บันเทิง

สิทธาเศรษฐี

สิทธาเศรษฐี

30 ส.ค. 2554

สิทธาเศรษฐี:มองผ่านเลนส์คม โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร

          นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แห่งแผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) เชื่อมั่นว่านวนิยายดีๆ สามารถเปลี่ยนความคนได้ ยกตัวอย่าง ‘เขาชื่อกานต์’ ของ สุวรรณี สุคนธา ดังนั้นมูลนิธิจึงสนับสนุนให้นักเขียนสร้างสรรค์ผลงานนิยายขนาดสั้นมุ่งพัฒนาจิต โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงหาข้อมูลและลงมือเขียน
 
          โจทย์ง่ายๆ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดก็คือ นักเขียนต้องแสวงหาบุคคลที่มีจิตสาธารณะ เก็บข้อมูลของบุคคลเป้าหมาย ทั้งประวัติและหน้าที่การงานมาแต่งเป็นนิยายภายใน 3-4 เดือน หลังจากนิยายจัดพิมพ์เป็นเล่มเรียบร้อย มูลนิธิจะแจกจ่ายไปตามสายงาน รวมถึงสายงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้สนับสนุนทางการเงินอีกชั้นหนึ่ง
 
          ผมเป็น 1 ในนักเขียน 5 คน ที่ถูกเลือกให้ร่วมสร้างสรรค์งานผลักดันโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จ ด้วยเวลาอันน้อยนิด ผมเลือกเขียนถึง ‘แขกขายผ้า’ คนหนึ่ง ที่มีชีวิตพิสดารน่านำมาเขียนเป็นนิยายสั้นๆ
 
          ต้นตระกูลของเขาอพยพจากอินเดียเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารร่วม 100 ปี จากหีบใส่ของเล็กๆ ที่นำลงเรือมาขึ้นฝั่งนครศรีธรรมราช ปู่ย่าออกตลาดขายผ้าผืนผ้าหลาค่อยๆ สร้างฐานะขึ้นทีละน้อยๆ ขณะพ่อของเขาต้องฝึกเตะกระสอบเป็นนักมวยไทยอาชีพผิดธรรมชาติของชาวอินเดีย ขึ้นต่อยมีได้ค่าตัวเท่าไรเก็บสะสมไว้ทุกบาททุกสตางค์ แขวนนวมแล้วนำเงินสะสมจากหยาดเหงื่อสมทบกับเงินขายสร้อยทองคำของภรรยา แล้วนำไปเป็นเงินทุนซื้อผ้าได้จำนวนหนึ่ง ร้านผ้าค่อยๆ เติบโต  เขาส่ง ‘จิมมี่’ ไปเข้าโรงเรียนประจำที่อินเดีย ลูกชายไปเป็นนักมวยดีเด่นของสถาบันการศึกษามีชื่อติดบอร์ด ก่อนถูกเรียกตัวกลับมาดูแลร้านขายผ้าเพราะพ่อสุขภาพไม่ดี
 
          ลูกชายมารับช่วงร้าน ทำมาค้าขายอย่างสุจริต เขามีจิตใจโอบอ้อมเผื่อแผ่ต่อลูกน้อง ต่อญาติๆ ของลูกน้อง เขาเข้าไปช่วยเหลือสังคม ทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า อาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน และซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้โรงพยาบาลตอบแทนคุณแผ่นดินที่อาศัย เขาคิดว่าถ้าคนไทยรู้จักเสียสละ คนร่ำรวยรู้จักเสียสละ บ้านเมืองสังคมน่าจะเจริญก้าวหน้ากว่านี้ 
 
          เกี่ยวกับคำว่า ‘เศรษฐี’ เขาบอกว่าทุกคนสามารถเป็นเศรษฐีได้ มีเงิน 100 บาทก็เป็นเศรษฐีได้ ถ้าใครคนนั้นสละสละซื้อแกงถุง 20-30 บาท ใส่บาตรพระ หรือแบ่งปันให้คนอื่นที่เดือดร้อน เศรษฐีไม่ใช่คนร่ำรวย แต่เป็นคนรู้จักแบ่งปันและเสียสละ เมืองไทยมีคนร่ำรวยมากมาย ทว่าเศรษฐีมีน้อย
 
          ผมเขียน ‘สิทธาเศรษฐี’ จบภายใน 3 เดือน ทางมูลนิธิจัดพิมพ์แล้วแจกจ่าย โดยไม่เคยได้รับเสียงสะท้อนกลับมา เพราะว่าหนังสือไม่อยู่ในท้องตลาดที่บุคคลทั่วไปสามารถหาอ่านได้ ผ่านไปปีกว่าๆ หลังหมดสัญญากับมูลนิธิจึงหยิบมาจัดพิมพ์ครั้งใหม่ ฝากให้สายส่งเคล็ดไทยวางจำหน่ายทั่วไประเทศ เชื่อว่าคราวนี้น่าจะได้รับเสียงสะท้อนกลับมาบ้าง อยากให้นิยายแนวนี้ออกมามากๆ  
 
          เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้เสียสละ ผู้ที่เรียนรู้ที่จะเสียสละโดยไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรตอบแทน นอกจากความสุขภายในจิตใจ
 
          เข้าร้านหนังสือฝากหยิบ ‘สิทธาเศรษฐี’ ติดมือกลับไปสักเล่มนะครับ สำนักพิมพ์แมวบ้าน ราคา 140 บาท