
เรื่องของตัวละคร
เรื่องของตัวละคร:มองผ่านเลนส์คม โดย... จำลอง ฝั่งชลจิตร
กลับจากค่ายวรรณกรรมที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่จัดระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2554 โดยเชิญโรงเรียนระดับมัธยมในภาคใต้ให้นำนักเรียนมาร่วมฝึกเขียนเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และสารคดี ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 11 ลดกวีนิพนธ์ลงไปเหลืองานให้นักเรียน 59 คน ฝึกเขียนเพียง 2 ประเภท
คามิน คมนีย์ นักเขียนสารคดียอดเยี่ยม รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด เป็นวิทยากรสารคดีกับ อาจารย์สมใจ สมคิด นักเขียนและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย ถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคการเขียนได้อย่างน่าสนใจ
นพ.รังสิต ทองสมัคร์ ช่างภาพมือรางวัล นำภาพถ่ายสวยๆ 39 ภาพ มาฉายให้นักเรียนรู้จักมุมมอง อารมณ์ภาพและเรื่องราวที่สามารถนำไปเขียนถ่ายทอดได้
คุณหมอนำภาพถ่ายล่าสุดชุดน้ำท่วมบ้านเรือนที่ อ.นบพิตำ เมื่อเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา มาฉาย 7-8 ภาพ ทุกภาพเป็นภาพชีวิตที่ทรงพลัง จนผมพลอยหวั่นไหวไปกับชะตากรรมของชาวบ้าน
แต่ผมรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ตรงที่คุณหมอชวนมองแต่มุมภาพ มองความทุกข์ยาก ความเดือดร้อน น้ำอกน้ำใจของคนที่เข้าไปช่วยเหลือ ถ้าเป็นผม ผมจะบอกกับนักเรียนว่า ที่ชาวบ้านกำลังทุกข์ยากเดือดร้อนก็ด้วยน้ำมือของตัวเองบ้างเหมือนกัน เพราะชาวบ้านจำนวนหนึ่งเป็นผู้บุกรุกและหักล้างป่าสงวนฯ มาปลูกยางพารา หรือรับจ้างบุคคลที่มีอำนาจวาสนาจากภายนอกให้หักร้างถางป่ามาสร้างรีสอร์ท หรือบ้านพักตากอากาศ ซึ่งนักเรียนจะเห็นความเป็นจริงอีกมุม คุณหมอเป็นคนใจดีและมองด้านบวก จึงไม่ซ้ำเติมชาวบ้าน
วรรณกรรมไทยมักยกเว้นคนจนไว้จากความผิด ที่เขาทำผิดทุกอย่างเพราะความจน ไม่กล้าแม้แต่จะพูดว่าเขาทำผิดเพราะความโลภอยากได้ กลายเป็นคนรวยหรือผู้มีอันจะกินฝ่ายเดียวที่เป็นคนโลภอยากได้ ดังนั้น ทั้งคนจนคนรวยในวรรณกรรมเรื่องสั้นไทยจึงไม่ใคร่เป็นมนุษย์เท่าไร
ผมเป็นคนใจร้ายที่ไม่ให้อภัยตัวละครคนจนที่กระทำความผิดด้วยความอิจฉาริษยา โลภ โกรธ หรือหลง ผมไม่กล้าใจดีอย่างรัฐบาลที่กล้าเอาเงินภาษีไปแจกจ่ายช่วยเหลือครอบครัวที่พ่อแม่บุกป่าสงวนฯ มาปลูกสวนยาง เมื่อเกิดภัยธรรมชาติตัวละครคนจนได้รับเงินทดแทนหน้าตาเฉย คนเคารพกฎหมายไม่กล้าบุกรุกป่ามาเป็นของตัวเองได้แต่มองตาปริบๆ ทำชั่วแต่ได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล คนเคารพกฎหมายก็หวั่นไหว ต่อไปจะเคารพกฎหมายแล้วไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือละเมิดกฎหมายซึ่งได้ทั้งที่ดินและเงินชดเชย
ค่ายวรรณกรรมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดมา 11 ครั้ง คุณจิตตนา หนูณะ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่ร่วมทุกครั้ง ถ้า รศ.อุดม หนูทอง ไม่เสียชีวิตก็คงได้รู้เห็นความเคลื่อนไหว 11 ครั้งเท่ากัน
จิตตนา หนูณะ เห็นว่าผมเขียนเรื่องสั้นพออ่านได้อยู่บ้าง จึงชวนไปแนะนำเด็กๆ ให้เขียนเรื่องสั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้สอนเท่าไร รุ่งเช้ามีงานให้อ่าน 35 ชิ้น ทุกชิ้นสามารถสังเกตเห็นความพยายามที่จะถ่ายทอดชีวิตของผู้คนที่พวกเขารู้จัก ตัวละครกลมๆ แบนๆ ไปตามความเข้าใจของเขา จนกว่าเขาจะเติบโตขึ้นและมองเห็นตัวละครในฐานะมนุษย์ กับแรงจูงใจที่เร้าลึกให้ตัวละครแสดงพฤติกรรมดีร้าย จะมั่งมีหรือยากจนทุกคนดีเลวได้ไม่ยกเว้น



