
ความสัมพันธ์ใกล้ชิด'แม่อ้อย-พิงค์กี้'
ถือว่าเป็นคู่แม่ลูกที่สนิทกันมากจนหลายคนเห็นทั้งคู่เป็นเงาตามตัว สำหรับคู่แม่ลูก "พิงค์กี้" สาวิกา กับ "แม่อ้อย" สรินยา ไชยเดช อีกทั้งเป็นคู่แม่ลูกที่ต้องฝ่าวิกฤตมรสุมชีวิตกับข่าวคราวต่างๆ มากมาย เนื่องในวันแม่ "คม ชัด ลึก" เลยขอดึงตัวพิงค์กี้กับแม่อ้อยมา
0ความผูกพันระหว่างแม่กับลูก
พิงค์กี้ : เราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ในกองอยู่ที่บ้าน อยู่ในกองถ่ายแม่จะมีให้หมด เหมือนรู้ใจกัน แม่จะรู้ใจเราทุกอย่าง จะให้คำแนะนำ บางทีเราตัดสินใจคนเดียว มันอาจจะไม่ได้เท่าแม่ ด้วยความที่เราโตแล้ว เวลาไปไหนมาไหน แม่ไม่ต้องไปก็ได้ แต่เรารู้สึกอุ่นใจที่มีแม่อยู่ข้างๆ กี้จะอุ่นใจ
แม่อ้อย : แม่ต้องอยู่ แม่ดูเขามาตั้งแต่เกิดยันสาว เหมือนรู้ใจกัน
0ตกลงใครติดใคร พิงค์กี้ติดแม่ หรือแม่ติดพิงค์กี้
พิงค์กี้ : ตอนแรกก็ดูเหมือนว่าแม่ไม่ต้องมาหรอก แต่รู้สึกขาดแม่ไม่ได้ อย่างไปกองถ่ายแม่ไม่มาวันเดียว เราก็เริ่มโทรมาแม่แหละ ถ้าแม่ไม่มาก็เหมือนขาดอะไรไปเหมือนกัน
แม่ : จริงๆ ติดกันนั่นแหละ แม่เป็นคนทันสมัยนะ ลูกที่มาติดแม่ ไม่ใช่ว่าเป็นลูกแหง่ เราเคยผ่านการเป็นวัยรุ่นเลยรู้ว่าจะยืดหยุ่นตรงไหนได้ ทุกอย่างถ้าเขาไปไหนก็อนุญาต แม่ก็อยากเป็นอิสระบ้าง เขาก็อยากเป็นตัวของตัวเขาบ้าง
พิงค์กี้ : เหมือนเราตื่นเช้ามา เราอยากกินอะไร แม่จะทำให้เรากิน รู้ใจกัน กี้ทานนมแม่จนถึง 3 ขวบ เพราะฉะนั้นสายเลือดแม่ให้หมดเลย ได้แม่มาล้วนๆ สมมติกี้โกหก เขาจะรู้วิธี จนจับได้ เพราะตาเรามีพิรุธ จับได้ว่าเราโกหก เราเลยไม่โกหก เพราะรู้ว่าแม่รู้ไต๋เราแล้ว
0ตอนนี้พิงค์กี้ 25 ปีอายุครบเบญจเพสแล้ว ปล่อยได้หรือยัง
แม่ : ไม่หรอก จนกว่าเขาจะเจอคนที่ดี คนที่เข้ามาในชีวิตของเขา แล้วไว้ใจได้ หรือแทนแม่ได้หรือเปล่า เอาเขาอยู่หรือเปล่า ไม่รู้ว่าหาคนแบบนั้นมาแทนเราได้หรือเปล่า เราต้องตื่นก่อนลูก ดูแลเขาที่กองถ่าย นอนทีหลังลูก มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คือเขายังมีความเป็นเด็ก ยังโตไม่เต็มที่ เราก็ยังห่วงทุกเรื่อง
พิงค์กี้ : บางทีคนวัยกี้ เขาก็ไปเที่ยวแฮงค์เอ้าท์ แต่กี้ทำงานมาตั้งแต่เด็ก มีแม่อยู่ตลอด เรามีแม่ก็พอใจแล้ว เราไม่ต้องการออกไปไหนโดยไม่มีแม่
0มีเรื่องเม้าท์อะไรบ้าง
แม่ : ลูกคนนี้เรื่องมากทุกเรื่อง จะฆ่ากันตายก็หลายรอบอยู่ (หัวเราะ) เขาจะต้องอย่างนี้อย่างนั้น แม่เป็นคนไม่ตามใจ แต่ไม่ขัดใจใคร คือเราผ่านช่วงวัยรุ่นมา เราก็ยืดหยุ่นได้
พิงค์กี้ : คือบางที่เราเก็บอะไรไว้ เราก็มาระบายกับแม่ เหมือนแม่เป็นเพื่อน เหมือนแม่เป็นที่ระบาย มีทั้งทุกข์และสุข แม่เป็นทั้งแม่ พี่สาว และเพื่อน ด้วยความที่แม่เป็นคนตรงๆ ไม่เก็บ บ้านๆ บางคนอาจจะไม่ชอบ
แม่ : ตอนเด็กๆ เขาเป็นดารา พอเราเตรียมเสื้อผ้า ต้องเตรียมไว้หลายชุด ปรากฏว่าชุดนี้ก็ไม่เอา ชุดนั้นก็ไม่เอา ไม่ชอบ เรื่องเยอะ ตอนนั้นออกงาน ตั้งแต่เล่น ดาวพระศุกร์ มีงานโชว์ตัวมาตลอด สมัยก่อนรับงาน ได้เงินหมื่นห้าถึงสองหมื่นนะ ตอนโตเขาก็ยังเรื่องเยอะ แต่เขาเป็นกับแม่คนเดียวนะ
พิงค์กี้ : กี้ไม่เป็นกับคนอื่นนะ เรื่องมากกับแม่ก่อนที่จะไปอยู่กับคนอื่น จนแม่จะพูดตลอดว่ากรรมเวรอะไรต้องมาอยู่กับเธอ (หัวเราะ)
0ข่าวคราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ให้กำลังใจกันอย่างไรบ้าง
แม่ : โห...นอนคุยกันทุกวัน กี้จะบอกว่าพูดเรื่องเดิมๆ มาปีแล้วนะแม่ เราก็บอกเฮ้อ...พรุ่งนี้จะเจออะไรอีกนะ
พิงค์กี้ : แม่เขาชอบเครียด คิ้วขมวดกับกี้ หน้าแม่มีเควสชั่นมาร์คอยู่ประมาณปีหนึ่งที่ผ่านมา กี้ไม่อยากให้แม่ต้องมานั่งเครียด ยังบอกแม่เลยว่ายิ้มบ้าง แม่บอกว่ายิ้มแล้ว แต่ทำได้แค่นี้ แต่ถ้าเครียดเราจะไปดูหนังกัน ทำอะไรที่มองไปข้างหน้า บอกให้แม่คิดในทางที่ดี เราหาอย่างอื่นทำ ที่จรรโลงใจ ที่ทำให้ไม่เครียด
แม่ : แม่เป็นคนคิดมาก แต่แม่ต้องเข้มแข็ง ทุกคนจะไม่เห็นน้ำตาเราหรอก ถ้าทุกข์แค่ไหน แม่จะไม่พูดให้ลูกรับรู้ ลูกรู้อย่างเดียวว่าต้องอิ่ม ต้องสุข เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เลี้ยงลูกมา ถ้าแม่ทำอ่อนแอให้คนในบ้านเห็น ทุกคนจะรู้สึกหดหู่
พิงค์กี้ : แม่จะฟังกี้ร้องเพลงทุกวัน เพราะเวลากี้เครียดจะร้องเพลง คือเวลาเครียดจะระบายกับตรงนี้
แม่ : จนแม่ขอร้องกี้ นอนได้แล้ว แม่รับไม่ไหวแล้ว ขอให้อยู่ในความสงบ (ยิ้ม)
0ตอนนี้ถือว่าผ่านวิกฤติไปได้หรือยัง
แม่ : ไม่รู้ รู้ว่าวันนี้โอเคยิ้มได้ แต่วันหน้าไม่รู้ ไม่มีใครรู้อนาคต
พิงค์กี้ : รู้แค่วันนี้ พรุ่งนี้เรามีความสุขก็พอ ไม่ย้อนอดีต แล้วก็ไปถึงอนาคต กี้ว่าทุกอย่างมันกำหนดมาแล้ว วันนี้เราแฮปปี้ รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะต้องทำอะไร แค่นั้นล่ะ
0กิจกรรมในวันแม่
พิงค์กี้ : สมัยก่อนจะมีพวงมาลัยให้แม่บ้าง คือวันเกิดแม่คือวันพ่อ เพราะแม่เกิดวันที่ 5 ธันวาคม แต่วันแม่ส่วนใหญ่กี้จะไปงานอีเวนท์ วันนั้นได้เงินมาก็ให้แม่เลย ส่วนตัวก็จะแค่กอดแม่ รักแม่นะ เป็นอะไรที่เราทำอยู่แล้ว สมัยก่อนมีดื้อบ้างก็จะขอโทษแม่ แต่ปัจจุบันไม่มีอะไร
แม่ : เราก็ไม่ถือโทษเขา เขาต้องทำงานด้วยเรียนด้วย คล้ายๆ ว่าอารมณ์แปรปรวน บางทีเราก็สงสารลูก ถามว่าภูมิใจในตัวเขาไหม ภูมิใจนะ เขาก็ทำได้ดีในส่วนของเขา ทุกคนก็คงอยากทำให้พ่อแม่มีความสุข แล้วความสุขของพ่อแม่ คือเห็นลูกมีความสุขด้วย ลูกทุกข์เราก็ทุกข์ด้วย
0มีเรื่องประทับใจไหม
แม่ : ตอนที่เขาไปถ่ายหนังที่อินเดีย แม่ป่วยมาก ท้องเสีย เขาก็ไปเข้าฉาก พอเขากลับมาถามแม่ว่าไม่สบายเหรอ ตอนนั้นเราปวดตัวไปหมด เหมือนคนเป็นไข้ เขาก็มานวดให้แม่ เขาทำงานมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น แม่เห็นเขาเหนื่อย แต่เขามานวดให้เรา ตอนนั้นแทบไม่ต้องกินยา นี่เป็นยาดี (น้ำตาคลอ)ในฐานะที่เราเป็นแม่ ลูกทุกคนถ้าแม่ป่วย มาถามแม่เป็นยังไงบ้าง แม่กินยาไหม แค่นี้แม่ทุกคนก็ดีใจแล้ว มันแทบหาย นี่คือสิ่งเล็กน้อยไม่ต้องมาให้แม่หรอก เขาเป็นเด็กดี ดูแลดูทุกคนในบ้าน เหนื่อยยังไงก็ไม่เคยพูด เลี้ยงยาย เลี้ยงหลาน เลี้ยงพ่อ เขาปฏิบัติมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนกระทั่งเขาจะอายุ 26 แล้ว เป็นแบบนี้มาตลอด เงินทองแม่เอาไป
พิงค์กี้ : แม่ทำหน้าที่แม่ได้เกินร้อย ถ้าแม่มอบชีวิตได้เขาคงมอบให้เลย เขาเห็นเราเหนื่อย เขาแบ่งความเหนื่อย อยากทำแทนเรา แม่อยู่ข้างๆ เราเสมอ ทุกครั้งที่กี้ท้อ อย่างตอนไปถ่ายหนังที่อินเดีย จะถามแม่ว่า แม่กี้ทำดีหรือยัง ถ้าแม่พูดว่าดีที่สุดแล้ว แค่นี้กี้ก็ดีใจแล้ว
นี่แหละผู้หญิงที่ผ่านเรื่องราวทั้งดี-ร้ายมาอย่างมากมาย



