
เล่นหูเล่นตา-ข้ออ้าง
โหรหลวงทำนายว่า ปีนี้นางสงกรานต์ดื่มเลือด"
นางสงกรานต์ หรือ ปอบผีฟ้า กันแน่? ไม่รู้ปีไหนที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวนี้ แต่ปีนั้นก็ไม่เกิดเหตุร้ายแรงแต่อย่างใด พอมาปี ’52 ทั้งโหร ทั้งนางสงกรานต์วงแตก ไม่ทันได้ทำนายทายทัก เพราะเกิดเหตุวุ่นวายกลางเมืองเทวดา…กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ลุกเป็นไฟราวสนามรบย่อยๆ เพียงแค่คนจำนวนหยิบมือ (หากเทียบกับคนทั้งประเทศ)
หมายเหตุ : “ ข้ออ้าง…ถูกนำมาเป็นข้อต่อรอง"
งานสำคัญระดับประเทศ ถูกบุกทำลายให้ได้ขายขี้หน้าต่างชาติ สมกับถูกจัดเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา…เหรอ? (ดีไปรึเปล่า?)
“หยุด…หยุดแต่งหน้าเดี๋ยวนี้ !" เสียง สีเกด ผู้ช่วยส่งเสียงเด็ดขาด
หน้าป้านๆ ขาวๆ กำลังเซตตัวหลังจากข้าวตูบรรจงปรับปรุงให้ดูเป็นผู้เป็นคน ไม่ทันจรดพู่กันละเลงปาก ข้าวตูก็ชักมือกลับแล้วยัดพู่กันลงซอง กวาดทุกสิ่งอันลงกระเป๋ารูดซิปพรืดแล้วลากออกไป ก่อนพ้นหน้าประตู ก็ยังหันมาสั่งเสีย
“ป้า…ไปล้างหน้าออก…สวัสดีค่ะ" ปล่อยให้หน้าครึ่งๆ กลางๆ ของฉันเหวออยู่แบบนั้น
“อารายเนี่ย ?" เสียงครวญจากนักร้องแก้บน
“เขาบุกเข้าไปทำลายงานในโรงแรมแล้ว ไม่ต้องไปร้องแล้ว" สีเกด รายงานข่าวพร้อมเปิดทีวีให้ดูภาพประกอบ ความโกลาหลอลหม่านที่ไม่ใช่บ้านทรายทอง แต่เป็นบ้านเมืองอันเคยสงบสุขของเราเอง
“ที่นี่ที่ไหน ?"
ถามเพื่อให้แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นในเมืองไทย หาใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่เคยดูในข่าวซีเอ็นเอ็น
หมายเหตุ : “ ข้ออ้าง…ถูกนำมาเป็นเครื่องมือ"
ประตูกระจกโรงแรมแตกละเอียด ผู้คนบ้าพลัง (อะไรสักอย่างที่คิดเอาเอง) บุกเข้าไปอย่างฮึกเหิมราวกับผู้กำชัยในสงคราม…เอ่อ…ดูหนังมากไปรึเปล่าถึงได้ทำกันแบบเนี่ย
“อย่างนี้มันต้องเรียก แจ็ก บาวเวอร์ (พระเอกจากซีรีส์เรื่อง 24) มาช่วยจัดการ" สีเกดคนเดิมบอก ฉันเองก็แอบนึกในใจแบบนั้นเช่นกัน
ผู้ชายสวมเสื้อสีเลือด สวมหมวกคาวบอย เดินองอาจขึ้นไปยืนประกาศกร้าวต่อหน้าสื่อและฝูงชน ประหนึ่งผู้กุมชะตาบ้านเมือง…มนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่ได้ช่วยชาวโลกให้สงบสุขแบบในหนัง เอ็กซ์เมน แต่กลายร่างไปเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ก่อความวุ่นวายให้บส่วนรวม
“โธ่…เธอลำเอียง" ใครสักคนพึมพำขึ้นมาขณะนั่งดูทีวี
คำพูดที่ว่า…เงินซื้อไม่ได้ทุกสิ่ง แต่เงินก็ซื้อได้เกือบทุกสิ่ง แม้แต่ "ใจคน" คงใช้ได้ก็คราวนี้แหละ…
ฉันหยิบธนบัตรออกมาจ่ายค่าทำผม มองดูรูป “ในหลวง" ในธนบัตรนั้น พ่ออันเป็นที่รักและบูชาของปวงชนชาวไทย ท่านคงเสียใจที่คนไทยบางคนลุกขึ้นมาทำแบบนี้ บนแผ่นดินและประชาชนที่ท่านอุทิศพระองค์ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา พวกเราล้วนแต่ติดหนี้พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ชั่วชีวิตก็คงใช้ไม่หมดสิ้น …
ฉันแหงนมองภาพเหตุการณ์วุ่นวายในจอทีวีอีกครั้ง คล้ายกับกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “ชาวพุทธ" แต่กลับทำพิธีคุณไสยในวัด โดยอาศัยความเชื่อและศรัทธาของผู้คนบางกลุ่มมาเป็นข้ออ้าง
ที่น่าประหลาดใจคือ ผู้คนที่พนมมือไหว้ “หมอผี" ราวกับเป็นเกจิอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในศาสนา…ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่…ธรรมะคืออะไร คงพอๆ กับประชาธิปไตยคืออะไร ในเวลานี้
ก่อนจะงมงายไปกับอะไร เราคงต้องรู้จักสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้… รึเปล่า? ผลประโยชน์ส่วนรวมคืออะไร คงถูกมองข้ามไปในเวลาที่คนบางคนเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว และ เงิน ก็ยังคงเป็นสิ่งล่อใจ
หมายเหตุ : “ ข้ออ้าง…ถูกนำมาใช้ในการหาผลประโยชน์ใส่ตัว"
หลังจากนั้น ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงการเมืองก็ต้องหนีตายกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศคนละทาง เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…ทำไม? ประเทศไทยที่เคยน่าอยู่กลับหาความปลอดภัยอะไรไม่ได้…น่ากลัวมาก… ก ผู้คนที่เฝ้าจับตามองเหตุการณ์ก็วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกลุ่มผู้บริหารประเทศกันอย่างเมามันยิ่งกว่าเชียร์มวยศึกอัศวินดำ แต่ฉันกลับเห็นใจและเข้าใจ ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ความอดทนและอดกลั้น เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อประชาชนคนไทยน่าจะเป็นทางออกประตูแรกแล้วประตูต่อไปค่อยว่ากันใหม่…ปวดหัวใจที่เห็นผู้นำฝ่ายบริหารประเทศ หน้าตาหล่อเหลาโดนใจคนไร้ที่พึ่งทางใจแบบพวกเรา ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ (แค่บริหารบ้านเมืองก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว) เห็นออกทีวีทีไร อยากยื่นแว่นกันแดดให้ (หมีแพนด้าชัดๆ)…โถ พ่อคุณ ลักยิ้มแก้มบุ๋มคู่นั้น ฉันเชียร์ขาดใจ…
สาวแก่และกะเทย ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ตะโกนร้องว่า…“แฟนฉันๆ" ฉันก็แอบคิดในใจว่า…“แฟนฉันตะหาก!”
(อ้าว…ทำไมจบแบบนี้ล่ะ!)
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



