'ติ๊ก-เจษฎาภรณ์'ขอโทษกรณี'ภูคิ้ง'
เปิดใจ 'ติ๊ก-เจษฎาภรณ์' ขอโทษ-ยอมรับผิด กรณี 'ภูคิ้ง' ระบุ ติดต่อเพื่อยืนยันการขออนุญาตไม่ได้ ยัน เจตนาดี-เพื่อการอนุรักษ์
นายเจษฎาภรณ์ ผลดี หรือ ติ๊ก พระเอกหนุ่มชื่อดัง ได้ให้สัมภาษณ์กับ 'คมชัดลึก' ทางโทรศัพท์ ชี้แจงในเรื่องที่กรมอุทยานฯ แจ้งความดำเนินคดี ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ลักลอบเข้าป่าเขตหวงห้ามบน "ภูคิ้ง" โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อถ่ายรายการ "เนวิเกเตอร์"
"เรียนให้ทราบว่า ผมเองได้ทำเรื่องขออนุญาต ในการเข้าไปถ่ายทำกับทางดร.กาญจนา นิตยะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวไปแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาได้มีการส่งสคริปต์ของรายการไปให้ทางสถานที่ ที่เราขอไปถ่ายทำรายการมาตลอด ซึ่งผมเองขอไว้ 3 ที่ มีที่ป่าครุ ทุ่งสมิง และ ภูคิ้ง"
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกกับทางรายการว่า ดร. กาญจนาปฏิเสธที่จะให้เข้าไปถ่าย เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จึงให้ทางทีมงานติดต่อกลับไปหาเจ้าหน้าที่คนอื่น ให้ช่วยพูด แต่ยังได้รับการปฏิเสธ ซึ่งโดยปกติแล้ว ตั้น เป็นคนที่ติดต่อประสานงานต่างๆ ก็เลยบอก ตั้น ว่า เดี๋ยวจะขอพุดกับดร.กาญจนาด้วยตัวเอง เพราะผมอยากอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วภูคิ้งเป็นพื้นที่เป็นพื้นที่น่าอนุรักษ์ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถติดต่อท่านได้
"แล้วมันเหลือเวลาอีกแค่ 2 วันที่เราจะถ่ายได้ ผมจึงปรึกษาเพื่อน ๆ นักเดินป่าว่า จะทำไงดี ให้ผมเข้าไปถ่ายทำได้เพื่อหาจุดชมวิวสวย ๆ ในการพูดปิดรายการ และได้รับคำแนะนำว่า ให้เดินป่าไปอีกทาง โดยที่ไม่ต้องผ่านภูคิ้ง เอาง่าย ๆ ถ้าภูคิ้งอยู่ซ้าย ผมก็ไปทางขวา เพื่อให้เราหาจุดชมวิวที่จะถ่ายทำได้"
พระเอกหนุ่ม ได้อธิบายถึงการเริ่มต้นปัญหาว่า มาจากตอนท้ายของรายการ "เนวิกเกอร์" ในวันจันทร์ที่ 18 ก.ค ที่ผ่านมา ในการออกอากาศพูดถึงโป้งฮาย แล้วได้มีตัวอย่างตอนต่อไปในวันที่ 12 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีเกี่ยวกับภูคิ้งเข้ามาด้วย เลยทำให้เกิดเป็นเรื่อง
"แจ๊คพ็อตแตก เพราะตัวอย่างตอนต่อไป ที่จะฉายในวันที่ 12 ส.ค.นี้ จากนั้น มีจดหมายส่งมาทางช่อง 3 ให้ระงับการออกอากาศในวันที่12 ส.ค. ผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแค่เสนอเส้นทางการเดินป่า ความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนที่เราควรอนุรักษ์เอาไว้ อีกอย่างผมเองก็เข้าใจว่าสถานที่แห่งนั้นไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่ผ่านมาตลอดการทำงาน 7 ปี เรื่องนี้มันอยู่ในสายเลือด ผมยึดถือมาตลอด"
เขายกตัวอย่างเช่นในพื้นที่เปราะบางทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ได้ย้ำว่า การเข้ามาต้องมีการขออนุญาตให้ถูกต้องก่อน ซึ่งเมื่อเรื่องเกิดขึ้น เขาเองตัดสินใจนำตัวอย่างของวันที่ 12 ส.ค.ที่จะถึงนี้ไปให้ผู้ใหญ่ท่านต่าง ๆ ได้ชม และทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นประโยชน์ต่อทางเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ จึงมีจดหมายส่งมาทางช่อง 3 ว่าให้ออกอากาศได้ แต่เพียงแค่ขอให้มีการทำตัววิ่งว่า ภูคิ้งไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว และไม่มีนโยายส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นเขตอนุรักษ์ ระหว่างการออกอากาศ
"ทางเรายินดีทำตามคำแนะนำ ต้องบอกว่า ผมเองยินดีอย่างมาก หากเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบความเรียบร้อยในเรื่องที่เสนอมา จดหมายที่ผมได้รับให้ออกอากาศ ทางเจ้าหน้าส่งมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และมีลายเซ็นต์ของผู้ใหญ่หลายท่านกำกับ ผมก็คงขอยืดตัวนั้นเป็นหลัก"
ทั้งนี้ นายเจษฎาภรณ์ ยอมรับว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เกิดอาการท้อบ้าง แต่ก็ยังดีใจที่ยังได้รับกำลังใจจากหลาย ๆ ส่วน โดยพระเอกหนุ่มยังแอบหวังว่า จะได้ชี้แจ้งเจตนารมย์ของตนเองและรายการ "เนวิเกเตอร์" ให้กับทาง ดร.กาญจนา ได้เข้าใจ
"กับทางช่อง 3 ผู้ใหญ่ทางช่องไม่ได้เรียกเข้าไปคุยอะไร ทุกอย่างยังปกติอยู่ และแน่นอนว่าทางช่อง 3ได้รับจดหมายอนุญาตให้ออกอากาศในวันที่ 12 ส.คเช่นกัน ผมยังคงยืนยันในเจตนารมณ์การทำงานของเราว่า ต้องการอนุรักษ์สัตว์ป่า และพันธ์พืชมาตลอด"
ก่อนหน้านี้ พระเอกหนุ่มชื่อดัง ยังได้โพสต์ข้อความบันทึกเป็นจดหมาย ลงท้ายด้วยลายเซ็นต์ เจษฎาภรณ์ ผลดี ชี้แจงเรื่องราวดังกล่าว เผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ต โดยมีข้อความระบุว่า
"กระผมต้องขอแสดงความเสียใจ ที่เป็นส่วนทำให้เกิดข้อพิพาท ข้อสงสัยมากมาย และถึงแม้ว่าการกระทำของผมจะเกิดจากเจตนาอันดีแค่ไหน ถึงจะมีคำอธิบายและข้อเท็จจริงต่างๆ (ซึ่งยากมากที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจ) แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมอยากให้ข้อโต้แย้งทั้งหมดจบลงด้วยดีครับ
ผมเข้าใจและเคารพเหตุผลของทุกๆ ฝ่ายครับ เพราะว่าเราท่านก็ทำหน้าที่ของตนเอง เราต่างก็เป็นคนไทยเหมือนกัน เราต่างก็เป็นนักอนุรักษ์เหมือนกัน ผมจึงอยากจะขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอบคุณมากสำหรับทุกแรงสนับสนุนและกำลังใจ ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดต่อไปครับ ขอบคุณและขอโทษจากใจจริงครับ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้ พระเอกคนดัง ได้กลับมาจากทำงานที่ต่างจังหวัด และพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักส่วนตัวที่กรุงเทพฯ แล้ว



