
คุยโทรศัพท์กับพิเชษฐ กลั่นชื่นว่าด้วย'นิชินสกี้ สยาม'(จบ
คุยโทรศัพท์กับ พิเชษฐ กลั่นชื่นว่าด้วย'นิชินสกี้ สยาม'(จบ):แขกรับเชิญ โดย... ปวิตร มหาสารินันทน์
ตอนที่แล้ว คุณปวิตร มหาสารินันทน์ ชวนคุณพิเชษฐ กลั่นชื่น คุยถึงเรื่องโขน ศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของไทย ที่มีการปรับเปลี่ยนพัฒนารูปแบบ เรียกว่าเป็นมุมมองของศิลปินที่มองศิลปะอย่างตรงไปตรงมา สำหรับตอนนี้จะพาลงลึกถึงการแสดงนาฏยศิลป์ร่วมสมัย เรื่อง "นิชินสกี้ สยาม" (Nijinsky Siam) ที่จะเปิดการแสดงในบ้านเราเร็วๆ นี้
จะเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหน ไปติดตามกันเลยค่ะ
0 แล้วงานอย่าง นิชินสกี้ สยาม สอดคล้องกับภารกิจในการนำนาฏศิลป์ไทยกลับคืนมาอย่างไร
มันเป็นเหมือนการทำให้คนได้เห็นตัวของอิทธิพลของรำไทยที่เกิดขึ้น คือความงามที่มีและอิทธิพลที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อร้อยปีที่แล้ว ซึ่งไปส่งผลให้กับนักเต้นคนอื่นหรือวัฒนธรรมอื่นได้หยิบเอาไปใช้ ผมคิดว่ามันเป็นความภาคภูมิใจ ที่งานไทยนั้นสามารถที่จะทำให้มีอิทธิพลกับคนอื่นแล้วนำเอาไปใช้ได้
0 เหมือนปกติเราจะคิดว่าเราจะรับของฝรั่งเข้ามามากกว่าที่ฝรั่งจะรับของเราไป
ครับ จริงๆ นิชินสกี้เองก็ไม่เคยดูนาฏศิลป์ไทย มิคาอิล โฟคิน (Mikhail Fokin)ดู แล้วมาเล่าให้นิชินสกี้ฟัง แล้วโฟคินก็เป็นคนคิดท่าให้นิชินสกี้เต้น
0 แล้วพอหลังจากที่นิชินสกี้แสดง ลา ด็องส์ ซิอามัวส์ (La Danse Siamoise) แล้ว ท่าเต้นต่างๆ มีอิทธิพลต่องานชิ้นต่อๆ ไปของเขาไหม
ต้องไปดูที่งานชื่อ ดิ อาฟเตอร์นูน ออฟ อะ ฟอน (The Afternoon of a Faun)ครับ ผมคิดว่ามีอิทธิพลสูงมาก คือทุกคนจะบอกว่างานนั้นได้รับอิทธิพลมาจากอียิปต์ด้วย คือในรูปที่เป็นรูปสลัก แต่ในความเป็นอันนั้น มันก็มีอิทธิพลของอันนี้ในเวลาเดียวกัน คือถ้าเราดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ ดิ อาฟเตอร์นูน ออฟ อะ ฟอน ตั้งแต่ท่าที่นิชินสกี้นอน แล้วลุกขึ้นมานั่ง หรือลักษณะการใช้มือมันมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ ลา ด็องส์ ซิอามัวส์ สูงมาก
0 นิชินสกี้ สยาม ได้ไปจัดแสดงมาหลายประเทศในยุโรป ในเอเชียมีที่เดียว คือ สิงคโปร์ ปฏิกิริยาของผู้ชมแตกต่างกันไหม
แตกต่างครับ
0 คนเอเชีย “ดู” อะไร แล้วคนยุโรป “ดู” อะไร
คนเอเชียดูแค่ความยิ่งใหญ่ของมันเฉยๆ คือคนเอเชียไม่ได้ชอบฉากแรก ที่เป็นเหมือนกรแนะนำว่าท่ารำไทยเป็นยังไง แต่คนเอเชียกลับไปชอบฉากสุดท้ายที่เป็นเหมือนกับเต้นๆๆๆ แต่คนยุโรปไม่ได้ชอบฉากนั้นเลย เขาดูว่ามันเยอะเกินไป คนยุโรปอยากรู้ว่าที่มาของมันเป็นยังไงมากกว่า แต่คนเอเชียรู้อยู่แล้วว่ารำไทยมันเป็นอย่างนี้ เขาก็รู้สึกว่าจะมาเกริ่นนำทำไม แล้วก็ส่วนหนึ่งที่ในยุโรปมองแยกกันออกเป็นสองส่วน คือบางคนชอบแต่บางคนไม่ชอบเลย เพราะรู้สึกว่ามันทำให้เห็นว่านิชินสกี้ไม่ได้คิดทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะเหมือนนิชินสกี้เป็นโมเดลตัวใหญ่มาก เป็น God pf Dance ในยุคนั้น ทุกคนรู้สึกว่ามันคลอดออกมาจากภูมิปัญญาหรือสิ่งที่นิชินสกี้คิด พอเราเอาอันนี้โผล่ไป มันเหมือนกับการทำลายความศรัทธาอะไรบางอย่าง ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมรับอันนี้ด้วย แต่ว่ามีอีกอย่างหนึ่งที่ผมเจอ ผมเจอเรื่องว่าจริงๆ แล้ว ลา ด็องซ์ ซิอามัวส์ ไม่ได้สร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลปกติ แต่ด้วยเหตุผลเรื่องการเมือง
0 อย่างไร เหตุผลเรื่องการเมือง
คือผมมองแล้วว่าจริงๆ ในตอนนั้น คือฝรั่งเศสยึดครองเขมรอยู่ แล้วเขมรพรีเซ็นต์ว่าแดนซ์ประเภทนี้ เขมรเป็นต้นฉบับนะ แล้วก็รัชกาลที่ห้าก็สนิทอยู่กับพระเจ้าซาร์ แล้วฝรั่งเศสกับรัสเซียก็ไม่ถูกกัน ผมมองว่า ลา ด็องซ์ ซิอามัวส์ ก็เหมือนการที่โฟคินพยายามจะบอกจริงๆ ว่าไม่ใช่ มันเกิดมาจากประเทศสยามด้วย ก็เลยตั้งชื่อว่า ลา ด็องซ์ ซิอามัวส์
0 หนึ่งปีผ่านไป หลังจากที่ นิชินสกี้สยาม เปิดการแสดงครั้งแรกที่ Singapore Arts Festival ไปแสดงที่ยุโรปมาหลายประเทศ คราวนี้จะมาแสดงในเมืองไทยครั้งแรก มีการปรับอะไรไหม จากเดิม
ปรับเยอะครับ จริงๆ มันถูกปรับเรื่องให้เป็นเรื่องราวมากขึ้น ก่อนหน้านี้มันไม่ได้เป็นเรื่อง มันเป็นเหมือนงานวิจัย แต่ครั้งนี้มันจะเป็นเรื่องขึ้นมา เพื่อที่จะทำให้ดูง่ายขึ้น แต่เหตุผลไม่ใช่ว่าเพราะเล่นที่เมืองไทย คือมันจะถูกปรับอยู่แล้วตั้งนานแล้ว เพราะจากที่ผมกลับมามองงานนี้อีกครั้ง ผมพบว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่เชื่อมต่อกัน อย่างเช่นในตอนแรกที่ตัวละครสี่ตัวออกมา แต่แล้วไม่ถูกพัฒนาไปต่อ ไม่เห็นว่าตัวนี้เป็นใคร ทำอะไร หรือเกี่ยวข้องกับตัวนั้นได้อย่างไร แล้วในแต่ละตัวของพระ นาง ยักษ์ ลิงมีพฤติกรรมยังไง ครั้งนี้ผมก็เลยพัฒนาต่อให้เห็นบุคลิก ให้เห็นพฤติกรรม ให้เห็นหน้าที่ของมันมากขึ้น แล้วก็เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมา
0 จากการที่พิเชษฐได้ไปแสดงงานในยุโรปหลายๆ ครั้ง ได้ดูงานของศิลปินคนอื่นของยุโรปด้วย ปัจจุบันนี้วิธีการคิดงานของพิเชษฐมันคือ การคิดแบบศิลปินยุโรปรึเปล่า
ถูกต้อง ใช่เลยครับ คือถ้าเมื่อไหร่ที่ผมสร้างงานใหม่น่ะครับ ผมจะคิดเป็นอีกวิธีหนึ่ง คือผมคิดเป็นปัจจุบัน ผมได้รับอิทธิพลจากงานคอนเซ็ปชวล เพอร์ฟอร์มานส์ (conceptual performance) ค่อนข้างเยอะ อันนี้ผมยอมรับ
0 คือเริ่มจากคอนเซ็ปต์ก่อน ไม่ได้เริ่มจากเรื่อง
ใช่ครับ
0 เพราะอย่างนี้ด้วยรึเปล่าที่ทำให้ผู้จัดไทยไม่อยากจะจัดหรือนำเสนองานของพิเชษฐในเมืองไทย
แน่นอนครับ เพราะว่างานผมมันไม่เล่าเรื่อง งานผมมันไม่มีพระเอก นางเอก แล้วมันก็มีปัญหาเยอะ แม้กระทั่งงานล่าสุด Directed by Janaprakal (ปลายเดือนกรกฎาคม 2554 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ) ทุกคนก็มีปัญหากับงานผม ทุกคนก็ตั้งคำถามว่า เฮ้ย ทำทำไม ไม่เข้าใจ
0 สำหรับคนที่ไม่เคยดูงานของพิเชษฐมาก่อน ต้องเตรียมตัวอย่างไรถึงจะดูแล้วสนุก มีความสุข หรือว่าดูแล้วเข้าใจ
ผมคิดว่างานผมแต่ละชิ้นมันแตกต่างกันสูงมาก คือใครเจอชิ้นไหน ก็ถือว่าโชคดีและโชคร้ายไปตามกัน แต่ถ้าสำหรับ นิชินสกี้สยาม ผมคิดว่าไม่ต้องเตรียมตัวมาเลย
0 ต้องศึกษามาก่อนไหม ว่านิชินสกี้นี่เขาเป็นใคร
มันเปิดมาตั้งแต่ต้นเลยครับ คือตัวนี้มันเปิดมาง่าย ดูง่าย ดูชัด ดูได้เรื่อยๆ ผมคิดว่างานนิชินสกี้สยาม เป็นงานที่ดูง่ายกว่า ฉุยฉาย (กรกฎาคม 2553 ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ ตุลาคม 2553 ที่หอประชุมสมาคมฝรั่งเศส และมีนาคม 2554 ที่ภัทราวดีเธียเตอร์) อีกครับ อันที่หนึ่ง มันก็ไปตามลำดับขั้นตอน อันที่สอง คือผมคิดว่าการดูงานผมต้องเปิดใจนิดนึง แล้วก็ต้องอยู่กับปัจจุบันในขณะที่ดู อย่าเอาอดีตของนาฏศิลป์ไทยมาเปรียบเทียบ เพราะมันคนละเรื่อง ผมอยากจะบอกว่ามันเป็นงานศิลปะน่ะครับ มันมีเหตุผลที่มีการเคลื่อนตัวพัฒนาได้ แล้วก็ผมก็อยากจะบอกว่ามันเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง แม้กระทั้งวันนี้ประเทศนี้ก็มีนายกฯ ผู้หญิงได้ เป็นเรื่องที่เราไม่เคยคิดมาก่อน
0 จะทำการแสดงเกี่ยวกับนายกฯ ผู้หญิงไหม
ฉุยฉายนี่ไงครับ จริงๆ วางแผนได้ตั้งนานแล้ว เดี๋ยวโดนแน่หนึ่งดอก!
****เรียกว่าทิ้งท้ายแบบชวนติดตามด้วยใจระทึกจริงๆ... หากใครยังอยากสนทนาต่อกับพิเชษฐ กลั่นชื่นอีก เชิญได้หลังการแสดง “นิชินสกี้ สยาม” ทุกรอบ พฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ที่ 1-3 กันยายนนี้ เวลา19.30 น. ที่ศูนย์ศิลปการละคร สดใส พันธุมโกมล จุฬาฯ



