
ภายถ่าย ลายมือ
ภายถ่าย ลายมือ:คมเคียมคมปากกา โดย..ไพวรินทร์ ขาวงาม
เขียนต้นฉบับวันพุธที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๙
วันที่ครึ้มอกครึ้มใจ ยังคิดถึงเพลง “หนาวลมที่เรณู” น้ำเสียงของ ศรคีรี ศรีประจวบ ประพันธ์โดย ครูสุรินทร์ ภาคศิริ พอดีมีหนังสือเล่มหนึ่ง “เบื้องหลังเพลงดัง สุรินทร์ ภาคศิริ” จึงหยิบมาพลิกอ่านดูอีกครั้ง พบเพลงดังทุกเพลงของครูสุรินทร์นั้น มีต้นฉบับลายมือระบุวันเดือนปีไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น “วอนลมฝากรัก” “บ้องกัญชา” “สุราอันว่าเหล้า” “ผ้าขาวม้า” อ.ส. รอรัก” “ลำกล่อมทุ่ง” “ทุ่งกุลาร้องไห้”
สำหรับ “หนาวลมที่เรณู” ที่เราอาจเรียกเพลง “เรณูนคร” หรือเพลง “ดูดอุร้อยไห” นั้น ระบุวันเดือนปีไว้ว่า 20/9/13 เป็นเพลงที่มีอายุมากกว่า ๔๐ ปีแล้ว แต่ฟังครั้งคราใดเหมือนยังมีมนต์ขลังไม่คลาย ตอนปี ๒๕๑๓ ผมเป็นเด็กอายุสัก ๑๐ ขวบเอง มาฟังตอนตัวเองอายุครึ่งศตวรรษ หรือ ๕๐ ปี ก็ยังมีอารมณ์สุนทรีย์ คิดถึงดินแดนที่นามเมืองไพเราะ และร่ำลือกันว่ามีวัฒนธรรมประเพณีที่น่าประทับใจ
ข้างๆ เพลง “หนาวลมที่เรณู” ในหนังสือเล่มนี้ ยังมีภาพถ่ายของครูสุรินทร์ในวัยหนุ่มน้อย หล่อแบบพระเอกเกาหลี หรือญี่ปุ่นเลยทีเดียว ครูสุรินทร์เล่าไว้แบบข้างหลังภาพว่า
“บ้านผมที่ต่างจังหวัดเป็นร้านขายอาหารจีน มีเซลล์แมนนำเสื้อสเวตเตอร์กันหนาวทำด้วยขนแกะจากต่างประเทศมาขายให้ แรกๆ พวกพี่ๆ ของผมผลัดกันเอาไปใส่ สุดท้ายก็ยกให้ผมครอบครองคนเดียว เจ้าของร้านถ่ายรูปชาวเวียดนามชื่อ “องถ่อ” ตามที่เล่าไว้แต่ต้น ก็ชวนให้ผมใส่เสื้อขนแกะตัวแรกและตัวเดียวของอำเภอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก และนี่แหละฝีมือการถ่ายภาพของ “องถ่อ” เขาละ...”
ผมเห็น “ภาพถ่าย ลายมือ” ของครูสุรินทร์แล้ว เกิดแรงบันดาลใจ อยากเขียนบันทึก อยากเขียนเบื้องหลังภาพถ่าย แบบที่ครูสุรินทร์ทำ หรือแบบที่ตัวเองทำเมื่อหลายสิบปีก่อน เมื่อเริ่มเขียนหนังสือใหม่ๆ ผมเขียนบันทึกแทบทุกวัน เขียนนานาสารพัน ทั้งเรื่องไร้สาระ เรื่องสุขสันต์สำราญ เรื่องโศกศัลย์รันทด เขียนบทกวี เขียนร่างๆ ที่พยายามจะให้เป็นบทเพลง ครั้นค้นดูภาพถ่ายเก่าๆ นั้นเล่า ข้างหลังภาพถ่ายก็เต็มไปด้วยลายมือ อย่างภาพถ่ายหมู่สมัยเรียนก็จะเขียนชื่อบุคคลในภาพไว้หมด วันเดือนปี สถานที่ ชั้นเรียน แม้แต่ภาพเพื่อนที่เขามอบให้มาก็จะมีคำประมาณ “แด่เพื่อน...ไว้รำลึกถึงมิตรภาพ”
ครับ คิดถึงเสน่ห์อันเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนหนังสือ พลอยนึกถึงลายมือในหนังสือของนักปราชญ์คนสำคัญอย่าง พุทธทาสภิกขุ, คึกฤทธิ์ ปราโมช, กุหลาบ สายประดิษฐ์ ฯลฯ โดยเฉพาะท่านพุทธทาสนั้น มีหนังสืออนุทินหลายเล่ม ที่นำมาจากสมุดบันทึกในวัยหนุ่มของท่าน จะเห็นต้นร่างที่ท่านคิด ศึกษา พูด ปฏิบัติ ได้อ่านแล้ว ดูลายมือแล้ว เห็นความเพียรอันยิ่งใหญ่มั่นคงของท่าน อย่างเล่ม “บันทึก นึกได้เอง” ท่านลิขิตข้อธรรมตั้งแต่ก่อนกึ่งพุทธกาล “ว่าด้วย ชีวิต สังคม การเมือง สันติภาพ และ หลักติดสำคัญๆ” แม้อ่านวันนี้ก็ยังทันสมัย ท่านวิจารณ์โลก ผู้คน หรือกระทั่งการเมือง ไว้อย่างชัดแจ้ง
แต่ก็นั่นแหละ กลับมาที่เรื่องลายมือบทเพลงของครูสุรินทร์ คนที่พอร่วมสมัยกัน ได้สื่อสารกันบ้างตามสมควร พอเห็นลายมือท่านในบทเพลง ผมรู้สึกดี ขณะเดียวกันก็ใจหายที่ลายมือบทกวีของตัวเองแทบจะหาไม่เจอ เห็นแต่ร่องรอยการพิมพ์ดีด การปริ๊นท์ และบทกวีที่เข้าไปอยู่ในไฟล์คอมพิวเตอร์
ใช่แล้ว...โลกเปลี่ยนไป...ยังผลให้ผมเปลี่ยนไปมากด้วยไม่น้อย ยี่สิบปีก่อนเขียนบันทึกทุกวันด้วยลายมือ วันนี้เคาะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ทุกวัน แต่เอาล่ะ...เมื่อได้รับแรงบันดาลใจเช่นนี้แล้ว แถมยังมีคนชมลายมือผมสวย (ฮา...) ก็อยากฮึดกลับมาบันทึกอะไรๆ ด้วยลายมืออีกครั้ง (ขอแบ่งเวลาจากคีย์บอร์ดบ้าง)
ศุกร์หน้า จะขอเล่าเรื่องนี้ต่อสักน้อย นะครับ!



