
มองผ่านเลนส์คม:นักข่าวทุเรียน
มองผ่านเลนส์คม:นักข่าวทุเรียน
วันก่อนไปพูดให้น้องๆ โรงเรียนพาณิชย์สงเคราะห์ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ฟังเรื่องการทำข่าว
แม้จะเป็นเด็กประถมปลาย แต่ดูความกระตือรือร้นแล้ว ต้องบอกว่าใส่ใจมากกว่าระดับมหาวิทยาลัยบางแห่งซะอีก
เรื่องที่บอกเล่า แน่นอนว่ามาจากประสบการณ์การทำงานล้วนๆ เป็นตัวอย่างที่ได้ลงไม้ลงมือมาจริงๆ
บางเรื่องเกี่ยวกับการเมือง สังคม บันเทิง ชีวิตผู้คน
แม้จะดูว่าน้องๆ สนใจข่าวบันเทิง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว และง่ายในการเสพ ทว่าเมื่อคุยถึงเรื่องอาชญากรรม ที่ชูเรื่องของชีวิตคนธรรมดาๆ ที่ถูกกระทำขึ้นมา น้องๆ ก็ตั้งใจฟัง
"สาวพม่าใจยักษ์ฆ่าลูกตัวเอง แล้วใช้มีดเชือดคอตัวเองหวังปลิดชีพตายตาม" นี่คือต้นข่าว เมื่อกว่า 10 ปีก่อน
แล้วไง เราได้ตัดสินผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว
"ข่าวจบแค่นั้นหรือ"...ดิฉันส่งคำถามดึงเด็กออกจากภวังค์
ดิฉันเล่าต่อว่า ได้เดินทางไปหาผู้หญิงคนนี้ที่โรงพยาบาล ตอนนั้นเธอยังพูดคุยไม่มากนัก เพราะเจ็บแผลที่คอ และน้ำตาไหลไม่หยุด แต่จับความได้ว่า คิดถึงลูก...ลูกที่เธอเอามีดปอกผลไม้แทงจนสิ้นใจ
วันหลังดิฉันตามเธอไปที่บ้าน ในย่านชุมชนคลองเตย
บ้านเช่าเป็นไม้โย้เย้ เธอนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว คราวนี้เธอยอมเปิดปากเล่าเรื่องราวในชีวิต
เด็กสาวเดินทางมาจากพม่าด้วยความยากลำบาก หวังจะทำงานหาเงินให้ครอบครัวสุขสบาย
จนเมื่อมาถึงจริงๆ ถึงรู้ว่าถูกหลอกมาขายตัว นานทีเดียวถึงถูกปลดระวางให้มาเป็นคนล้างจานตามร้านอาหาร น่าสะเทือนใจตรงที่ว่า ไปที่ไหนเธอจะถูกนายจ้างขืนใจทุกที่ไป
สุดท้ายเธอมาอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่นี่เธอได้พบกับผู้ชายคนที่หวังจะฝากผีฝากไข้ได้
ชายขับรถสิบล้อ ขอเธอไปอยู่ด้วย บอกจะเลี้ยงดู แรกๆ ก็หวาน แต่นานไปฝ่ายชายเหนื่อยนักก็กินเหล้า มีทะเลาะกันบ้าง กระทั่งเธอตั้งท้อง
วันที่เธอไปฝากท้องถึงได้รู้ว่าเธอมีเชื่อ "เอชไอวี"
เหมือนโลกที่เพิ่งเริ่มจะสดใสดับวูบ เธอหันหน้าคุยกับสามี ก็เอาแต่เมา พูดผิดหูก็ซ้อม ไม่รู้จะหันหน้าพึ่งใคร ท้ายที่สุดเธอจมอยู่กับความคิดอยู่คนเดียว
เธอไม่อยากให้ลูกออกมาเป็นเด็กเอดส์ แล้วจะทำยังไง คิดถึงพ่อแม่และน้องๆ ก็ไปหาไม่ได้
เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ขณะที่ท้องก็โตขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งลูกน้อยคลอดออกมา ตลอดเวลาที่ให้นมหรือมองหน้าลูก เหมือนมีเงาดำพาดผ่าน ลูกจะเป็นยังไง ถ้าเติบโตขึ้นแล้วสังคมไม่ต้องการ จะทุกข์ทรมานเหมือนกับเธอหรือไม่
นั่นเองที่ทำให้เธอตัดสินใจไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ และเอาลูกไปด้วย...
ดิฉันทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เห็นเด็กๆ ที่ฟังนั่งซึม คิดว่าอย่างน้อยพวกเขาจะได้เปิดใจกว้างกับเรื่องราวในสังคมมากขึ้น
หันมาถามความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของนักข่าวบ้าง
คุณสมบัติของนักข่าวที่ดี น้องๆ ตอบมาถูกทุกข้อ แต่ข่าวบันเทิงที่มองว่าขาดความลึก หรือมิติของข่าว ทำไมเราไม่ค่อยได้เห็น
มีแต่ข่าวเธอรักฉัน ฉันรักเธอ เฮโลกันไป ขาดการสืบสวนสอบสวน หรือวิเคราะห์เจาะลึก ทำให้คนที่ไม่ชอบข่าวประเภทนี้มองได้ว่ามีแต่ข่าวขยะ
เทียบกับวงการข่าวเมื่อก่อนมันเหมือนทุเรียนทั้งลูก แต่เดี๋ยวนี้เป็นแค่เปลือก
บอกน้องๆ ไปว่า ถ้าอยากทำข่าวให้ดีต้องยอมเหนื่อยหน่อย เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราจะได้เนื้อทุเรียนที่หอมหวาน และมีคุณค่า
บอกง่ายๆ อย่างนี้ คิดว่าเด็กประถมคงเข้าใจ
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



