โดยจัดให้มีเวทีตามสถานที่ต่างๆ ถึง 10 เวที และก็มีนักดนตรีทั้งไทยและเทศมาร่วมแสดงกันตามเวทีต่างๆ เป็นแบบมาร่วมงานกันสนุกๆมากกว่าที่จะเป็นคอนเสิร์ตจริงจัง
การจัดงานในครั้งนั้นก็ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประทับใจแก่ทุกๆ ฝ่าย หลังจากนั้นจึงกลายเป็นงานที่จะต้องจัดกันทุกปีเพื่อโปรโมทให้คนมาเที่ยวหัวหินกันในช่วงนี้ งานได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นๆ เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ทาวน์ เพราะส่วนมากจะเป็นคนกรุงเทพฯ ที่นิยมไปเฉลิมฉลองกัน จากเดิมเป็นดนตรีแจ๊ส ต่อมาก็มีการนำดนตรีประเภทอื่นๆ เข้ามาผสมบ้าง แต่ไม่มีแนวร็อก จากเทศกาลดนตรีกลายเป็นแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่ใช้เป็นที่นัดพบโชว์ตัวกัน พบปะสังสรรค์เฮฮาจนไม่มีใครจะสนใจฟังดนตรี มีศิลปินระดับโลกเก่งแค่ไหนเล่นดีอย่างไรดูจะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปจดจำ และเมื่อมีการจัดงานใหญ่โตมากขึ้นค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็มีเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงจำเป็นจะต้องหาสปอนเซอร์ใหญ่ๆ มาสนับสนุน ตัวชี้วัดความสำเร็จของงานจึงเป็นจำนวนคนที่ไปชมเทศกาลงานดนตรีในครั้งนั้นๆ ความตั้งใจที่ดีแต่เดิมก็เริ่มถูกหลงลืมไป
ความตั้งใจที่อยากจะให้หัวหินกลายเป็นจุดนัดพบของนักดนตรีแจ๊สทั่วโลกก็ดูเหมือนว่าจะค่อยๆ ห่างไกลออกไปด้วย ในขณะที่หลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้เริ่มจัดให้มีเทศกาลดนตรีแจ๊สกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ผมได้ไปมาเมื่อปีที่แล้วคือ ฟิลิปปินส์ และในเดือนหน้าก็จะมีที่ปักกิ่งกลายเป็นงานระดับชาติที่ต้องแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปยังประเทศนั้นๆ และที่สำคัญถ้าจัดได้ดีถึงขั้นและมีงบประมาณถึง ก็สามารถนำนักดนตรีแจ๊ส ระดับที่สุดของโลกมาแสดงให้ชมกันได้
เกมนี้ไม่ใช่แค่ระดับอบต.จะมานั่งวางแผนกลยุทธ์กันที่อำเภอใดอำเภอหนึ่งแล้วนะครับ ผมในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบดนตรีแจ๊สมาตั้งแต่ยังเด็กๆ เพราะพี่ๆ ที่บ้านชอบและก็ได้ยินมาตั้งแต่นั้น และก็ได้กลายมาเป็นนักดนตรีได้มีโอกาสไปร่วมในเทศกาลเหล่านี้มาแล้วหลายครั้ง บอกตรงๆ ว่าเป็นห่วงว่าต้นทุนการเป็นผู้นำของเรากำลังจะหมดไป เพราะเท่าที่สังเกตดูการจัด แต่ละปีไม่ค่อยจะมีทิศทางที่ชัดเจน ไม่มีการวางแผนในระยะยาว ไม่มีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาเทศกาลดนตรีนี้ให้ก้าวไกลออกไปจนถึงระดับเทศกาลดนตรีแจ๊สตัวจริงระดับโลกเช่น ที่นิวพอร์ตแจ๊สและที่อื่นๆ ในซีกโลกตะวันตกได้ ผู้ที่เข้ามาจัดงานก็เปลี่ยนไปทุกๆ ปี พวกที่เข้ามาใหม่ก็ต้องมาเรียนรู้กันใหม่ อะไรที่เคยผิดมาแล้วก็ยังต้องมาผิดซ้ำๆ อยู่เหมือนเดิม ทำให้ขาดการสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ (learning curlve) เพื่อพัฒนาให้มีความชำนาญยิ่งขึ้นไป สามารถมีศักภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ในอนาคต
ในปีนี้ถึงจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการจัดการใดๆ แต่ในสายงานอาชีพด้านโปรดักชั่นก็พอจะเดาได้ว่า คนจัดเหนื่อยกันจริงๆ และก็ขอชมเชยในความกล้าหาญที่ยืนหยัดต่อสู้จนงานสำเร็จออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง ฟ้าดินก็คงเห็นใจด้วย เพราะฝนตกทั่วประเทศไทย แต่ไม่ตกที่งานนี้ ปีหน้าก็ขอเป็นกำลังใจให้ได้กลับมาจัดงานนี้อีก
สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอให้บรรจุไว้ในแผนงานทุกๆ ปีคือ เปิดโอกาสให้นักศึกษาวิชาดนตรี โดยเฉพาะสาขาดนตรีแจ๊สได้มีโอกาสขึ้นเวทีแบบครั้งนี้อีก ความคิดนี้เริ่มมาจากคุณวนิดา วรรณศิริกุล แห่งบริษัทเทอร์มินัล เอ็กซ์ทรา เมื่อครั้งที่เราร่วมกันจัดเทศกาลดนตรีแจ๊สที่กรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 เมื่อปีที่แล้ว
ผู้จัดน่าจะดีใจถ้าได้ยินน้ำเสียงที่เด็กๆ มาขอบคุณผมที่ให้เขามีโอกาสขึ้นเวที ผมจับความรู้สึกได้ว่าพวกเขาดีใจและขอบคุณด้วยใจจริง แค่เวลาหนึ่งชั่วโมงของพวกเขาบนนั้นจะเป็นต้นทุนที่สำคัญให้พวกเขาได้เจริญเติบโตไปบนเส้นทางสายดนตรีสายนี้ เป็นเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นหินที่แสนจะขรุขระ
แต่ถ้าเขาสามารถทำได้สำเร็จ เขาก็จะไม่ต้องเดิน เขาจะลอยไป



