บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:จากเบอร์ลินถึงกรุงเทพฯ

มองผ่านเลนส์คม:จากเบอร์ลินถึงกรุงเทพฯ

26 ก.ค. 2554

มองผ่านเลนส์คม:จากเบอร์ลินถึงกรุงเทพฯ

           ไปท่องกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงใหม่ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีค่อนวัน สิ่งที่จับตาจับใจที่สุดคือ ภาพคนผู้คนต่างวัยขี่จักรยานผ่านหน้าผ่านหลังไปตลอดเวลา ผู้บริหารกรุงเบอร์ลินตีเส้นปันเขตให้นักปั่นจักรยานเดินทางสะดวก
 
          นักปั่นคนไหนรีบก็ลงไปปั่นริมถนนใหญ่ ใครไม่รีบร้อนอยากชมบ้านเมือง ชมแหล่งประวัติศาสตร์ก็ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ผู้ชายผู้หญิง หนุ่มสาว หรือสูงอายุปั่นไปซื้อของ นักท่องเที่ยวเช่าจักรยานชมเมืองหรือพิพิธภัณฑ์ตามแหล่งให้เช้า สองล้อแต่ละคันแตกต่างไปตามความต้องการของคนปั่น
 
          ตอนรอขึ้นรถไฟไปเมืองฮัมบูร์ก เห็นนักปั่นจูงสองล้อคู่ชีพขึ้นลงบันไดเลื่อน บ้างเพิ่งเดินทางมาถึง บ้างกำลังจะเดินทาง รถไฟเยอรมันอนุญาตให้นักปั่นนำจักรยานขึ้นไปได้ แต่ต้องดูให้แน่ว่าเฉพาะโบกี้ที่จัดให้เท่านั้น สังเกตจากรูปจักรยานที่ติดไว้ข้างตู้ โดยคิดค่าบริการเพิ่ม 1.5-2 ยูโร ไปถึงเมืองไหนก็ลงปั่นต่อ สมเป็นประเทศที่รณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีสำนึก
 
          เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมไปทำธุระที่บริษัทเคล็ดไทยฯ ข้างวัดราชบพิธ เสร็จธุระเห็นว่ามีเวลาว่างทั้งวัน จึงเดินเล่นๆ ออกมาทางถนนตะนาว มุ่งไปหาน้องๆ ที่นิตยสารสารคดี สำนักงานอยู่ถนนปรินายกใกล้สะพานผ่านฟ้า เดินถึงสี่แยกคอกวัวรู้สึกกระหายน้ำ บริเวณแหล่งขายสลากกินแบ่งมีรถเข็นขายน้ำมะพร้าวใส่ขวดชนิดไม่เติมน้ำเชื่อมขวดละ 30 บาท ดื่มกินทั้งน้ำทั้งเนื้อแล้วเหลียวมองหาถังขยะ ปรากฏว่าไม่มีสักใบเดียว นึกในใจว่า ถ้าข้ามถนนราชดำเนินไปทางฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา กรุงเทพมหานครคงเมตตาวางถังขยะไว้ให้คนยากทิ้งขยะสัก 2-3 ใบ
 
          ข้ามถนนไปหน้าร้านแมคโดนัลด์ ผ่านหัวมุมโรงเรียนสตรีวิทยา ข้ามถนนไปตามทางเท้าไปสะพานผ่านฟ้า ก็ยังไม่พบถังขยะตรากรุงเทพมหานคร เลยนึกในใจว่า กรุงเทพฯ คงสะอาดหมดจดแล้ว ผู้คนก็รักความสะอาดไม่ทำไม่สร้างขยะกันอีก บนทางเท้าริมถนนเห็นรอยตีเส้นเจียดพื้นที่ปั่นจักรยาน สิบนาทีที่เดินถึงสะพานผ่านฟ้า ไม่ได้พบใครขี่จักรยานผ่านมาสักคน ไม่ว่าชาวเมืองหรือนักท่องเที่ยว
 
          ย้อนนึกไปถึงกรุงเบอร์ลิน ขนาดบ้านเมืองเขาสะอาดสะอ้านแต่ยังอุตส่าห์ตั้งถังขยะวางไว้ใกล้ๆ บ้านเขาผลิตรถยนต์ชั้นเยี่ยมส่งไปขายทั่วโลก ชาวเมืองยังลอยหน้าลอยตาปั่นจักรยานอย่างมีความสุข เลนจักรยานแทบไม่ว่าง ถนนหนทางรถราไม่ติดเป็นตังเม
 
          ผู้อ่านนิตยสารทราเวล แอนด์ เลเชอร์ ลงคะแนนคัดเลือกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2554 ใครอยากเชื่อก็เชื่อไปเถอะ ไม่ใช่แค่เห็นคนปั่นจักรยานกับถังขยะ แล้วยกให้กรุงเบอร์ลินเหนือกว่า
 
          แต่ความเจริญทางวัฒนธรรมอยู่ที่ผู้คนพลเมืองฝ่ายเดียว หรือหน่วยงานรับผิดชอบมีส่วนเสริมสร้าง นี่เป็นคำถามเบาๆ

"จำลอง ฝั่งชลจิตร"