
39 ปีครูไพบูลย์
39 ปีครูไพบูลย์:คมเคียวคมปากกา โดย... เคียวจันทร์ คว้านใจ
วันนี้ตรงกับวันครบรอบการจากไป 39 ปี ครูไพบูลย์ บุตรขัน บรมครูด้านเพลงไทยที่ฝากผลงานไว้มากมายในแผ่นดิน
บทเพลงของท่านเป็นที่รู้จักมากมาย
หลังจากเสียชีวิตแล้ว บทเพลงของท่านได้รับรางวัลพระราชทานในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกไทย2ครั้ง ถึง 10 เพลง ได้แก่ "ชายสามโบสถ์" (ต้นฉบับขับร้องโดย คำรณ สัมบุญณานนท์) "น้ำตาเทียน" (ทูล ทองใจ) "บ้านไร่น่ารัก" และ "เพชรร่วงในสลัม" (ชินกรไกรลาศ) "ฝนซาฟ้าใส" (ยุพิน แพรทอง) "ฝน เดือนหก" (รุ่งเพชร แหลมสิงห์) "บุปเพสันนิวาส" และ "มนต์รักแม่กลอง" (ศรคีรี ศรีประจวบ) "มนต์รักลูกทุ่ง" (ไพรวัลย์ ลูกเพชร) และ "ยมบาลเจ้าขา" (บุปผา สายชล) และ "หนุ่มเรือนแพ" (กาเหว่า เสียงทอง)
วันนี้ที่วัดสำแล ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จะมีงานทำบุญครบรอบวันเสียชีวิต ครูไพบูลย์ ซึ่งเป็นสถานตั้งของครูที่ค่ายเพลงและลูกหลานร่วมกันปั้นขึ้นมา ว่ากันว่า บ้านที่ครูอยู่ตอนที่ท่านยังเด็กนั้น ยังอยู่เหมือนเดิมและเตรียมทำพิพิธภัณฑ์ ไม่ทราบว่าคืบหน้ากันไปถึงไหนเพราะทำกันตามมีตามเกิด ไม่มีภาคราชการเข้าไปร่วมด้วย
กิจกรรมต่างๆ ของครูไพบูลย์ ค่อนข้างห่างเหินจากคนในวงการหลังจากมีเรื่องของผลประโยชน์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งเชื่อว่า ถ้ามีการจัดงานใดๆถึงครู นักร้องในเมืองไทยส่วนใหญ่จะอยากถ่ายทอดเพลงของครูทั้งนั้น แต่ติดเรื่องลิขสิทธิ์และนักร้องว่า ค่ายใครค่ายมัน
หลายปีก่อนเคยมีการจัดงานครบรอบปีของครูออกมาครั้งหนึ่ง โดยค่ายเมโทรแผ่นเสียงเทป ซึ่งระดมนักร้องมากมายในวงการ จำได้ว่า อาภาพรนครสวรรค์ ร้องเพลง "รักคนแก่ดีกว่าได้ไพเราะนัก แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีใครจัดงานอีกเลย เดือนที่แล้วทราบว่า สโมสรฝึกการพูดแห่งล้านนาไทย เชียงใหม่ที่ก่อตั้งสโมสรครบรอบ 36 ปี แล้ว ได้มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง "ครูไพบูลย์ บุตรขัน ยอดนักประพันธ์เพลง "โดย คุณเกรียงไกร โฆษิตสกุลชัย น่าเสียดายที่ส่วนกลางไม่ได้รับรู้กิจกรรมดีๆ เช่นนี้กันสักเท่าไหร่ ที่จริงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวกับด้านวัฒนธรรมน่าจะหันมาให้ความสำคัญกับงานเหล่านี้บ้าง เพราะบทเพลงของครูไพบูลย์นั้นทรงคุณค่าทางด้านภาษาที่งดงาม ชนิดที่คนรุ่นหลังควรจะศึกษา เอาแค่เพลง "ค่าน้ำนม" ที่ครูเขียนถึงบุญคุณของแม่ ถึงวันนี้ก็แทบจะหาเพลงดีๆ ที่ร้องได้ง่าย ความหมายดีๆ มาให้คนได้ร้องกันแทนได้ยาก อยากจะให้มีการจัดสัมมนาหรือประชุมวิชาการที่กล่าวถึงงานเพลงและชีวิตของท่านซึ่งแต่ละคนก็ได้ยินกันมาข้อมูลแตกต่างกันมุมมองกันไป จะได้บันทึกเป็นเรื่องราวกันเสียที เพราะทุกวันนี้จะมีกลุ่มลูกศิษย์หลายๆ คนซึ่งเอาแต่พูดจาทับถมกันว่า ข้อมูลคนโน้นคนนี้ผิด แต่ไม่เคยที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เป็นการตรวจสอบชำระให้ถูกต้องกันเสียที
ถ้ารักที่จะช่วยกันทำให้ภาษาไทยในเพลงกลับมามีความงดงาม ก็ควรจะจับมือกันทำงานเพื่อคนรุ่นใหม่ มิใช่ว่า มานั่งติเตียนกันไปวันๆ ไม่เกิดประโยชน์อันใด
หวังว่า ปีหน้า ครบ 40 ปี ครูไพบูลย์ บุตรขัน น่าจะได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากการทำบุญ ไหว้หุ่นแล้วจบๆ กันไป



