
พิเศษ
พิเศษ:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
นักร้องรับจ้างธรรมดาๆ อย่างฉันมีชีวิตอยู่ไปวันๆ อย่างธรรมดาๆ แต่ฉันก็ยังคอยบอกตัวเองเสมอว่าคำว่า “ธรรมดา” ของคนอื่นแปลว่า “พิเศษ” สำหรับฉันเสมอ ถ้าเราวัดมันด้วยใจ ไม่ใช่บรรทัดฐานของใครๆ
ฉันเป็นคนหัวเราะง่าย สนุกง่าย เพราะรู้สึกว่าชีวิตมันสั้น วันแต่ละวันก็ผ่านไปเร็ว สว่างไม่ทันไรฟ้าก็มืดลงอีกแล้ว จะเหลืออีกสักกี่วันที่เราจะได้มีความสุขกับการมีชีวิตในวันต่อไป ดังนั้นอะไรที่อยู่ตรงหน้า ฉันจึงหาข้อดีของมันเจอเสมอ แม้ใครจะมองไม่เห็น หรือใครจะว่าอย่างไร
ช่วงนี้รัฐบาลชุดใหม่ก็เริ่มเดินหน้าทำงานกันไป ทองแท่งก็แกว่งตัวไปมายิ่งกว่าอารมณ์ของผู้หญิงเมนส์จะมาขึ้นๆ ลงๆ วันละ 10 กว่าครั้ง แค่นั้นฉันก็ว่ามันมีสีสัน…มันพิเศษแล้ว ว่างจากวันทำงานฉันก็หาความบันเทิงใส่ตัวที่ไม่ใช่กินเหล้าเข้าผับหรือพบปะสังสรรค์กับใครๆ แค่ได้เดินคนเดียวตัวปลิวอยู่ตามตลาด แล้วหอบของที่คิดว่าดี (แต่คนอื่นว่าธรรมดา) กลับไปทำกินกับคนที่บ้านแค่นั้น…มันพิเศษแล้ว
เดี่ยว 9 ของ "โน้ต" อุดม แต้พานิช ที่ใครต่อใครไปต่อคิวซื้อตั๋วจนเต็มทุกรอบ ฉันก็จับพลัดจับผลูได้ตั๋วมา 4 ใบโดยไม่ต้องเปลืองตัวเปลืองใจหรือเปลืองตังค์แต่อย่างใด พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงได้ยินคำภาวนาของฉันว่า “ขอให้ลูกช้างได้ตั๋วเดี่ยว 9 มาสักใบ แม้ต้องเอาตัวเข้าแลกก็ยอม” ท่านคงทนอุจาดและอุบาทว์ไม่ได้จึงดลจิตดลใจสมดังหวัง ไม่ต้องห่วงว่าเดินไปไหนใครจะจำหน้าไม่ได้เพราะข้าวตูแต่งหน้าให้เต็มเหนี่ยว ถ้ามีใครสงสัยว่าใช่หรือไม่จะกลับไปไล่ข้าวตูออก! ปรากฎว่าไม่มีใครสนใจฉันหรอกเพราะเขามาดูโน้ต เดี่ยวไมโครโฟน ไม่ได้มาดูหนังหรือคอนเสิร์ต สาวๆ สาวกเดี่ยวไมโครโฟนกระโดดเกาะถ่ายรูปเอียงคอ พิงไหล่ ซบอกกับรูปที่ทำติดกระดาษแข็งโชว์อยู่หน้างาน …
ทีคอนเสิร์ตฉันไม่เห็นมีใครทำกันอย่างนี้บ้างเลย ช่างเถอะ! ชะนีที่ไหนจะมาเห่อชะนีด้วยกัน … เห่อผู้ชายดีกว่า! … ฉันจึงทำได้แค่เดินก้มหน้างุดเข้าไปนั่งที่ของตัวเอง แล้วหัวเราะจนน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงด้วยว่าเรื่องราวที่โน้ตเล่านั้นช่างเข้ากับชีวิตฉันในวัยเด็ก แม้จนวัยแก่ก็ได้แต่นึกไปหัวเราะไปว่า … คิดเหมือนกูเลย! การเล่าเรื่องของผู้ชายจมูกโตหน้าตาธรรมดาทำให้ฉันรู้สึกว่า … มันพิเศษแล้ว
ดูจบฉันก็ตั้งตารอที่จะซื้อดีวีดีบันทึกการแสดงสดของเขามาเก็บไว้หัวเราะแล้วหัวเราะอีก มากเท่าที่ฉันอยากจะหัวเราะ … วันธรรมดาจะได้กลายเป็นวันพิเศษ
5 ทุ่มของคืนหนึ่ง ฉันกับลูกน้องนอนดึกทั้งสอง นุช และสีเกด ไปนั่งดูหนังเรื่องหนึ่ง หนังที่ช่วยตอกย้ำให้ฉันภาคภูมิใจในแผ่นดินอันเป็นที่รัก สำนึกในบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และภาคภูมิใจในฝีมือการทำหนังของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก
“ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ศึกนันทบุเรง”
อลังการงานสร้าง ประณีต สมจริง จนน้ำตาจะไหล นั่งดูเครดิตท้ายเรื่องแล้วภูมิใจแทนคนที่ได้ร่วมงานทุกๆ คน…วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เรียนทีไรหลับทุกที สอบทีไรก็เกือบตกทุกที จากตัวหนังสือสีดำบนกระดาษสีขาวในแบบเรียน กลายเป็นความจริงบนแผ่นฟิล์มนั้น มันช่างน่าภาคภูมิใจแทนคนไทยทุกคนที่ได้เป็นคนไทย เป็นเจ้าของแผ่นดินที่ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของกษัตริย์และประชาชนชาวไทยผ่านยุคผ่านสมัยมาจนใครหลายคนหลงลืมไปสิ้นว่า
ที่นี่คือที่เกิดและตายของเรา
ที่นี่คือชีวิตและจิตวิญญาณของเรา
ที่นี่คือที่ๆ เราจะต้องปกป้องไว้ด้วยชีวิตเพื่อให้เป็นที่อยู่ของลูกหลานสืบไป …
บางทีเราก็ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยจนมองว่ามันธรรมดาเมื่อมองจากจุดนี้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป … มันพิเศษที่สุดแล้ว
ฉันดูจากภาค 1 - 4 และจะไม่ยอมพลาดภาค 5 ที่สำคัญต้องเก็บดีวีดีไว้เป็น “ภาพยนตร์แห่งสยามประเทศ” ตามที่ได้โฆษณาไว้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด .. เพคะ (ขอโทษกำลังอิน)
หลังจากสารทจีน 12 วันเป็นวันเกิดเตี่ยฉัน ซึ่งนับตามแบบจีนที่ไม่เคยตรงวันกันสักปี เตี่ยจะมีอายุครบ 77 ปี อะไรที่เกิดขึ้นทุกปีมันก็จะกลายเป็นปกติธรรมดาด้วยความเคยชิน ฉันมองหน้าเตี่ยราวกับส่องกระจกเห็นตัวเองในอนาคต ต่างเวอร์ชั่นกันที่เตี่ยไม่ยอมเดินเอาแต่จะนั่งรถเข็น ส่วนฉันเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่ยอมนั่งนิ่งๆ 5-6 ปีที่ผ่านมา นอกจากแม่ฉีดอินซูลินให้เตี่ยทุกวันแล้ว แม่แอบฉีดฟอร์มาลินให้เตี่ยหรือเปล่า? เพราะดูเหมือนว่าความแก่ของเตี่ยสะดุดหยุดลงหลายปีมาแล้ว เวลาผ่านไปแกไม่แก่ลงไปกว่านี้เลย เหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้
ว่างๆ จะพาเข็นไปทิ้งไว้ที่พิพิธภัณฑ์มาดามทรูโซแล้วติดป้ายว่า “เจนนิเฟอร์ คิ้ม ตอนแก่” เก็บค่าเข้าดูถูกๆ ก็คงจะดี ช่วงที่เตี่ยนั่งดูทีวีแกจะไม่ขยับตัวเหมือนหุ่นขี้ผึ้งจริงๆ ทำให้ฉันนึกถึงละครช่อง 7 ที่ดูสมัยเด็กเรื่อง “ห้องหุ่น” ตอนนั้นกลัวมากมีทั้งรูปปั้นชาวนา รูปปั้นเด็ก รูปปั้นเจ้าคุณ ถ้าโจรเข้าบ้านฉันมันคงคิดว่า “หุ่น” มากกว่าคน วันเกิดเตี่ยฉันก็ธรรมดา พอๆ กับวันตรุษจีน และเหมือนกันก็ตรงที่ … ต้องใส่ซองให้นั่นแหละที่เตี่ยฉันว่า … มันพิเศษแล้ว
เรื่องราวและเหตุการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละวันล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามครรลองที่มันควรจะเป็น ถ้ามองแต่มุมนั้นชีวิตคงขาดสีสันและธรรมดาจนเกินไป ดังนั้นไม่มีอะไรที่ธรรมดา ถ้าเรามองมันไม่ธรรมดา
แค่หาความสุขจากคำว่า “ธรรมดา” ได้ แค่นั้นก็เรียกว่า “พิเศษแล้ว”



