
วัดใหญ่ดี ที่ด่านซ้าย
วัดใหญ่ดี ที่ด่านซ้าย:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมเป็นคน “ติดวัด” มาตั้งแต่เด็ก โรงเรียน “ปฐมวัย” ของผมตั้งอยู่ในบริเวณ (ที่ดิน) วัด บ้านเกิดอยู่ใกล้วัด ลุงของแม่เป็นสมภาร คุณตาของผมเป็นมหาอุบาสกผู้มีวัตรปฏิบัติเยี่ยงอริยสงฆ์ ช่วงชีวิต “อุดมศึกษา” ผมเป็นเด็ก (หนุ่ม) วัด อยู่ คณะ 1 วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ ปัจจุบันบ้านก็อยู่ใกล้วัด ผูกพันกับเสียงระฆัง แต่โธ่ถึงผมกลับไม่ค่อยได้ตักบาตรทำบุญ มีเฉพาะวันพระสำคัญเท่านั้น ที่ได้กลับไปทำบุญที่วัดบ้านเกิด
ที่ว่าผมเป็นคน “ติดวัด” ก็เพราะผมเข้าวัดบ่อยมาก ถามว่าเข้าวัดไปทำไม ก็ขอตอบว่า เพราะความผูกพัน ผมรู้สึกอบอุ่น สบายใจ สงบ ดื่มด่ำ เพียงได้แหงนดูหน้าบันอุโบสถ ได้เห็นช่อฟ้าใบระกา บานประตูหน้าต่าง สีแดงบนเพดาน ดอกดวงลายพุดตาน บัวคว่ำ บัวหงาย ตาอ้อย วิหาร เจดีย์ ศาลา เรือนกุฏิ หอระฆัง ร่วมเงาของไม้ใหญ่ ต้นโพธิ์ สาละ พิกุล เสียงกลอง ระฆัง เสียงกระดิ่งเล็กๆ ที่ชายคา เสียงไก่แจ้ขันเจื้อยแจ้ว ได้ชมตู้พระธรรม โต๊ะหมู่บูชา อิฐปูนเก่าขลัง ตะไคร่เขียวคร่ำที่อ่างล้างเท้าตีนบันได
ทุกวันนี้ผมยังเข้าวัด ถ่ายรูป วาดรูป พูดคุยกับพระหนุ่ม เณรน้อย ผู้เฒ่า มัคนายก สัปเหร่อ บางทีนั่งพิงเสาศาลาริมน้ำเผลอหลับไปเป็นชั่วโมง วัดที่ผมไปนั่งเล่นบ่อยๆ คือวัดโบสถ์ อุโบสถาราม เมืองอุทัยธานี วัดพระแก้ว เมืองสรรคบุรี ชัยนาท
ผมเข้าวัดมาแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าห้าร้อยวัด บางวัดให้ความรู้สึกหวั่นไหว โดยเฉพาะวัดที่เติบโตด้านวัตถุอย่างโอ่อ่า เต็มอัตรา และอัตตา แข่งขันประชันความยิ่งใหญ่อลังการ ทุ่มเทงบประมาณเกินร้อยล้าน เนรมิต สถาปัตยคารอันอุจาดตา บางวัดให้ความรู้สึกเหมือน “ค่ายทหาร” มีสิ่งก่อสร้างคล้ายป้อมปราการอยู่ในกำแพงสูงทึบ ติดเหล็กปลายแหลมรูปหัวหอกหัวลูกศร หมู่อาคารดูซับซ้อน คล้ายซ่อนเงื่อนงำ ติดลูกกรง เหล็กดัด อย่างแข็งแรง รัดกุม ราวกับซุกซ่อนสิ่งล้ำค่าไว้ภายในเกรงกลัวว่าใครจะมาลักขโมย
ขับรถไปตามถนนหลวง ทุกหนแห่ง จะได้พบเห็น “ป้ายโฆษณาวัด” อยู่ตามข้างทาง ตามสี่แยก ป้ายประชาสัมพันธ์ “บอกบุญ” ตำตาอยู่ทั่วไป สุดแต่พุทธศาสนิกชนจะมีศรัทธา บริจาคธนบัตรปัจจัยให้ทางวัดไปใช้ก่อสร้างศาสนวัตถุ ประชันความยิ่งใหญ่...ใหญ่กว่าวัดอื่นจนถึงใหญ่ที่สุดในโลก
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมเพิ่งไป “เข้าวัด” “นิมิตวิปัสสนา” ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย คราวนี้รู้สึกแตกต่างเรื่องความใหญ่ บอกได้เลยว่า “ใหญ่ดี” อุโบสถมูลค่ากว่าร้อยห้าสิบล้าน สง่าตระหง่านอยู่บนเนินเขา รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบร่วมสมัย ยิ่งใหญ่ อลังการ “ลงตัว” เป็นสง่าราศี ช่างแสนดีที่มีวัด “ใหญ่ดี”แบบนี้อยู่ในบ้านเมืองเรา ที่มีแต่วัดที่ “เอาแต่ใหญ่” อย่างหยาบๆ หยาบทั้ง “ทำ” และ “ธรรม”
ผมแวะชมวัด “นิมิตวิปัสสนา” ทั้งขาไปและขากลับ ประทับใจทุกรายละเอียด ยิ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ยิ่งดูเพลินเจริญใจ ทั้งภาพพุทธประวัติ ภาพไตรภูมิ ผมบันทึกนาม ผู้นิรมิตจิตรกรรมฝาผนังไว้ในสมุดบันทึกแล้ว มีโอกาสอยากไปพูดคุยสนทนาหาแรงบันดาลใจ
วันหน้าจะหารายละเอียดละเมียดละไมมาเล่าให้ฟัง เพราะผมยังต้องกลับไปเยือนวัดนี้อีกในฤดูหนาวปีนี้...ตั้งใจจะพาแม่ไปด้วย พร้อมครอบครัว และลูกชายทั้งสอง โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่ถึง 3 ขวบ แต่เขาเพลิดเพลินกับภาพฝาผนัง ไตรภูมิมาก โดยเฉพาะภาพ “ขุมนรก”
เด็กชายตัวน้อยถามพ่อว่า “พ่อเคยตกนรกไหม” ผมตอบ “เคยซิลูก”



