บันเทิง

วิศาล เลาแก้วหนูกับเลปโส้ในยุคซีดีถดถอย

วิศาล เลาแก้วหนูกับเลปโส้ในยุคซีดีถดถอย

22 ส.ค. 2554

เปิดใจ วิศาล เลาแก้วหนูกับเลปโส้ในยุคซีดีถดถอย

          ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเลปโส้ ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นซีดี ดีวีดี หรือแม้แต่เทปคาสเซต ที่แฟนเพลงยุคเก่าจนถึงยุคกลางรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลง "กุหลาบแดง" เสียงร้องของ ไก่ พรรณิภา ที่เคยสร้างชื่อให้ลือลั่นในวงการจากค่ายนี้ แม้ช่วงหลังๆ ชื่อเลปโส้ จะเงียบหายไป แต่ปัจจุบันยังคงผลิตสินค้าออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนว่า ยุคนี้ตลาดได้เปลี่ยนไปเป็นกระแสดาวน์โหลดกันเป็นส่วนใหญ่ ทีมข่าว "คม ชัด ลึก” มีโอกาสนั่งคุยกับ วิศาล เลาแก้วหนู ผู้บริหารจากห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานอุตสาหกรรมเลปโส้


0วันนี้วงการเพลงเป็นอย่างไรบ้าง
          10 ปีที่ผ่านมาวงการเพลงล่มสลายไปหลายที่ บริษัทเพลงขนาดเล็กและขนาดกลางก็หยุดหมด ตอนนี้ที่เลปโส้มีลิขสิทธิมาสเตอร์เยอะมาก ส่วนมากบริษัทค่ายเพลงเอามาขายให้ผม 20 กว่าบริษัทเพราะเขาทำออกมาแล้วไม่รู้จะไปวางที่ไหน ไม่มีคู่ค้าซึ่งก็คือผู้จัดจำหน่าย


0เลปโส้ซึ่งผลิตซีดีกระทบขนาดไหน
          ที่ผมยังอยู่ได้เพราะมาพลิกเปิดจุดขายเป็นของตัวเอง และก็มีห้างต่างๆ อย่างบิ๊กซี คาร์ฟูร์ โรบินสัน ห้างในภูธรอีกที่ผมไปเปิดทีละจุด กว่า 200 แห่ง แล้วก็ยังมีพันธมิตรอีก 400 กว่าที่ ตอนนี้ผมมีหนังกว่า 15,000เรื่อง ซีดี 500 คาราโอเกะ 500 ถ้าคุณสังเกตเรื่องราคาแผ่นต่างๆ ที่มีราคา 45-49-59-69 บาท ผมเป็นคนแรกที่ใช้วิธีนี้ สถานการณ์ตลาดซีดีเพลงอยู่ที่ 10% หนังอยู่ที่ 90% ผมค้าขายกับคนจนในประเทศที่มีอยู่ถึง 23 ล้านคน ตลาดล่างขายหนังกันหมดแล้ว


0ตอนนี้คนหันไปทำดาวน์โหลด เลปโส้จะทำไหม
          ไม่คิดทำเรื่องดาวน์โหลด เพราะว่าราคาเพลงเก่ามันไม่ชวนให้ดาวน์โหลด ราคาของผมมันถูกมากแล้ว แผ่นเอ็มพี 3 ผมขายไม่ถึง 100บาทต่อแผ่น มีเป็นร้อยเพลง จะไปดาวน์โหลดทำไมซื้อของผมแผ่นเดียวคุ้มแล้วฟังได้เลย การทำดาวน์โหลดต้องไปเช่าสัญญาณจากระบบโทรศัพท์ ราคามันแพงมากเกินไป มันลงทุนสูง


0ค่ายเพลงหลายแห่งบุกตลาดทีวีดาวเทียม ค่ายเลปโส้มองอย่างไร
          ทีวีดาวเทียม ผมยังไม่เห็นความจำเป็น มีแต่คนมาขอเอาเพลงไปเปิดเป็น 10 ช่องเลย เราทำได้แค่ช่องเดียวสู้ให้เขาไปเปิดดีกว่าได้หลายช่องดี เพลงเก่าไม่ต้องโฆษณามาก เพราะเพลงเก่าคนไม่ลืมหรอก เพลงมันเป็นอมตะไปแล้ว คนรู้จักแล้ว


0ราคาแผ่นของเลปโส้ทำไมขายถูก
          เป็นกลยุทธ์การชี้ชะตาสินค้า เพราะ 5 ปีมานี่เศรษฐกิจมันห่วยแตกมาก เราเลยต้องเอาของดีมาขายถูกและก็สามารถซื้อได้จริงๆ ซึ่งการตอบรับของคนซื้อดีมากทีเดียว ผมทำซีดี "ให้เยอะราคาถูก” มา 15 ปีแล้ว


0เพราะเหตุใดถึงเปิดจุดขายตามห้างสรรพสินค้า
          เหมือนเรามีหน้าร้านเราเอง ก่อนหน้านี้ให้คนอื่นขายตัวเลขไม่ดี พอเรามาขายเองตัวเลขดีขึ้น เราให้คนอื่นขายเขาไม่สามารถให้พื้นที่เราได้มาก เขาจะคัดเอาแต่ที่ขายเร็ว เรามีของเราเองลงของได้ครบ ลูกค้ามาหาซื้อได้ง่าย


0พอมาเปิดเองแล้ว ร้านค้าต่างจังหวัดที่เคยส่งสินค้าให้เขาไปขายต่อเป็นอย่างไรบ้าง
          ร้านค้าต่างจังหวัดเราก็ยังคงส่งสินค้าอยู่ เมื่อก่อนร้านค้าพวกนี้เป็นหัวใจหลักเลย นักร้องดังๆ ต้องไปขอให้เขาเอาอัลบั้มตัวเองมาวางขาย ผมเพิ่งทำศูนย์กระจายสินค้า หรือโมเดิร์นเทรดเองได้ไม่กี่ปี เรามีลิขสิทธิ์ในมาสเตอร์เพลงเก่าอยู่เยอะมาก ทุกวันนี้ผมมีเพลงที่อยู่ในตลาดหมื่นเพลง


0ค่ายเพลงที่เหลืออยู่ตอนนี้ควรทำอย่างไร
          พวกค่ายเพลงต่างๆ เคยได้เงินจากเพลงมา 10 กว่าปี พอไม่ได้นิดเดียวคุณก็ไปทำอย่างอื่น แล้ววงการจะอยู่ได้อย่างไร จะมีนักร้อง นักแต่งหน้าใหม่ๆ เกิดได้อย่างไร ต้องด่ามัน เอาเงินที่ได้จากเพลงไปใช้นอกวงการกันหมด ผมไม่อยู่กับภาพลวงตา วงการเปลี่ยนไปเยอะ ต้องมาเปิดช็อปเป็นของตัวเอง อันนี้เป็นจุดสำคัญไม่ใช่เรื่องเพลง


0ที่ว่ากันว่ายุคของแผ่นซีดีจะหมดไปคุณคิดอย่างไร
          ที่พูดว่าซีดีจะดับ เห็นพูดกันมา 10 ปีแล้วก็ยังทำกันอยู่ คนพูดดับไปก่อนเพราะลืมนึกถึงที่มาที่เคยทำไว้ ผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดว่าจะเอาอะไรไม่เอาอะไร ไม่ใช่เรา เพลงทุกวันนี้ก็ไม่เห็นมีเพลงไหนดังเลย อยู่ในตลาดโกหกไม่ได้ ที่บอกว่าทำดาวน์โหลดคุ้ม ไปดูงบดุลของแต่ละบริษัทสิขาดทุนทุกปี แผ่นผีไม่มีต้นทุนก็ยังตายนะเดี๋ยวนี้ แผ่นซีดีอาร์ที่พวกแผ่นผีใช้มันมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือนก็เสื่อมสภาพแล้ว แผ่นผีส่วนมากจะไรท์ไม่ใช่แผ่นปั๊มเพราะมันไม่คุ้ม แต่สินค้าที่เราผลิตมีคุณภาพกว่าคนเขารู้


0ได้ข่าวว่ากำลังนำนักร้องเก่ามาทำเพลงใหม่
          ปัจจุบันที่ผมคิดทำเพลงใหม่เพื่อวงการเพลง ไม่ใช่ทำเพื่อกำไร ปีสองปีนี้ผมเริ่มต้นทำให้คนหันมาฟังเพลง ผมมีเพลงที่ทำใหม่กับนักร้องเก่าๆ หลายคน พวกนี้ร้องมาตรฐาน ผมคิดทำเพลงขายคนทั้งประเทศ และไม่เคยคิดเล็กๆ มิวสิกวิดีโอสวยๆ กระตุ้นให้คนฟังเพลงได้