บันเทิง

เพลิน พรหมแดน-รังสี เสรีชัย
กับประชาธิปไตยสีแดง

เพลิน พรหมแดน-รังสี เสรีชัย กับประชาธิปไตยสีแดง

24 เม.ย. 2552

หลังจากที่ เอกชัย ศรีวิชัย ขึ้นปราศรัยและร้องเพลงบนเวทีประชาธิปไตยที่สวนจตุจักร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เมื่อปี 2549 และได้รับผลกระทบจากแฟนเพลงที่ต่อต้าน จนมีผลต่อการเดินสายคอนเสิร์ตไประยะหนึ่ง เช่นเดียวกับขวัญใจคนเดิม สายัณห์ สัญญา ที่ประกาศตัวชัดว่าสนั

  เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา เสียงเพลง "ตอไม้ที่ตายแล้ว" "น้ำกรดแช่เย็น" ขับร้องโดยนักร้องต้นฉบับ  รังสี เสรีชัย และเพลง “รักประชาธิปไตย” ที่ใช้ทำนองเพลง "ชมทุ่ง" ของเพลิน พรหมแดน ที่กระหึ่มบนเวทีคนเสื้อแดง สร้างความฉงนให้แก่คนลูกทุ่งไม่น้อย ว่าเหตุไฉนสองนักร้องขวัญใจชาวบ้านถึงได้ออกมายุ่งกับการเมืองที่กำลังแบ่งเป็นฝักฝ่าย
ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" มีโอกาสสอบถามเหตุผลและความคิดของการร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองของสองนักร้องดังนี้

 “เราไปด้วยความบังเอิญ วันนั้นพอดีไปตัดผมที่ห้างดิโอลด์สยาม ขับรถผ่านมาบริเวณที่มีการชุมนุมพอดี รถติดมาก พอดีมีน้องคนหนึ่งโทรเข้ามาหาถามว่า เราอยู่ตรงไหน พี่ก็บอกไปว่าอยู่แถวนั้น เขาก็บอกว่าจะไปที่ชุมนุมไหม เขาจะมารับด้วยความที่เราสงสารเห็นคนต่างจังหวัดเข้ามากันเยอะ เราอยากไป พี่เพลินบอกว่าจะไปยังไงรถก็ติด น้องคนที่โทรมาเลยมารับ แป๊บเดียวเรามาอยู่หลังเวทีเลย  คุณวิสา คัญทัพ พจมาน พิมพ์จันทร์ เขาก็บอกว่าไหนๆ มาแล้วก็ร้องสักเพลง พี่เพลินบอกว่าไม่ได้เตรียมตัวมาเลย พอดีทางเวทีมีเพลง “ชมทุ่ง” อยู่พี่เพลินจึงร้องเพลง ”รักประชาธิปไตย” ที่พี่เขาแต่งไว้นานแล้วคนก็ชอบ“

 สกุตลา  พรมสว่าง ภรรยาของนักร้องเพลงพูดชื่อดังนั่งลำดับเหตุการณ์วันที่ขึ้นเวทีคนเสื้อแดงให้เราฟังอย่างละเอียด ก่อนจะบอกที่มาที่ไปของเพลง ”รักประชาธิปไตย” ที่เพลินใช้ร้องกล่อมในวันนั้นว่า

 “เพลง “รักประชาธิปไตย” เป็นเพลงกลางๆ ที่ไม่เคยว่าใคร เพลงนี้พี่เพลินแต่งไว้นานแล้ว เนื้อเพลงตอนแรกเป็นเรื่องการจีบสาว เพราะพี่เขาชอบแต่งเพลงแนวเปรียบเทียบ แต่เนื้อมันไม่ค่อยเข้ากัน เลยพักเพลงนี้ไว้ วันนั้นเราก็ไม่ได้ว่าใครหรือยุให้ใครทะเลาะกัน และไม่มีใครจ้างเราชักจูงให้ไป เราไปเพราะเห็นพี่น้องจากต่างจังหวัดมากันมาก เราชอบทำบุญด้วยเสียงไปกล่อมพวกเขา พวกเขามีความสุข เราไม่กลัวกระแสอะไร เราไม่ได้อยู่ข้างสีไหนเราอยู่สีประชาธิปไตย พวกเขามาชุมนุมแบบสงบ แต่มีสิ่งแอบแฝงเข้ามามันน่ากลัว ทุกฝ่ายควรทำอะไรในที่แจ้งให้สังคมได้รับรู้ เวลานี้ไม่มีฝ่ายไหนที่ทำในที่แจ้งเลย”

  ด้าน รังษี เสรีชัย นักร้องลูกทุ่งวัย 49 ปี บอกเหตุผลของการร่วมชุมนุมครั้งนี้ว่า
        “เราเห็นว่าการปิดสนามบินที่ผ่านมามันไม่ถูกต้อง มันกระทบกับงานเรา จริงๆ เราอยู่บันเทิงไม่อยากเข้าไปยุ่ง รัฐทำอะไรไม่ได้มันสองมาตรฐาน ผมเป็นนักร้องที่ถูกลืมไปแล้ว ผมไปโจมตีใครด่าใครไม่เป็น พวกเขาทำให้เราต้องถูกตราหน้าว่า ไม่รับผิดชอบต่องาน ซึ่งเราไม่ได้ก่อขึ้นเลย บางครั้งคนจ้างมาจ้างเรา ก็มาถามว่าเราพวกไหน ถ้าเราไม่อยู่พวกเดียวกับเขาก็ไม่จ้างเรา ใครช่วยเราบ้าง ใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกผมก็ยังต้องดิ้นรนร้องเพลงอยู่วันยังค่ำ“

        ผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบที่ได้รับหลังจากไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดง กับกระแสข่าวที่ว่าเป็นคนประสานงานติดต่อนักร้องไปขึ้นเวทีสีแดงใช่หรือไม่ อดีตนักร้องดังบอกว่า

         “ผมไม่ได้ประสานงานให้ใครไปขึ้น ทุกคนเขาสมัครใจไปกัน ส่วนใครจะทำผมไม่ทราบ นักร้องทุกคนมีเหตุผลมีความคิดเป็นของตัวเอง คงไม่มีใครไปชักจูงเขาได้ อย่าง พี่เพลิน พรหมแดน เขาก็เป็นผู้ใหญ่เขาต่างคนต่างมากันเอง  ส่วนเรื่องผลกระทบกับผมก็มีบ้างทางภาคใต้ หรือบางเขตที่เขาแบ่งพวกกัน มีถามผมว่าเป็นนักร้องทำไมไม่เป็นกลาง ผมย้อนถามเขาไปว่า ความเป็นกลางอยู่ตรงไหนลองบอกผมซิ ในเมื่อกฎหมายไม่เป็นกฎหมาย เสียงบประมาณไปเท่าไหร่กว่าจะได้มา ถ้าใครไม่จ้างผมไปร้องเพลงผมก็อยู่ตามอัตภาพของผม ตอนนี้ผมเสนอตัวเข้าร่วมกับเขาแบบเต็มตัวแล้ว ผมยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น เพราะผมไม่ได้ไปทำร้ายใคร เราคือ ผู้ร่วมชุมนุมแสดงความคิดเห็น“