บันเทิง

The Future

The Future

11 ส.ค. 2554

The Future:หนังจอกว้าง โดย..ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

          ว่ากันว่าผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยาก...เป็น ‘อาร์ตตัวแม่’ เหมือนที่ราชาเดี่ยวไมโครโฟน คุณ ‘โน้ส’ อุดม แต้พานิช เคยพูดจาหยอกเอินเอาไว้ในโชว์ของเขาเมื่อหลายปีก่อน และเมื่อหันมาเมียงมองหนังของผู้กำกับหญิง หลายครั้ง หลายคน มักจะพบว่า เราแทบไม่รู้จัก คุ้นเคย หรือเชื่อมโยงงานกับตัวตนของเธอแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ หนังของเธอ เหมือนจะอธิบายความเป็นปัจเจกบางอย่างในตัวเธอ ซึ่ง มิแรนด้า จูลาย เป็นหนึ่งในนั้น
 
          “Me and You and Everyone We Know” ผลงานเรื่องแรก ‘จูลาย’ เรื่องราวของศิลปินสาว ที่มีอาชีพเสริมคือการขับแท็กซี่ และบังเอิญไปพบรักกับพนักงานขายรองเท้า ความรักของเธอเกิดขึ้นท่ามกลางผู้คนมากมาย ที่ล้วนมีพฤติกรรม และความคิดประหลาดเพี้ยน (เธอเองก็มีอะไรเพี้ยนๆ ไม่แพ้กัน - หรือทั้งหมดนั้น อาจเป็นเพียงชีวิตอีกมากมายบนโลกใบนี้ ที่ล้วนมีความแตกต่าง) แต่ผู้คนในหนังทั้งหมดต่างซื่อตรงต่อความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
 
          ...ตัวละครหลากหลาย บุคลิก ผิดแผกแตกต่างกันมากมาย พล็อตหนังดูเหมือนจะเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อย หากแต่ดำเนินเรื่องไปด้วยความเรียบง่าย ไม่หวือหวา เก็บเล็กผสมน้อย ค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูจบกลับทำให้รู้สึกอิ่มใจไม่น้อย
 
          เวลาล่วงเลยมากว่า 6 ปี ‘จูลาย’ ทำหนังเรื่องที่สอง คราวนี้แตกต่างจากเรื่องแรกตรงที่มีตัวละครไม่กี่คน พล็อตก็แสนธรรมดา อีกทั้งดำเนินเรื่องไปอย่างเรียบเรื่อย เฉื่อยเนือย (ถึงขั้นอ้อยอิ่งในบางครั้ง) หนังว่าด้วยคู่รักวัย 30 ต้นๆ ‘โซฟี’ และ ‘เจสัน’ ที่คบหากันมานานร่วม 4 ปี ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นทำอะไรใหม่ๆ ให้แก่ชีวิต ตั้งแต่เปลี่ยนงาน หาแมวมาเลี้ยง และทดลองหาประสบการณ์ทางเพศ แต่หลังจากนั้น เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวต่อไปของทั้งคู่จะจบลงอย่างไร อนาคตของทั้ง ‘โซฟี’ และ ‘เจสัน’ จะดำเนินไปแบบไหน
 
          “The Future” ไม่เพียงจบแบบปลายเปิด หากแต่รายละเอียดระหว่างที่หนังดำเนินไปยังเต็มไปด้วยความประหลาดเพี้ยน หลุดโลก เหนือจริง หลายครั้งถึงขั้นไม่ประณีประนอมกับคนดู และอีกหลายฉากหลายตอนเช่นกัน ที่แสดงให้เห็นถึงมุมมองอันแหลมคมที่มีชีวิตคู่ และเสียดเย้ยวิถีของปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป
 
          การเผยตอนจบแบบนี้ใช่ว่าจะทำให้หนังหมดสนุกนะครับ เพราะคุณอาจต้องอึ้ง ทึ่ง เหวอ กับสิ่งที่ผุดขึ้นในหนังอยู่ตลอดเวลา ความ ‘เหวอ’ ที่ว่า ไม่ใช่วิธีเล่าเรื่องหวือหวาด้วยการเล่นกับเทคนิคด้านภาพอันวูบวาบแปลกตา หากแต่เกิดจากพฤติกรรมบางอย่างของตัวละคร การอธิบายอะไรบางอย่างในเชิงอุปมาอุปไมย ที่สำคัญคำพร่ำพรรณนาเหล่านั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ หากแต่เป็นคำบอกเล่า ชี้แนะ (ให้แก่ตัวละคร) จากสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตบางประเภท
 
          เอาแค่เบาะๆ ในฉากเปิดเรื่องที่ทั้งคู่นั่งจับเจ่าบนโซฟา แค่บางคนเริ่มขยับตัวอีกฝ่ายก็เตรียมจิกหัวใช้ ก่อนที่ฝ่ายจะบอกว่าไม่ได้ลุกไปไหนแค่ยืดเส้นยืดสาย และก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งเสียงตอบกลับจนอาจนำมาซึ่งวิวาทะ พ่อหนุ่ม ‘เจสัน’ ก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อนว่า เรามา ‘หยุดอยู่นิ่งๆ กันเหอะ’ ว่าแล้วทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะ ‘ฟรีซ(Freez)’ ตัวเองไว้ (และภาพที่ปรากฎก็ดูเหมือนจะถูกเล่นด้วยโหมด ‘Still’ ไว้ด้วยเช่นกัน) ก่อนที่จะบานปลายเกิดมีปากเสียงกันต่อไป
 
          ‘แมว’ พูดได้... ‘พระจันทร์’ คอยส่งเสียงให้คำปรึกษา...เด็กสาววัยใสที่จู่ๆก็ลงไปขุดดินฝังตัวเองนอนเล่น เป็นความเพี้ยนที่ดูจะจับทางหนังได้ยากขึ้นกว่าเรื่องแรกของ มิแรนด้า จูลาย ทั้งๆ ที่องค์ประกอบแวดล้อมน้อยกว่า ตัวละครน้อยกว่า พล็อตบางเบากว่า แต่วิธีการบอกเล่าประเด็นอะไรบางอย่าง ดูจะหนักข้อกว่า
 
          หากชื่อเรื่อง “The Future” สื่อถึงอนาคตชีวิตคู่ของ ‘โซฟี’ และ ‘เจสัน’…ในโลกอนาคต อาจเป็นไปได้ที่สัตว์เลี้ยงอย่างแมวจะถูกพัฒนาการให้สื่อสารด้วยคำพูดได้ พระจันทร์จะเป็นพาหะในการส่งข้อความถึงกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และหากย้อนมามองในห้วงเวลา ณ ปัจจุบันขณะ คงเป็นการดีที่ปัญหาในชีวิตบางอย่างถูก ‘หยุดเวลา’ เอาไว้ ก่อนที่มันจะลุกลามบานปลายจนเกินควบคุมจัดการได้
 
          มิแรนด้า จูลาย ยังคงรักษาสถานะภาพ ‘ศิลปิน’ ของเธออย่างเหนียวแน่น เพราะไม่เพียงแค่เขียนบท กำกับ และแสดงนำเองแล้ว บทบาทบางอย่างในหนังเธอก็ยังไม่ยอมให้ใครมาทำหน้าที่แทน โดยเฉพาะการให้เสียงพากษ์เจ้า ‘พาว พาว’ แมวเจ้าปัญหาที่เราเองก็ไม่รู้ว่า สุดท้ายมันจะได้รับโอกาสให้อยู่กับว่าที่ ‘เจ้าของ’ ของมันหรือไม่
 
          เสียงเล็กแหลมแหบแห้ง ที่บ่งบอกถึงความอึดอัด ที่ต้องจับเจ่าอยู่แต่ในกรง ภายในสถานรับเลี้ยงประหนึ่งชีวิตที่ตกอยู่ภายใต้กรอบจำกัดของคำว่าชีวิตคู่ การลาจากงานให้บริการคำปรึกษาการใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านทางโทรศัพท์ ที่แทบไม่เคยได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเลยของ ‘เจสัน’ ครั้นเมื่อได้งานใหม่ในฐานะอาสาสมัครร่วมรณรงค์ลดโลกร้อน ที่ดูเหมือนชีวิตได้เดินออกไปสู่โลกกว้างเมื่อเขามีโอกาสพบเจอผู้คนมากมาย หรือไม่ก็อาชีพครูสอนเต้นรำของ ‘โซฟี’ ที่รู้จักขยับหาท่วงท่าใหม่ๆ หลังเห็นเพื่อนครูอัพโหลดท่าเต้นลงบนยูทูบ แล้วมีคนดูมากมาย
 
          ไม่ว่าชีวิตจะขยับตัวไปทางไหน มันอาจส่งผลต่ออนาคต ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนอยู่ดี นี่คือความท้าทายที่คนทำหนังเพศหญิงคนหนึ่งพึงบอกกับเรา และมันทำให้เราอยากค้นหาและทำความรู้จักกับเธอในหนังเรื่องต่อๆ ไปอีกเช่นกัน

ชื่อเรื่อง : The Future
ผู้เขียนบท - กำกับ : Miranda July
นักแสดง : Miranda July, Hamish Linklater, David Warshofsky
วันที่เข้าฉาย : 18 สิงหาคม
โรงภาพยนตร์ : เฮ้าส์ อาร์ซีเอ