
One Day
One Day:หนังจอกว้าง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
หนังรักหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง คือการเล่าเรื่องโดยผูกกับเงื่อนไขของห้วงเวลา ถ้า (500) Days of Summer ใช้วิธีนี้ เพื่อบอกเล่าความรักที่ไม่สมหวังของไอ้หนุ่ม ผ่านความทรงจำที่เขาเคยมีร่วมกับสาวที่คน(เคย)รัก หนังอย่าง “One Day” ก็ทำได้น่าสนใจไม่แพ้กัน หากแต่มีต้นทางคือวันที่ 15 กรกฎาคม จากนั้น หนังก็ไล่เรียงเหตุการณ์มาในอีกหลายปีให้หลัง โดยยึดโยงเอาทุกวันที่ 15 กรกฎาคมเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเด็กซ์เตอร์และเอ็มม่า
คนไทยอาจมีความเชื่อในเรื่องบุพเพสันนิวาส แต่สำหรับฝรั่งมังค่าความคิดนี้ดูจะห่างไกล ทว่าความสัมพันธ์ระหว่าง เด็กซ์เตอร์และเอ็มม่า แม้จะเริ่มต้นอย่างขลุกขลัก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อน คู่นอน หรือคู่รักดี แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยดี ในฐานะคนที่สามารถปรึกษาหาได้ทุกเรื่อง เปิดใจพูดคุยได้ทุกปัญหา เป็นเหมือนเพื่อนรัก แต่ทว่าก็ไม่สามารถเกินเลยไปถึงคนรัก ซึ่งทั้งเอ็มม่า และเด็กซ์เตอร์ ก็รักษาความสัมพันธ์แบบนี้ยาวนานถึงร่วมยี่สิบปี นับแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ปี 1988 ซึ่งเป็นวันสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยของพวกเขา
ฟังดูเหมือนเรื่องรักน้ำเน่า เมื่อสถานะทางสังคมและครอบครัวของเอ็มม่า มอร์ลี่ย์ และเด็กซ์เตอร์ เมย์ฮิวจ์ ต่างกันราวฟ้าดิน ฝ่ายหญิง ฐานะไม่สู้ดี ระหว่างเรียนต้องทำงานหาเลี้ยงตัวไปด้วย ขณะเดียวกัน ก็มุ่งมั่นเดินตามความฝันในการเป็นนักเขียนหรือไม่ก็กวี กระทั่งเรียนจบ เธอก็ยังเดินตามความฝันไม่ได้สักที ขณะที่ฝ่ายชายชีวิตดูจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ตั้งแต่ฐานะทางครอบครัวที่เพียบพร้อม อีกทั้งเรียนจบยังมีงานการที่ดี มีชื่อเสียงโด่งดังจากบทบาทพิธีกรและโปรดิวเซอร์รายการทีวี
วิถีชีวิตของทั้งสอง ดูจะเดินกันคนละทาง ฝ่ายหนึ่งใช้ชีวิตเรียบง่าย ขณะที่อีกฝ่ายมีชีวิตท่ามกลางความหรูหราฟุ้งเฟ้อ อาชีพนักเขียนของเอ็มม่า ไม่คืบหน้า เธอทำได้ดีที่สุดแค่เป็นผู้จัดการดูแลกิจการร้านอาหาร ส่วนเด็กซ์เตอร์นั้น เป็นเพลย์บอย มีชีวิตสำมะเลเทเมา รายการทีวีที่ทำอยู่แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไร้สาระ แต่เรทติ้งฮิตถล่มทลาย
แม้ต่างฝ่ายแยกย้ายไปใช้ชีวิตตามอย่างที่ต้องการ แต่หนังจะกลับมาเล่าเรื่องในทุกๆวันที่ 15 กรกฎาคมของทุกปี นับจากปี 1988 เป็นต้นมา และในทุกๆวันที่ 15 ที่ทั้งคู่มาเจอกัน นอกจากกิจกรรมที่ทำด้วยกันทั้งทานข้าว ปาร์ตี้ เต้นรำ ก็มักจะมีเรื่องราวที่ทั้งทะเลาะเบาะแว้ง การปรึกษา ปรับทุกข์ ปลอบโยน ตลอดจนให้กำลังใจกันและกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งทั้งคู่ออกตระเวนท่องเที่ยวด้วยกัน แต่ก็พยายามรักษาระยะห่างระหว่างเพื่อนกับคนรักเอาไว้ จะหวุดหวิดเกือบๆ เอนเอียงไปอย่างหลังก็หลายครั้ง แต่ทั้งเอ็มม่า และเด็กซ์เตอร์ ก็เดินกลับไปสู่เส้นทางชีวิตของตัวเองร่ำไป ไม่สามารถเวียนมาบรรจบกันได้เลยสักครั้ง
หนังไม่มีอะไรมากไปกว่าให้เราลุ้นว่า ทั้งสองจะลงเอยกันได้หรือไม่ แต่สิ่งที่โดดเด่นในหนังเรื่องนี้คือการตัดต่อลำดับภาพ โดยเฉพาะการบอกวันเวลาที่เกิดขึ้นทุกๆ วันที่ 15 กรกฎาคมของแต่ละปี ที่พยายามใช้ลูกเล่นไม่ใช่แค่ขึ้นแคบชั่นตัวหนังสือธรรมดาๆ หากแต่การเข้ามาและฟ้อนท์ตัวอักษร ล้วนสื่อสัญลักษณ์และความหมายในอารมณ์แต่ละห้วงของหนังได้เป็นอย่างดี
แอนน์ แฮตธาเวย์ ยังรักษามาตรฐานการแสดงของเธอไว้ได้ดีเสมอ แม้จะมีเสียงค่อนขอดว่าสำเนียงอังกฤษจะฟังแล้วทะแม่งแปร่งหูชอบกล (แอน แฮตธาเวย์ เป็นคนอเมริกัน แต่ตัวละคร เอ็มม่า มอร์ลี่ย์ ที่เธอรับบทเป็นสาวอังกฤษ) เป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดที่น่าจะมีอนาคตไกลอีกคน ขณะที่ จิม สเตอร์เกสส์ ในบท เด็กซ์เตอร์ เมย์ฮิวจ์ ที่พิสูจน์ว่า ใช่เพียงหน้าตาหล่อเหลาเท่านั้นที่พาเขาเข้ามาในวงการได้ หากแต่ฝีไม้ลายมือทางการแสดงของเขาต่างหาก ที่น่าจะมีส่วนสำคัญผลักดันให้หนุ่มคนนี้ ไปไกลมากกว่าแค่บทหนุ่มเพลย์บอยในเรื่องต่อไป
“One Day” เป็นหนังรักที่แม้อาจไม่ใช่แนวทางแบบสุขนาฎกรรมหรือโศกนาฎกรรมสักเท่าไหร่ หากแต่เป็นหนังในแบบ feel good ที่พยายามประคับประคองหรือไม่ก็ลงเอยด้วยความรู้สึกดีๆมากกว่า แม้ในฉากไคลแมกซ์จะกระชากอารมณ์หมองเศร้า ให้รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง แต่หลังจากนั้น หนังก็พยายามเล่าแบบข้ามๆ สำหรับชะตากรรมหม่นเศร้าที่ตัวละครประสบ และหันไปเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนอื่น จากตัวละครแวดล้อม และย้อนกลับไปบอกเล่าคืนวันดีๆ ที่ตัวละครหลักมีด้วยกัน
เรื่องของเอ็มม่า และเด็กซ์เตอร์ แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส หรือเป็นเรื่องความรักที่คลาดกันไปแล้ว ไม่แคล้วต้องคู่กัน หรือเป็นเรื่องของการเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อกัน ทั้งๆที่ทั้งสองจูนกันได้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว แม้พล็อตแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วิธีการเล่าโดยกำหนดเอาทุกวันที่ 15 กรกฎาคม นำพาทั้งคู่มาเจอกันและดำเนินเรื่องราวไปเรื่อยๆ บนวันที่ 15 (ไม่นับวิธีการบอกวันเวลาเก๋ๆ) ก็ทำให้ “One Day” เป็นหนังรักที่ดูเพลิน ไม่โศกรันทด และไม่สดชื่นสมหวัง หากเป็นการบันทึกวันเวลาที่คนสองคนมีต่อกัน แม้ไม่ใช่วันแห่งความหวานชื่นคืนสุขแต่ก็ไม่หม่นหมองตรองเศร้าให้รู้สึกร้าวระทม หนังรักที่แม้ไม่โรแมนติก แต่ก็ไม่ถึงกับหนักอึ้งจนน่าเบื่อเกินติดตาม
ชื่อเรื่อง : One Day
ผู้เขียนบท : David Nicholles
ผู้กำกับ : Loan Scherfig
นักแสดง : Anne Hathaway, Jim Sturgess, Patricia Clarkson
เรตติ้ง : น.15+ ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 18 สิงหาคม



