บันเทิง

พบรักที่ Portobello  
ยืนจูบหวานที่ Notting Hill

พบรักที่ Portobello ยืนจูบหวานที่ Notting Hill

15 ก.ค. 2554

การเดินทางของผมนั้น หลายครั้ง เป็นความหมายของ journey มากกว่า travel เพราะยาวนานแต่รู้จุดหมายปลายทาง แต่ถึงจะมี destination ที่ชัดเจน

          ทว่า บางช่วงเวลา ความผูกพันระหว่างฉากหลังด้วยสถานที่ ก็มีเรื่องของการจดจำและดนตรีเข้ามาร้อยผูกกัน ด้วยท่วงทำนอง วันหนึ่งผมคงจะไปเดินฟังเพลง bleecker street ของ ไซม่อน แอนด์ การ์ฟังเกล ที่สถานที่ชื่อเดียวกัน ซึ่งเช้าวันหนึ่งในปี 2007 ผมได้แบบนั้นกับเพลง Portobello
belle ที่ ไดร์ สเตรท เคยขับขาน ในถนนหนทางชื่อเดียวกันนี้กับเพลง

          เพลงหวานทำให้คิดถึงฉากหลังที่เคยสวยและยังสวย บางที การฟังเพลงนี่แหละ ที่คอยกระซิบบอกเราอยู่ไกลๆ ถึงเรื่องราวเหล่านั้น

          ปี 2007 ผมมีนัดดูบอลแมทชิ่งชนะเลิศฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ที่เมกะเวมบลีย์ ระหว่างแมนยูทีมรักกับเชลซี การไปเวมบลีย์ครั้งแรกในเวอร์ชั่น modern stadium ทำให้เห็นเทคนิคการสร้าง ที่เล่น innovation ต่างๆ หลังจากปิดทำไปนานเกือบ 7-8 ปี ฟุตบอลนัดนั้นแม้ว่าแมนยูจะแพ้อย่างเฉียดฉิว 0-1 โดยต้องยื้อกันถึงต่อเวลา 120 นาที แต่แฟนผีคงไม่เศร้ามาก เพราะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปก่อนหน้าแล้วหนึ่งสัปดาห์ การขายโทรโข่งเชียร์, การเดินเข้าออกแบบแยกกองเชียร์ หรือดีไซน์ในสนาม ก็เป็นความประทับใจส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเทียบกับวันเวลาใน Notting hill และ Portobello แล้วต้องบอกว่า คนละทิศละทาง และคนละความรู้สึก

          สนามเวมบลีย์ เหมือนผู้ชายร่างใหญ่ที่เล่นเวท แต่ Portobello คล้ายหญิงสาวเอวบาง เป็นมิตรและเรียบง่าย แต่อบอุ่น อ่อนหวาน ในความจริงแล้ว ผมไปที่นั่นทุกครั้ง ที่ต้องไปลอนดอน จำได้ว่าตั้งแต่ปี 1996-2011 ไม่มีครั้งไหนที่อยู่ในเมืองหลวงของอังกฤษ แล้วไม่ได้ไปทักทายสถานที่นี้
Portobello Road Market เป็นเส้นถนนที่ “ทอดตัว” ผ่านย่าน notting hill ความกว้างก็แค่ถนนเล็กๆ 2 เลน

          ซึ่งสองฝั่งถนน มีบ้านหลังเล็กๆ ที่มีเทอร์เรซของบ้าน ได้รับอิทธิพลมาจากยุค Victorian style
บ้านแต่ละหลังจะมีขนาดเล็กๆ และที่สะดุดตานักท่องเที่ยวก็คือ การทาสีแต่ละบ้านจะน่ารัก เป็นสีๆ กันไป ชมพู ฟ้า เหลือง เขียว แดง ตลอดทางก็จะเป็นร้านขายของต่างๆ นานาทุกอย่าง Portobello มีที่มาจากกรีนเลนเมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้เล็ก และผู้คนที่อัธยาศัยดี ถ้าจะหาคำชัดๆ มาแทนลงไป เห็นจะต้องเรียกกันว่า “ตลาดนัดตอนเช้า” (ซึ่งจะมีทุกวันเสาร์) มันเหมือนชุมชนเล็กๆ ที่อยู่กันอย่างสงบ ไม่ทันสมัยมากด้วยแบรนด์ แต่ไม่ได้ตกจากยุคสมัยอย่างแน่นอน

          ถนนเส้นนี้พอเดินไปเรื่อยๆ ก็จะผ่านย่าน notting hill ซึ่งผมก็แวะเลี้ยวไปร้านหนังสือ the travel book shop ที่อยู่ในหนังรักชื่อเดียวกันเมื่อปี 1999 บ่อยๆ (มีข่าวว่าร้านปิดทำการไปแล้วนะ)
ตอนไปที่ร้านหนังสือแห่งนั้นหลังหนังออกฉาย พอเก้ๆ กังๆ พนักงานก็บอกว่า “เข้ามาเถอะ ใช่แล้ว ร้านในหนังนั่นแหละ” (เขาคงโดนถามบ่อย จากนักท่องเที่ยว)

          ในร้านหนังสือ ผมอุดหนุนเขาด้วยการซื้อบทภาพยนตร์ของ notting hill 3 เล่ม
และให้เจ้าของร้านเซ็นให้เป็นที่ระลึก ร้านนี้ดังมาก และจัดเป็นร้านหนังสือที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเที่ยวมากสุด เพราะตัวหนังรักที่มี ฮิวจ์ แกรนท์ และ จูเลีย โรเบิร์ต แสดงนั่นเอง ทางร้านก็คงแอบปลื้ม เพราะในร้านก็ตัดข่าวต่างๆ มาแปะเอาไว้ในพื้นที่ห้องขวา

          การที่ Portobello ยืนเคียงข้างอยู่กับ Notting hill นี่แหละ ทำให้ไดร์สเตรทคงอดไม่ได้ที่จะร้องเพลงชื่นชม เพราะมันไม่ใช่ตลาดนัดธรรมดา แต่เป็นวิถีชีวิตที่อ่อนหวานและสัมผัสได้ ผมเห็นด้วยกับรุ่นน้องคนหนึ่งว่า เวลาเราไปเดินที่ Portobello market เรากลับสัมผัสอังกฤษได้มากกว่าการแห่ขึ้น London eye เวลาเราไปทำตัวหวานใส่ Notting hill สัก 2 ชั่วโมง มันทำให้เรารู้สึกเข้าถึงอารมณ์ของลอนดอน มากกว่าไปยืนถ่ายบนสะพาน tower bridge
มากมายนัก

          ล่าสุดที่เพิ่งมา ผมเจอลุงแก่มาขายวรรณกรรมเก่าคลาสสิก ที่แม้จะแบกับดิน แต่ก็มีเครื่องรูดการ์ดบริการ ผมซื้อหนังสือแกมา 2-3 พันบาท พอรูดเสร็จ แกชื่อและเบอร์โทรลงเศษกระดาษ และบอก ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับตัวเลข โทรมาเลย พ้นจากแผงนี้ไป มีร้านอีกเป็นร้อยๆ ที่ยั่วให้คุณเป็นเหมือนคนหาขุมทรัพย์ ที่ไม่ต้องพึ่งลายแทง

          เพราะ Portobello มีของกิ๊บเก๋ทุกแบบเป็นหมื่นๆ ชิ้น ให้สายตาคุณพิสูจนืการมองเห็นคุณค่าของมัน เดินๆ ไปถ้าหิว ก็สามารถซื้ออะไรเดินกินได้ พร้อมกับดูของ ผมไปเจอเสื้อยืด notting hill และพบกระเป๋าลวดลายภาพวาดสีน้ำของ notting hill และกำไลผู้หญิง ยังซื้อมาฝากสาวคนหนึ่ง ที่ดีกับผมมาตลอด ผมซื้อมาฝากเธอคนเดียวเลย มันจะได้ดูวิเศษ เพราะถ้าซื้อฝากไปทั่ว มันจะดูธรรมดา (มันสวยขนาดผมยังซื้อกระเป๋าสะพายให้ตัวเองอีก 5 ใบ)

          พอเดินไปถึงย่านชื่อหนังรัก เราจะพบร้านผลไม้หลากสีสันที่น่ากินมาก ลูกพีช แอปริคอต เชอร์รี่ และสตรอเบอร์รีย์ ผลไม้ต่างๆ บนลังไม้ เหมือนเด็กผู้หญิง เหมือนเพลงเก่า และนิยายรัก
ขณะที่พ่อค้าแม่ขาย มีตั้งแต่สาวอินเดีย ไปจนถึงหนุ่มปากีสถาน และนักท่องเที่ยวจากยุโรป

          ซึ่งบางคน ซื้อมาทั้งวัน ก็ปูผ้า ขายต่อเสียเลย สนุกดี ถ้าเหนื่อยจากการเดินละเลียด ก็นั่งพัก เพราะสองข้างทางมีของกินเต็มไปหมด ผมตั้งใจว่า สักวันควรจะมีเที่ยวกับคนรัก มาเช้าๆ มาเดินพลอดรัก พอตกบ่ายแดดเริ่มร้อน ก็ชวนเธอดูหนังรักที่โรง notting hill theatre ซึ่งเป็นโรงหนังเล็กๆ ที่มีอายุเก่าที่สุดของอังกฤษ คือ 100 ปีพอดี

บายไลน์ : นันทขว้าง สิรสุนทร