บันเทิง

'คมชัดลึก'ชวนชม'ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช4'

'คมชัดลึก'ชวนชม'ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช4'

10 ส.ค. 2554

สร้างความประทับใจ และทำให้เลือดรักชาติสูบฉีดมาถึง 3 ภาคแล้ว คราวนี้ "ท่านมุ้ย" ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง ด้วยการทำทุ่มเทและพิถีพิถันสร้างตำนานแห่งแผ่นดินอีกครั้ง กับ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 4"

          ไม่เพียงบทภาพยนตร์ที่สืบค้นข้อมูลมาอย่างรอบด้าน การถ่ายทำและองค์ประกอบต่างๆ ก็ทุ่มทุนสร้างอย่างสมจริง ทั้งยังขนทีมนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยไว้ครบครัน ทั้งหมดก็เพื่อให้คนไทยรู้สึกรักและหวงแหนแผ่นดินเกิดผ่านตำนานที่แลกมาด้วยชีวิต
 
          และต้อนรับวันแม่ในเดือนสิงหาคม "คม ชัด ลึก" มีข่าวดีๆ มาบอกแฟนผู้อ่าน กับกิจกรรม Movie Preview ด้วยการฉายภาพยนตร์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 4" เพียงแต่ส่งคำนิยามสั้นๆ ที่คุณรู้สึกเกี่ยวกับแม่ และข้อความที่ได้รับการคัดเลือก 80 คน จะได้รับบัตรชมท่านละ 2 ที่นั่ง
 
          ตอนนี้ได้ข้อความที่ประทับใจนอนอุ่นอยู่ในมือทีมงานแล้ว ใครที่เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป สามารถมารับบัตรชมภาพยนตร์ก่อนใคร ได้ที่หน้างาน เวลา 19.00-20.00 น. วันพุธที่ 10 สิงหาคมนี้ค่ะ
 
          สำหรับผู้ที่พลาดโอกาส ลองอ่านเรื่องย่อดูก่อน แต่ขอบอกนิดว่า สนุกน้อยกว่าการได้ชมภาพยนตร์จริงแน่ค่ะ 

          พุทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรง หรือ นานเตี๊ยบาเยง ได้ขึ้นเสวยราชย์เหนือแผ่นดินพุกามประเทศสืบต่อจากพระเจ้าหงสาวดีช้างเผือก บุเรงนอง
 
          นับแต่วันที่ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ได้ทรงตั้งปณิธานว่าจะแผ่ผ่านกฤดาภินิหารมิให้เป็นรองพระราชบิดา เมื่ออยุธยาประเทศแยกตัวเป็นเอกราช พระองค์จึงจำต้องยาตราทัพไปกำราบปราบลงมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
 
          ภารกิจนี้นับเป็น “การแผ่นดิน” แต่ลึกลงไปในมโนสำนึกของนันทบุเรงนั้น ยังหมายพระทัยจะเอาชนะแต่เฉพาะ พระนเรศ ซึ่งเป็นเสมือนคู่ปรับต่างวัย ภารกิจนี้เป็น “เรื่องส่วนตัว” ที่พัวพันกลืนไปกับกิจของแผ่นดิน และเหนือสิ่งอื่นใดยังตั้งพระทัยที่จะเอาชนะใจพระสุพรรณกัลยา ผู้เป็นองค์ประกันในแผ่นดินของพระองค์เอง
 
          โดยทางหนึ่งนั้น พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงต้องรบทั้ง “ศึกนอก” ในต่างแดน ขณะที่อีกทางหนึ่งก็ต้องรับ “ศึกใน” เพื่อชนะใจพระพี่นางในพระนเรศ มิให้น้อยหน้าหรือเป็นรองพระราชบิดา ศึกนอกศึกใน-ศึกรบศึกรักนี้เข้มข้นยิ่งนัก
 
          ศึกนันทบุเรงในปีพุทธศักราช 2127 เป็นศึกใหญ่ ไพร่พลพม่ารามัญที่ยกมารวมแล้ว ไม่ต่ำกว่า 240,000 คน สมเด็จพระนเรศจึงทรงใช้พระนครศรีอยุธยาเป็นชัยภูมิรับศึก ด้วยทรงเห็นว่าเป็นต่อด้านที่ตั้ง และเมื่อทัพข้าศึกเข้าเหยียบชานพระนครก็ทรงใช้ยุทธวิธีตั้งรับในเชิงรุก ผสานกลศึกการรบที่แหวกจารีตของพระองค์ในหลายคราว ไม่ว่าจะเป็นการนำทัพเรือนหมื่นคาบพระแสงดาบขึ้นหักค่ายพม่า หรือเมื่อต้องสัประยุทธ์กับคู่ปรับเก่า “ลักไวทำมู” ผู้มีเพลงรบเป็นเลิศ
 
          โดยฝ่ายพม่าใช้กลพยุหะ “ฉนาง” ที่แฝงความพลิกแพลงอัศจรรย์ด้วยการประสานกำลังทหารดาบดั้งและหอกใหญ่เป็น พิชัยยุทธ เพื่อล้มทัพม้าและล้อมจับพระนเรศ
 
          แต่แล้วราชันพม่าก็พ่ายศึกพระนเรศย่อยยับ ความปราชัยในครั้งนั้นได้โหมไฟแค้นของ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงเป็นเท่าทวี เมื่อมิอาจระบายโทสะกับผู้ใดในแผ่นดินอยุธยาได้ พระองค์ก็หันมาชำระแค้นกับพระสุพรรณกัลยาองค์เชลย บำบัดอารมณ์รักที่ไม่สมหวังและอารมณ์แค้นที่คุกรุ่นลงในคราวเดียว
 
          ท้ายที่สุด พระเจ้านันทบุเรงก็ทรงมีบัญชาให้พระมหาอุปราชา-ยุพราชแห่งหงสาวดียกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาเป็นการล้างแค้นในปีพุทธศักราช 2135 สงครามในครั้งนั้นเป็นที่รู้จักกันในนาม “สงครามยุทธหัตถี”
 
          การที่พระเจ้านันทบุเรงมิได้ทรงยกทัพไปกระทำการด้วยพระองค์เอง ก็ด้วยทรงบาดเจ็บสาหัสในศึกครั้งก่อนและพระอาการก็มิได้ทุเลาพอจะให้ออกทำศึกได้ ครั้งนั้น พระมหาอุปราชา ทรงนำทัพใหญ่ยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เพื่อเปิดศึกใหญ่กับอยุธยา
 
          ภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภาคอวสาน ไม่ได้อวสานที่การสิ้นพระชนม์ของพระมหาอุปราชากลางสมรภูมิศึกยุทธหัตถี ด้วยพระเจ้านันทบุเรงผู้กระหายสงครามยังมิทรงลดทิฐิที่จะหักเอาแผ่นดินอยุธยา ทั้งยังฝากรอยแค้นซ้ำสองด้วยการปลิดชีวิตพระสุพรรณกัลยา หลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรส
 
          ศึกสองแผ่นดินจึงพลิกมาเป็นศึกสองกษัตริย์ที่รบเพื่อรักษาเอกราชระคนไปกับการรบเพื่อชำระแค้น สงครามหลังศึกยุทธหัตถีจึงเป็นทั้งสงครามเลือดและสงครามอารมณ์ที่เผ็ดร้อนกว่าทุกสงครามที่ขับเคี่ยวกันมา

ชื่ออังกฤษ King Naresuan 4
ชื่อไทย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 4
ประเภทหนัง Epic/History
วันที่เข้าฉาย 11 August 2011