
พรสวรรค์ในบทเพลง ชีวตดนตรีแบบ "ปนัดดา"
พรสวรรค์ในบทเพลง ชีวตดนตรีแบบ "ปนัดดา"
ศิลปินผู้หญิงในเมืองไทย เรียกว่าน้อยก็น้อย หรือจะเรียกว่าเยอะก็เยอะ เพราะถ้ามองกันไปรอบๆ อย่างจริงๆ จังๆ แล้ว ศิลปินหญิงในเมืองไทยไม่ได้มีน้อย แต่แค่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าศิลปินชายเท่านั้นเอง เพราะโจทย์ตรงนี้ ทำให้นักร้องสาวๆ เกิดความท้อแท้ ยอมจำนนต่อโชคชะตา ยกธงขาวหันหลังให้วงการเพลงไปก็เยอะ แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ศิลปินคนหนึ่งที่ทำให้โจทย์ตรงนี้เปลี่ยนไป
เพราะเธอคลอดอัลบั้มชุดที่ 9 ออกมา ในชื่ออัลบั้ม "ผู้หญิงสีเทา ความเหงากับความรัก" ชื่ออัลบั้มที่ทำให้ย้อนไปคิดถึงวงการเพลงเมื่อก่อนที่ชื่ออัลบั้มจะเป็นคำภาษาไทยยาวๆ และแนวเพลงการร้องเพลงของเธอยังคงเอกลักษณ์ที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป คือเป็นเพลงรักอกหัก หม่นหมอง และต้องมีบุคคลสามคนขึ้นไป เปรยมาขนาดนี้ คงเดากันไม่ยากว่าศิลปินสาวคนนี้คือ ปนัดดา เรืองวุฒิ
นักร้องสาวเล่าให้ฟังถึงการทำงานเพลงนี้ที่มีโจทย์ง่ายๆ ที่ว่า ต้องเป็นความรักที่ไม่ลงตัว ต้องมีหนึ่ง สอง สามคนเข้ามาพัวพัน ฟังแล้วดูเป็นเรื่องไม่ยากเท่าไหร่ เพราะการร้องเพลงอกหักรักคุดสามารถเข้าถึงคนฟังมากกว่าร้องเพลงสดใส ซาบซ่า แต่เพราะในความง่ายและเข้าถึงได้ก็มีโจทย์ตามมาว่า จะต้องทำให้แตกต่างกว่าศิลปินคนอื่นๆ
"นัดโชคดีที่เป็นคนมีพรสวรรค์ที่ร้องเพลงรักใสๆ แค่ไหน แต่ก็ยังเศร้าอยู่ เราต้องร้องเพลงให้เข้าถึงคนฟัง ต้องแทงใจ มันสวนทางกับแนวเพลงในอัลบั้มนี้ ที่เป็นแนวอาร์แอนด์บี ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ฟังสบายมีจังหวะ พอมาเป็นแบบนี้ ทำให้คอนเซ็ปต์กับแนวเพลงที่วางไว้ของเรามันไม่ไปด้วยกัน เราเลยต้องเปลี่ยนการร้อง คือต้องร้องในแบบอาร์แอนด์บีที่เป็นการเก็บกด ทั้งที่โดยปกติ เราเป็นคนร้องเพลงเศร้าชัดเจน คือจัดใหญ่ให้ตลอด แต่พอมาถึงตรงนี้ เราต้องดึงอารมณ์เก็บกั๊กไว้ เลยเป็นเรื่องยากมาก" นักร้องสาวกล่าว ก่อนจะเล่าให้ฟังต่อว่า ตอนนี้แฟนๆ ติดภาพว่าเป็นนักร้องที่ร้องได้แต่เพลงอกหัก กลายเป็นว่าร้องเพลงรักใสๆ ไม่ได้แล้ว เพราะว่าแฟนเพลงไม่อินแล้ว
"ในอัลบั้มนี้เนื้อร้องของเพลงจะไม่ได้เป็นแบบเป็นมือที่สามไปแย่งเขามาแล้ว จะมาเป็นทางสายกลาง คือจะสามารถเลือกได้มากขึ้น แต่จะเป็นการเลือกที่จะไม่มีความสุข นัดให้โจทย์ของอัลบั้มนี้ไว้ว่า "คนดีอาจไม่ใช่คนที่ใช่" (หัวเราะ) นัดว่าสมัยนี้แนวเพลง เสียงร้อง หรืออะไรก็ตาม ที่มาเป็นองค์ประกอบจะเข้าถึงคนฟังได้ไม่เท่ากับเนื้อเพลง เพราะคนฟังจะอินตามไปกับเนื้อเพลงมากกว่า ที่จะมาอินกับเสียงร้องหรือแนวเพลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าร้องแย่ๆ แล้วจะมีคนยอมรับ นัดว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องควบคู่กันไปในแบบของแต่ละคน" ปนัดดาบอก
นักร้องสาวยังเล่าว่า อัลบั้มนี้ ห่างจากอัลบั้มที่แล้วไปกว่า 2 ปี แต่คนฟังไม่รู้สึกว่าหายไป เพราะตลอดเวลา ปนัดดามีเพลงประกอบละครให้ร้องอย่างต่อเนื่อง จนถูกยกให้เป็นเจ้าแม่เพลงละครไปแล้ว
"นัดร้องเพลงมาหลายปีมากแล้ว นัดว่านัดเป็นคนโชคดี โอเคคนอาจจะมองว่าเรามีพรสวรรค์ แต่นัดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของโอกาสที่ได้รับมาด้วย มีคนบอกว่า เพราะนัดมีพรสวรรค์ที่สามารถร้องได้หลากหลายอารมณ์ และหลายสไตล์ ในส่วนของเบื้องหน้า ที่คนเห็นคือนัดเป็นศิลปิน เป็นนักร้อง แต่เบื้องหลัง จากการทำงานเพลงของตัวเอง นัดก็มีอีกมุมหนึ่ง คือเป็นคนร้องไกด์ ซึ่งใครอาจจะมองว่าเป็นนักร้อง แล้วจะมาร้องไกด์อีกทำไม แต่สำหรับเรามันเป็นความสนุก และเป็นการฝึกทักษะเรื่องของหู เรื่องของโน้ต เราไม่ได้มีพื้นฐานดนตรีมากเท่ากับคนที่เขาเรียนสายนี้โดยตรงมา เราเลยต้องใช้วิธีครูพักลักจำแบบนี้ เพื่อให้เราแม่นมากขึ้น" ปนัดดาแจง



