บันเทิง

เรื่องสั้นจากนครสวรรค์..."ยาย"

เรื่องสั้นจากนครสวรรค์..."ยาย"

30 ส.ค. 2554

เรื่องสั้นจากนครสวรรค์..."ยาย":ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

          เส้นผมยุ่งเหยิงแต่ถูกมวยมุ่นไว้บนหัว เหมือนทรงผมของวัยรุ่นที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน กำไลพลาสติกหลากสีที่ข้อมือส่งเสียงเบาๆ เสื้อผ้าเก่าๆ สีมอซอที่ดูเผินๆ เหมือนผ้าขี้ริ้ว แต่กลับเป็นเครื่องนุ่งห่มของคนได้ ยายเป็นใครผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าแกคงอยู่ที่นี่มานานมาก ตั้งแต่ผมย้ายมาเช่าห้องอยู่ที่นี่ได้เกือบสองปี ผมก็เห็นยายมาโดยตลอด คนแก่ในวัยเจ็ดสิบแบบนี้ ทำไมถึงมาร่อนเร่นั่งอยู่ข้างถนนทุกวันล่ะ ทำไมลูกหลานไม่ดูแล หรือว่าบ้านแกไม่มี แต่เสื้อผ้าสีมอซอที่เหมือนผ้าขี้ริ้วก็ถูกเปลี่ยนทุกวัน นั่นก็แสดงว่าแกต้องมีบ้าน ปัญหาคาใจข้อแรกของผมจึงหมดไป
 
          ข่าวการเลือกตั้งนายกคนใหม่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันไม่เว้นวัน ข่าวบันเทิง และปัญหาสังคม น้ำมันแพง ทองขึ้นราคา แล้วทุกข่าวก็ดับเงียบลงจากการกดปุ่มปิดทีวีของผม การรับรู้ข่าวสารเป็นสิ่งดี แต่ถ้าข่าวพวกนั้นมันมาช่วยเพิ่มภาระให้สมองต้องทำงานหนักขึ้นผมก็ขอเลี่ยง จากหน้าต่างห้องมองลงไปด้านล่างผู้คนมากมายเดินไปมาบนถนนเล็กๆ ในซอย แล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่ยายคนเดิม แกชอบนั่งอยู่ข้างถนน ข้างกายมีเพียงตะกร้าหมากใบเก่าๆ ที่ดูเหมือนไม่มีค่า แต่ผมว่าสำหรับยายแล้ว ตะกร้าลูกนี้คงเป็นสมบัติล้ำค่าของแกมาก เพราะถ้าเห็นแกที่ไหนก็จะมีตะกร้าหมากคู่ใจอยู่ด้วยเสมอ “อย่าไปตีมันนะ พูดดีๆ มันร้องก็โอ๋มันสิ...มันเอาของกูไปหมด ที่ของกูทองของกู” ยายชอบพูดคนเดียว ผมอยากถามแกจังว่ายายคุยกับใครทุกวัน ทำไมยายไม่อยู่บ้าน มาทำอะไรอยู่ที่นี่ทุกวัน แต่สิ่งที่ผมประหลาดใจที่สุดนั่นคือ ยายเอาเงินจากไหนไปซื้อของ ผมเคยเจอแกที่ร้านโจ๊ก แม่ค้าตักโจ๊กขายให้แล้วยายยังมิวายจะถามว่าหวยออกอะไร แต่รู้สึกว่ายายจะตอบไม่ตรงคำถาม แม่ค้าบอกผมว่ามีคนหลอกถามเลขจากยายแล้วปรากฏว่าถูกหวย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ยายแก่ๆ ที่ทุกคนมองว่าสติไม่ดีกลับเคยให้หวยถูกมาแล้ว
 
          ตะวันคล้อยลงใกล้ตกดิน แสงสว่างบนพื้นโลกถูกแทนที่ด้วยความมืดยามค่ำคืน ผมเดินออกไปหาข้าวกิน เห็นยายนั่งอยู่ข้างถนนอีกแล้วช่างเป็นภาพที่ชินตา แต่มีบางคนที่เดินผ่านยายแล้วก็เลี่ยงหนีก็มีอาจเป็นเพราะเค้าคงคิดว่ายายเป็นคนบ้ามานั่งอยู่ริมถนนคนพวกนั้นจึงกลัว กินข้าวเสร็จผมจึงซื้อขนมใส่ไส้มายี่สิบบาท ตั้งใจจะเอาไปผูกสัมพันธ์กับยายสักหน่อย ยายยังนั่งอยู่ที่เดิม “ยาย...ผมให้” ยายรับถุงขนมจากมือผม ไปใส่ตะกร้าแล้วหันมองหน้าผมโดยไม่พูดอะไร ผมคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสเหมาะที่ผมจะได้คุยกับยายในเรื่องที่คาใจผมมานาน
 
          “ยังไม่กลับบ้านอีกหรือยาย?”
          “ยัง......รอลูก
          “ลูกยายไปไหนล่ะ” ผมถาม
          “ไปแล้ว ไม่อยู่”
          “ยายอยู่คนเดียวหรือ” 
          ยายพยักหน้าแทนคำตอบ ทำให้ผมเข้าใจอะไรได้อีกเยอะ ผมจึงถามยายต่อไปอีกว่า
          “เหงาไหมยาย”
 
          ยายส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ยายอยู่ได้ไม่ต้องเป็นภาระใคร” สองมือของยายที่เคยเลี้ยงดูอุ้มชูลูกน้อย ตอนนี้กำลังแกะขนมของคนแปลกหน้าอย่างผม
 
          ประเทศไทยได้นายกหญิงคนแรก มีคนร่วมแสดงความยินดีมากมาย
 
          วันนี้ผมตื่นแต่เช้าลงไปตักบาตรในวันเกิดของตัวเอง ถึงจะง่วงไปหน่อยแต่ก็มีความสุขดีที่ได้ทำบุญ ซึ่งนานๆ จะได้มีโอกาสสักครั้ง ผมโทรหาแม่บอกรักท่าน และขอบคุณท่านที่ทำให้ผมได้เกิดมา แต่วันนี้ผมยังไม่เห็นยาย ยายคนเดิมที่เคยนั่งอยู่ตรงนั้น ผมไม่รู้ว่ายายไปไหน ยายหายไปพร้อมกับคำถามอีกมากมายที่ผมอยากจะถาม
 
          ผลงานของ น.ส.นันทนา แสงรัศมี ศิษย์ของท่านอาจารย์ ดร.บุญเลิศ วิวรรณ
 
          ขอชื่นชม และให้กำลังใจคนหนุ่มสาว “นัก(อยาก)เขียน” (คำของศุ บุญเลี้ยง) แห่ง ม.ราช-ภัฏนครสวรรค์ หวังว่า 60 เรื่องสั้นที่ผมได้อ่านจะได้รับการ “รวมเล่ม” ให้ปรากฏ
 
          (ใน 60 เรื่อง ผมชอบเรื่องสั้น ของ อมรรัตน์ มังกร คบ.ปี 2 มากที่สุด ชื่อเรื่อง “ยังเด็กอยู่ ยังไม่แก่” แต่เนื้อหาที่มีไม่พอจะนำมาลงให้อ่าน ผมขอเก็บไว้ในใจคนเดียว เป็นเรื่องตื้นๆ แต่ลึก.. พูดได้แค่นี้ครับ)