บันเทิง

สวัสดีแจ๊สเฟสติวัล(3)แนะนำ'จาวอนแจ็คสัน'

สวัสดีแจ๊สเฟสติวัล(3)แนะนำ'จาวอนแจ็คสัน'

25 ส.ค. 2554

สวัสดีแจ๊สเฟสติวัล(3)แนะนำ'จาวอนแจ็คสัน':กวนเพลงให้น้ำใส โดย... อนันต์ ลือประดิษฐ์

          “สวัสดี แจ๊ส เฟสติวัล” (Sawasdee Jazz Festival) เป็นเทศกาลแจ๊สประจำปีที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดย “เอ็นบีซี” ระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม  ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน โดยมุ่งหมายให้เป็นเทศกาลแจ๊สไทยที่ปักธงลงบนแผนที่โลก ศิลปินที่มาร่วมในงานนี้ มีทั้งนักดนตรีแจ๊สระดับตำนานจากสหรัฐอเมริกา ศิลปินจากฟากฝั่งยุโรป ทั้งอังกฤษและสเปน รวมถึงศิลปินไทย ทั้งที่เป็นมืออาชีพและเป็นคณาจารย์ในรั้วสถาบันการศึกษา จนถึงศิลปินดาวรุ่งที่ต้องการพื้นที่ในการแสดงศักยภาพทางดนตรี
 
          หลังจากแวะมาเยือนไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน Thailand Jazz Competition เมื่อต้นปีนี้ จาวอน แจ็คสัน (Javon Jackson) นักเทเนอร์แซกโซโฟนวัย 46 จากสหรัฐอเมริกา ที่มีประสบการณ์ทางดนตรีร่วมกับศิลปินระดับตำนานมากมายหลายคน จะกลับมาเยือนไทยอีกครั้งในงานนี้
 
          จาวอน เกิดที่เมืองคาร์เธจ รัฐมิสซูรี แต่ไปเติบโตที่เดนเวอร์ จากนั้นชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อมีโอกาสไปเรียนดนตรีที่ “เบิร์กลี คอลเลจ ออฟ มิวสิค” ในเมืองบอสตัน ที่นั่น เขามี มาร์ค วิทฟีลด์ (ต่อมาคือนักกีตาร์ระดับแนวหน้า) เป็นรูมเมท เจอะเจอผู้คนหลากหลาย อย่าง แจ็คกี เทอร์ราสสัน, ไซรัส เชสต์นัท , เดลฟีโย มาร์แซลิส และยังมี วิล คาลฮาน มือกลองของวงร็อคผิวสี “ลิฟวิง คัลเลอร์” อีกด้วย
 
          เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองเดนเวอร์ จาวอน ยอมรับว่า สถาบันอย่าง เบิร์กลี รวมถึงสภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิตในเมืองบอสตัน เปลี่ยนมุมมองและโลกทัศน์ของเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน หรือคณาจารย์ ที่นั่นเขามีโอกาสชมการแสดงของศิลปินระดับเวิลด์คลาสบ่อยครั้ง มีคลับบาร์แจ๊สมากมาย มีบรรยากาศของการศึกษา ทั้งจากเบิร์กลี และสถาบันอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง
 
          แต่ประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญกว่านั้น คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่า เป็น “สำนักตักศิลา” หนึ่งของวงการ นั่นคือวง อาร์ต แบล็กกี แอนด์ แจ๊ส แมสเซนเจอร์ส ภายใต้การนำของมือกลอง-หัวหน้าวง อาร์ต แบล็กกี นั่นเอง
 
          “อาร์ต แบล็กกี ทุ่มเทจิตวิญญาณอย่างยาวนานในการสนับสนุนนักดนตรีรุ่นใหม่ ซึ่งย้อนกลับไปได้ถึงยุคของ ลี มอร์แกน หรือ คลิฟฟอร์ด บราวน์ หรือคนอื่นๆ ที่ได้ทำงานกับเขาเลยทีเดียว ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักนี้ หากคุณจะเรียกมันว่าโรงเรียนฝึกปรือวิทยายุทธก็ตาม ซึ่งแต่ละแห่งก็มีเอกภาพของตัวเอง คุณมีโรงเรียนแบบดุ๊ก เอลลิงตัน ในแบบฉบับของบิ๊กแบนด์ คุณมีโรงเรียนแบบไมล์ส เดวิส หรือแบบ ฮอเรซ ซิลเวอร์ มีโรงเรียนที่แตกต่างออกไปในการสนับสนุนและพัฒนาแง่มุมต่างๆ ของดนตรี” จาวอน กล่าว
 
          นักแซ็กหนุ่มอยู่ในวงของอาร์ต แบล็กกี จนถึงปลายปี 1990 ที่หัวหน้าวงลาจากโลกไป จากนั้น เขาค่อยๆ ก้าวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ทำอัลบั้มแรกออกกับค่ายเพลงอิสระชื่อ “คริสครอสส์” พร้อมๆ กับมีโอกาสทำงานร่วมกับศิลปินแจ๊สคนอื่นๆ เช่น เฟรดดี ฮับบาร์ด, เอลวิน โจนส์ , ซีดาร์ วอลตัน ฯลฯ จนถึง ดร.ลอนนี สมิธ มือออร์แกน
 
          จาวอน เป็นนักแซกโซโฟนที่มีแนวทางการเล่นทำนองอันไพเราะ อิงแอบกับแนวทาง สเตรทอะเฮด แจ๊ส ด้วยแนวคิดฮาร์มอนีที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดี น้ำเสียงการเล่นของเขามักถูกเปรียบเปรยกับนักเทเนอร์แซ็กชั้นนำในอดีต ไม่ว่าจะเป็น โจ เฮนเดอร์สัน, สแตนลีย์ เทอร์เรนไทน์ , มาซีโอ พาร์คเกอร์ หรือแม้กระทั่ง โกรเวอร์ วอชิงตัน จูเนียร์
 
          ประเด็นของ จาวอน อยู่ที่ว่า แม้เราจะได้รับอิทธิพลจากนักดนตรีรุ่นพ่อรุ่นพี่มาเพียงใดก็ตาม แต่ถึงที่สุดแล้ว นักดนตรีพึงพัฒนาเสียงอันเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา
 
          “ผมพยายามพัฒนาทักษะการเล่นแซกโซโฟนไปให้ถึงระดับสูงสุด สำหรับผม นักดนตรีที่เรากล่าวถึงนั้นต่างบ่งบอกตัวตนของเขาจากซาวนด์ของเขาเอง  ไม่ใช่สิ่งที่เขาเล่น แต่เป็นวิถีทางที่เขาเล่น หากผมหยิบเครื่องเล่นซีดีออกมา มันใช้เวลาไม่ถึง 4-5 วินาทีที่จะบอกว่านี่คือ ไมลส์ (เดวิส) อย่างมาก 4-5 วินาทีที่จะบอกว่านี่คือ โคลแมน ฮอว์กินส์  ดังนั้น ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเผยให้เห็นอัตลักษณ์ หากใครสักคนบ่งบอกอัตลักษณ์ของผมได้ นั่นย่อมดีกว่าไม่มีใครบ่งบอกได้”
 
          “ในความคิดของผม ผมพยายามเป็นนักแซกโซโฟนที่จริงใจ สำหรับผมโทนเป็นเรื่องสำคัญ ซาวนด์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ความสามารถที่จะเล่นเครื่องดนตรีของคุณ และท้าทายตัวคุณเอง แต่ขณะเดียวกัน คุณยังต้องนำเสนอบางสิ่งบางอย่างที่มีความหมายแก่คนฟังที่ไม่ใช่นักดนตรีไปพร้อมๆ กันด้วย”
 
          ติดตามความคืบหน้าของ เจวอน แจ็คสัน และศิลปินคนอื่นๆ ได้ที่ facebook.com/sawasdeejazz