
ความยากจน
ความยากจน:เล่นหูเล่นตา:เจนิเฟอร์ คิ้ม
ระหว่างความจนกับความตาย … คุณกลัวอะไร?
ฉันคงชิงตอบตั้งแต่ยังไม่จบคำถามว่า … กลัวความจน! สำหรับฉันความตายหมายถึงการสิ้นสุดของชีวิต การละทิ้งสังขาร และบางครั้งหมายรวมถึงการละทิ้งปัญหาไว้ข้างหลัง ชีวิตจบลงแต่ปัญหาไม่จบตาม กระนั้นผู้คนไม่น้อยก็ยังคงเลือกความตายเป็นทางออกแล้วทิ้งปัญหาไว้ให้คนข้างหลังแก้
ในบางสถานการณ์ความยากจนเป็นยิ่งกว่าความตายเพราะมันคือการตายทั้งเป็น ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ความอดอยาก แร้นแค้นอย่างจำทน ยอมจำนนกับโชคชะตาที่โหดร้าย กดดันและบีบคั้นให้ความอดทนของคนพุ่งไปถึงขีดสุด เมื่อนั้นไม่ใครก็ใครต้องยอมเสียอะไรไปเพื่อบรรเทาความยากจนที่ผจญอยู่ทุกวันอย่างไม่มีทางเลือก …
กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในย่านชุมชนหรือที่เรียกกันว่าสลัม ผู้ชาย 8 คนใน 10 คนยอมแลกไตของตัวเองข้างหนึ่งกับเงินเพียงไม่กี่หมื่นอย่างผิดกฎหมายให้แก่ผู้ป่วยที่รอรับบริจาคไตซึ่งมีเงินพอจะจ่ายเพื่อให้ตัวเองกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติในราคาที่จ่ายให้แก่นายหน้าค่าไตราว 7 แสนบาท คนยากจนส่วนใหญ่ที่ยอมทำเช่นนี้ก็เพื่อหวังจะนำเงินมาตั้งตัวหรือเลี้ยงครอบครัว บางคนก็ออกรถมอเตอร์ไซค์เพื่อใช้รับจ้าง หรือเอาไปเป็นต้นทุนทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ และนั่นคือส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่เงินเหล่านั้นก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว คนที่เหลือไตข้างเดียวก็จะต้องกลับไปทำงานอย่างเดิม แต่หนักเท่าเดิมไม่ได้อีกแล้ว ปกติก็จนอยู่แล้ว แต่ทำงานหาเงินไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ชีวิตก็แย่ลงและนั่นคงคล้ายกับการตายทั้งเป็น
ในชนบทของประเทศจีนโรงเรียนแห่งหนึ่งมีนักเรียนยากจนจำนวน 1,000 คน ต่อครูอาสาจากเซี่ยงไฮ้ 12 คน หอพักเล็กๆ หนึ่งห้องมีนักเรียน 20 คนนอนอยู่รวมกัน ไฟฟ้ามีพอใช้แค่ให้แสงสว่าง หน้าหนาวที่ติดลบ 15-20 องศา นักเรียนทุกคนต้องทรมานกับความหนาวแต่ก็ยังคงตั้งอกตั้งใจท่องหนังสือจนดึกดื่นโดยหวังว่าจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ในกรุงปักกิ่งเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ในแต่ละปีมีนักเรียนที่ไปถึงตรงนั้นแค่ 10 กว่าคน เด็กวัยรุ่นบางคนต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาและเสียสละให้พี่ได้เรียนต่อสูงๆ เพราะที่บ้านส่งลูกเรียนพร้อมกัน 2 คนไม่ไหว
“พี่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจะทำงานเอง พี่ตั้งใจเรียนแล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้นะ จะได้รับราชการมีสวัสดิการดีๆ …” น้องชายบอกกับพี่สาวซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย
น้องชายต้องออกไปหางานทำในปักกิ่งเพื่อหาเงินส่งพี่และแม่ที่กระดูกเชิงกรานหักเดินไม่ได้มาหลายปีแล้ว ความเสียสละของเขายังคงถูกโชคชะตาทดสอบอย่างไม่ออมมือเมื่อเขาหางานทำที่ปักกิ่งไม่ได้และต้องไปทำงานในเหมืองซึ่งอันตรายและเต็มไปด้วยแก๊สพิษในที่สุด …
โรงพยาบาล “ถงเหริน” ในกรุงปักกิ่งซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่รัฐให้เงินสนับสนุนเพียง 5% มีผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจากกรุงปักกิ่งเข้ามารอรับการรักษาพยาบาลมากถึงวันละหลายพันคน โดยมารอรับบัตรคิวตั้งแต่ตี 2 ตี 3 … ที่นี่ต้องจ่ายเงินสดก่อนรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน ค่าตรวจ ค่าผ่าตัด ค่ารักษา และค่ายา เนื่องจากรัฐบาลได้ยกเลิกการรักษาฟรีมาหลายปีแล้ว ประชาชนจึงต้องช่วยเหลือตัวเองตามยถากรรม บางคนไม่มีเงินมาหาหมอก็อาศัยซื้อยาตามร้านขายยาเพื่อชะลอเวลา … คุณยายคนหนึ่งเป็นโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ลูกๆ ใช้เงินที่มีอยู่ทั้งหมดรักษาจนไม่เหลืออะไร ทุกวันนี้คุณยายยังมีลมหายใจอยู่เพราะถุงน้ำเกลือที่แขวนกับขื่อ 2 ขวดกับยาที่ซื้อตามร้านขายยามาต่อชีวิต
สามีภรรยาคู่หนึ่งพาลูกชายวัย 7 ขวบ มารักษาตาข้างขวาที่เป็นต้อ ส่วนข้างซ้ายบอดสนิทเพราะมารักษาช้าเกินไป เขาใช้เงินรายได้เกือบทั้งเดือนในการจ่ายเฉพาะค่าตรวจ ยังไม่รวมค่าผ่าตัดตาที่ต้องไปหยิบยืมจากพ่อตาแม่ยายที่ยากจนไม่แพ้กัน … อีกฟากหนึ่งเป็นตึกใหม่ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลถงเหรินได้ซื้อโรงแรม 3 ดาวซึ่งอยู่ติดกันมาดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลเอกชนเพื่อรองรับลูกค้าระดับผู้บริหารและเจ้าของบริษัทที่ยอมจ่ายค่ารักษาบริการแพงกว่าถึง 20 เท่า
“ผมว่าไม่แพงเกินไป มันคุ้มที่ไม่ต้องเสียเวลารอ” เจ้าของกิจการท่าทางภูมิฐานพาลูกชายมาตรวจร่างกายโดยมีหมอผู้อำนวยการเป็นผู้ตรวจรักษาด้วยตนเอง เด็กผู้หญิงวัยรุ่นยืนดื่มน้ำแร่อยู่ข้างแม่ที่ถือกระเป๋าหลุยส์วิตตองร่วมฟังอาการของน้องชาย … ความแตกต่างที่ห่างกันแค่ช่วงตึก ความจนกับความรวยที่มีช่องว่างเป็นกำลังซื้อที่สูงกว่า … รวยแปลว่าอภิสิทธิ์ (ที่ไม่ใช่นายกฯ) และความจนแปลว่าไม่มีสิทธิ์ (เลือก)
การนั่งดูสารคดีทางช่องไทยพีบีเอส ตอนมรสุมแดนมังกร ทำให้ฉันได้ตระหนักกับความเหลื่อมล้ำของผู้คนโดยมีเงินเป็นตัววัด ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าความยากจนและไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการคอรัปชั่น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม? คนจนยังคงจนอยู่และจนลงไปเรื่อยๆ การจัดตั้งคณะผู้ดูแลบริหารบ้านเมืองทำให้เกิดความหวังที่ทุกคน (แอบ) หวังว่า “พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้” ถ้าแต่ละคนที่เข้าไปบริหารได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนถูกเลือก แต่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา (มาชาติกว่าๆ แล้ว) ความหวังอาจเป็นได้แค่ความเพ้อฝัน ถ้าเพียงแค่พูดจริงแต่ไม่ทำจริง และถ้าความจนเปรียบได้กับคนที่กำลังจะเป็นลม ผู้บริหารบางคนที่ทำไม่ได้จริงอย่างที่คุยไว้ อาจเป็นได้แค่ยาหอมหมดอายุที่ไม่ได้ช่วยให้ความยากจนหมดไป
นั่นเป็นปัญหาในระดับประเทศที่ผู้บริหารประเทศต้องใส่ใจและแก้ไข แต่ในส่วนของประชาชนคนธรรมดา การแบ่งปันจะช่วยบรรเทาความยากจนลงได้ ในเบื้องต้นเมื่อเรารู้จักให้ ไม่ว่าจะเป็นทุนในการศึกษา การสร้างโรงพยาบาล การให้ความช่วยเหลือตามสถานการณ์และภัยพิบัติต่างๆ ในโลกที่มีคนใจดีอยู่ไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ความยากจนไม่โหดร้ายหรือน่ากลัวจนเกินไป
สุดท้าย ความจนกับความตาย มันน่ากลัวพอกันตรงที่บางคนตายไปพร้อมกับความจน และเกิดขึ้นมาใหม่พร้อมกับความจนเป็นวัฏจักรวนเวียนต่อไปไม่สิ้นสุด ตราบใดที่การคอรัปชั่นยังคงมีอยู่ไม่สิ้นสุดเช่นกัน …



