
Bad Teacherครูสาวเซ็กส์เกรียน
Bad Teacherครูสาวเซ็กส์เกรียน:หนังจอกว้าง โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
จะนึกย้อนกลับไปในความหลังกี่สิบปี หรือจะยี่สิบปี สามสิบปี เราคงไม่มีวันเห็นภาพของครูสาวอย่าง เอลิซาเบธ เฮลซีย์ (คาเมรอน ดิแอซ) ในหนัง Bad Teacher อย่างเด็ดขาด
พวกเราบางคนอาจนึกภาพของครูสอนเลขที่ดุๆ ในชั้นประถม หรือครูสอบวิทยาศาสตร์ที่ไม่น่าเป็นมิตรในตอนเรียนมัธยม แต่เราคงไม่มีครูแบบ เฮลซีย์ ในอดีต แต่มันอาจมีในตอนนี้ เมื่อโลกเปลี่ยนไปมาก (ก็เหมือนกับการวางตัวของลูกศิษย์ที่เอ็กซ์ขึ้น เกรียนขึ้นในสังคมยุคใหม่)
โดยมากแล้ว ครูในหนังมักจะเป็นภาพที่ตลกและอบอุ่นหากมาจากหนังฮอลลีวู้ด เช่นครูใน dead poet society ที่ดังมากในปลายทศวรรษที่ 80 หรือครูหนุ่มที่กลับมาบ้านในหนัง the road home
ผมชอบครูบางคนจากหนังยุโรปเหมือนกัน อย่างน้อยก็รักความเป็นครูใน the class มากกว่าครูสอนดนตรีใน music of the heart
ครูทุกคนที่กล่าวมานั้น ดีกว่าอาจารย์เอ็กซ์ที่ดูเกรียนอย่าง เฮลซีย์ ในหนัง bad teacher
หนังเปิดเรื่องด้วยการอำลาบทบาทครูของเธอ ซึ่งก็คงไม่มีใครเสียใจ เพราะเธอปากร้าย แม้ว่าจะดูเธอเซ็กซี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอำลาของเธอนั้น เพื่อไปเป็นเมียของเศรษฐีหนุ่ม ขอเลิกราด้วยพฤติกรรมหวังจับเสี่ยของเธอ
เฮลซีย์ หน้าแหกและก็ตกอับถังแตก ไม่มีตังค์ ไม่มีงาน สุดท้ายก็ไถหน้ากลับไปทำงานคุณครูต๊อกต๋อยในโรงเรียนเดิม ปกติถ้าใครมาเป็นเธอแบบนี้ อาชีพครูคือทางออกคั่นเวลา รอโอกาสที่ดีกว่า ซึ่งเธอก็ทำแบบนั้น เพราะว่ามันจะต้องมีคนรวยๆ ผ่านเข้ามาในโรงเรียนบ้าง และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
แต่อย่างหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้ก็คือ มันอาจไม่ใช่เธอคนเดียว ที่เกรียนซ่าส์ในโรงเรียน เพราะเธออาจจะมีคู่แข่งที่คิดไม่ถึงด้วย
Bad Teacher มีเสียงวิจารณ์ค่อนข้างแย่ในเว็บของนักวิจารณ์เมืองนอก กล่าวคือได้คะแนน “ไม่ถึงครึ่ง” ของคะแนนเต็ม 100 แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อดูจากหน้าหนัง จากนักแสดงและจากทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไปดูขำๆ แต่ผมก็กลับรู้สึกหัวเราะได้มากกว่าที่คิดจากฉากบางฉาก ยกตัวอย่างเช่น ครูสาวเกรียนๆ เละๆ อย่าง เฮลซีย์ เนี่ยนะ ที่รู้จักหนังหรือวรรณกรรมสูงาส่งอย่าง to kill a mockingbird (ซึ่งเป็นหนังในดวงใจของนักคิดนักเขียนหลายๆ คนในโลกนี้)
To kill a mockingbird เป็นหนังในปี 1962 ที่แสดงภาพของทนายความอย่าง แอตติคัต ฟินส์(เกรกอรีย์ เป๊ค) ซึ่งมีอุดมการณ์ในอาชีพ มันช่างเย้ยหยันกับบทบาทของครูสาวอย่าง เฮลซีย์ ที่ไม่มีอะไรเลย ทั้งความรักและอุดมการณ์หรือแม้แต่เงิน
เนื้อหาที่ล่องลอย ไม่แคร์ตัวละครอย่างเต็มที่นั้น ยังรู้จักใช้สไตล์การเล่าเรื่องแบบการ์ตูน เข้ามาช่วยเพื่อทำให้การติดตามมีสีสัน (นอกเหนือจากสีสันของ “คาแรกเตอร์” ทั้งหลาย) สิ่งที่ยังดีก็คือ ผู้กำกับไม่พาให้หนังเรื่องนี้ กระโดดข้ามไปสู่ความเป็น black comedy ทั้งๆ ที่โดยรูปร่างหน้าตาและหน้าอกหน้าใจ กระทั่งสะโพก
หนังพร้อมจะเป็นด้านร้ายๆ ของ black comedy ได้เลย
มีฉากหนึ่งของหนัง to kill a mockingbird ที่ เฮลซีย์ เอามาสอน ทนายความฟินส์ พยายามจะปกป้องจำเลยผิวสีอย่าง ทอม โรบินสัน และลูกๆ ของเขา มันสวนทางกับหน้าที่ของครูสาวอย่างเธอ ที่พยายามจะปกป้องตัวเอง และทรมานนักเรียน คือถ้ารู้เรื่องของ to kill a mockingbird บ้าง จะฮามาก (ปีนี้ครบรอบ 50 ปีของหนังคลาสสิกแล้วด้วยครับ)
Bad Tacher ไม่ใช่ Bad Movie หรอก มันแค่เป็นหนังที่ถ้าไม่ได้ดู ชีวิตก็ไม่ได้เป็นอะไร
แต่ถ้าเลือกระหว่าง รถติดบนถนนชั่วโมงครึ่ง กับเข้าโรงดูหนังเรื่องนี้ ผมจะเลือกอย่างหลัง โดยไม่ได้รู้สึกว่า ตัวเองกำลังเลือกสิ่งดีๆ ให้แก่ตัวเอง (ฮา)



