
นอนเชียงคานฝันถึงท่าลี่
นอนเชียงคานฝันถึงท่าลี่:ศิลป์แห่งแผ่นดิน:ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเชียงคาน เมื่อ 25 ปีที่แล้วเลือนรางไป นั่นคือการไปเยือนเชียงคานครั้งแรก ครั้งที่ 2 ไปกับเจ้าภาพ “ครูสังคม ทองมี” ท่านพี่ของผมอำนวยความสะดวก ส่งข้ามไปเดินเล่นฝั่งลาว
นั่นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ลืมเชียงคาน (เมืองเล็กๆ ริมโขง อันแสนสวย ที่มีแก่งคุดคู้ เป็นจุดสนใจ) ไปเลย
จนเมื่อ 3-4 ปีมานี้ ชื่อเสียงของเชียงคานก็โด่งดัง เป็นที่กล่าวขานระดับเดียวกับ “ปาย” ดูได้จากหนังสือที่เขียนถึงเชียงคาน บนชั้นหนังสือท่องเที่ยว มีมากมายไม่ต่ำกว่า 10 ปก เรียกว่ายกชั้นให้อยู่ทั้งชั้น
แถบภาคกลางนั้น “ตลาดร้อยปีสามชุก” ครองแชมป์มาครึ่งทศวรรษ ตอนนี้มีอีกหลายตลาดร้อยปีทยอยเกิด
ผมไปเชียงคานครั้งล่าสุด เมื่อช่วงเทศกาลเข้าพรรษา อาสาฬหบูชา นี่เองครับ ขับรถไปทางเพชรบูรณ์ หล่มสัก หล่มเก่า เข้าด่านซ้าย ภูเรือ เฉียงไปท่าลี่ แล้วเลาะแม่น้ำเหืองเช้าเชียงคาน
ตลาดริมโขงเชียงคาน มีวัดท่าคกอยู่ทางใต้ มีวัดศรีคุนเมืองอยู่ทางเหนือ (หมายถึงใต้น้ำ - เหนือน้ำนะครับ) ห้องแถวไม้เก่าได้เก่าดี แบบแข่งกันเก่า ที่เก่าอยู่แล้วก็รื้อแต่งใหม่ให้ดูเก่าและเก๋า แต่ละร้าน แต่ละห้องต่างหา “มุก” มาประชัน เจ้าไหนทำสำเร็จดูได้จากหนังสือท่องเที่ยวทั้งหลาย มุมไหน ร้านไหน โดนถ่ายมากที่สุดก็นั่นแหละ ฝาเฟี้ยมสวยๆ บานประตูงามๆ จักรยานเก่าๆ มอเตอร์ไซค์เท่ๆ รถยนต์โบราณ กระทั่งโต๊ะเก้าอี้ แม้แต่ป้ายชื่อร้านก็แข่งขันประชันความงาม ความเก่า ความเก๋
แค่เดินอ่านชื่อร้านก็สนุกแล้วครับ มี “เชียงคาน” แล้วยังมี “ชานเคียง” (แน่ะเล่นคำผวน) มี “เลยคาน” “บรรเจิดเลย” “รักเลย” “เลยวัย” “เร่มาเลย” “จำเลยรัก” “จำไว้เลย” “เจอเลย” “ใช่เลย” และสารพัดคาน สารพันเลย
มีบ้างเหมือนกันที่ฉีก หรือแหกไปเลย ที่ผมชอบจังเลย คือร้าน “สองผัวเมีย” ครับ ถ้าถามว่าไปเชียงคานไปทำอะไร เมื่อมาถึงก็ตอบได้ว่า มาเดินดูของ และดูคน ที่เดินสวนกันไปสวนกันมา หน้าตาคุ้นๆ ทั้งนั้น ทักทายกัน เอ้าแกก็มา ข้าก็มา ผมเดินอยู่ 2-3 ชั่วโมง ได้ทัก และถูกทักนับสิบหน มีทั้งพวกที่มาเที่ยว ที่บังเอิญมาจ๊ะเอ๋กัน ที่น่าประหลาดใจ คือ คนขายของ ทั้งที่ตั้งแผง เปิดห้อง, ร้าน ร้องทักทายผมว่า อ้าวมายังไงล่ะพี่.. ผมก็ตอบว่า ก็มาเที่ยวล่ะซีถามได้ แล้วนายล่ะ, เธอล่ะ, น้องล่ะ, เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเป็นคนเชียงคาน
ผมเลียบๆ เคียงๆ ถามคนเชียงคานแท้ๆ ก็พอประมาณการได้ว่า น่าจะมีคนที่อื่นมาเช่า, มาเซ้ง, มาซื้อห้อง, บ้าน เปิดกิจการ ร้าน “คานๆ เลยๆ” อยู่สัก 30 เปอร์เซ็นต์
มาเที่ยวเชียงคาน จากนครสวรรค์ ประมาณ 400 กม. ก็นับว่าคุ้มค่า น่าประทับใจ ได้กระทบไหล่ผู้คน ได้เดินชนคนโน้นคนนี้ ไม่รู้จักกันก็คุยกันจ้อ เดินดูของเหนือจดใต้ ร้านไหนร้านไหนก็ไม่แตกต่าง โดยเฉพาะเสื้อยืดประเภท “ขึ้นคาน” “ลงคาน” “เลยคาน” “ช่วยสอยหนูลงจากคานที” เดินไปเดินมา เหมือนหลงเข้าไปในฉากภาพยนตร์ที่จัดสร้างไว้อย่างดี บางอารมณ์เผลอว่าตนเองเป็นดารา
เดินตลาดเชียงคานต้องตอนเย็นๆ ต่อค่ำนะครับ .. ผมพาลูกชายเดินชมเชียงคานจน 3 ทุ่มครึ่ง เรานอนที่เชียงคาน แต่ผมกลับหลับฝันถึงท่าลี่เสียได้



