บันเทิง

โต้ใช้เส้นเล่นละคร‘มาร์กี้’ยันไม่น้อยใจรับมีดวงส้มหล่น

โต้ใช้เส้นเล่นละคร‘มาร์กี้’ยันไม่น้อยใจรับมีดวงส้มหล่น

14 ก.ค. 2554

“มาร์กี้” ราศี บาเลนซิเอก้า เผยเป็นเรื่องปกติ หากคนมองใช้เส้นเล่นละคร ยันตั้งใจทำงานเพื่อลบคำสบประมาท ปัดมีงานเยอะกว่าคนอื่น พร้อมรับมีดวง “ส้มหล่น” แง้มหัวใจสนิททายาทผู้จัด “ต้อง” จุลวุฒิมา 6 ปี ดูแลดีเหมือนเดิม

        สาวลูกครึ่งหน้าคม “มาร์กี้” ราศรี มีเรื่องหัวใจสนิทกับทายาทผู้จัด "ต้อง” จุลวุฒิ ทำให้ถูกมองว่าไม่ได้ใช้ความสามารถแต่ใช้เส้น ทำให้มีงานละครเยอะกว่านักแสดงคนอื่น เจอตัวมาร์กี้ในงาน “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2554” ณ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน สาวมาร์กี้เผยดังนี้

         “ถามว่าหนูมีละครเยอะกว่าคนอื่นไหม ไม่จริงเลย ปกติมีละครแค่ปีละเรื่อง มีแค่ครั้งนี้ ที่มีละคร 2 เรื่องคือ “เงาพราย” กับ “รอยมาร” เหมือนฟลุกๆ มากกว่า คือหนูเป็นคนที่มีดวงส้มหล่น บ่อยมาก อย่างรับงานอีเวนท์ บางครั้งมีคนโทรมาถาม ว่าหนูว่างไหม พอดีมีคนไม่สบาย ดวงด้านนี้เจ๋งมากเลย (หัวเราะ) ความจริงยิ่งมีข่าวแบบนี้ เราต้องตั้งใจทำงานให้ดีขึ้น เพื่อลบคำพูดนี้ไป

         ส่วนเรื่องที่คนมองว่าเราไม่ได้ใช้ความสามารถ ไม่น้อยใจหรอก เพราะเป็นเรื่องปกติ ที่คนจะมองว่าใช้เส้นหรือเปล่า เพราะแม่เป็นนางแบบ คนอาจจะคิดว่า เลยทำให้ได้เข้ามาทำงานในช่องหรือเปล่า ถามว่าทำให้วางตัวลำบากไหม อย่าไปคิดมาก บางเรื่องฟังหูซ้ายทะลุหูขวาไปบ้างก็โอเค เพราะเรามีเรื่องให้คิดหลายเรื่องอยู่แล้ว ถามว่าจะลบคำสบประมาทยังไง ต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด” มาร์กี้กล่าว

         ถามต่อถึงเรื่องหัวใจว่าเป็นอย่างไร สาวมาร์กี้ เผย เรื่อยๆ ชิลๆ ยังยืนยันคำเดิมถึงสถานะว่า คือเพื่อนสนิท เพราะรู้จักมา 6 ปีแล้ว

         “เรื่อยๆ ไม่มีอะไรโด่ดเด่น หนูเป็นคนชิลๆ เพราะถ้ามีเรื่องทะเลาะหรือว่าต้องห่างกัน เราจะได้ไม่ต้องเครียดเยอะ เพราะตอนนี้รู้จักกันมา 6 ปี (ไม่พร้อมเปิดตัว) คือด้วยเราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันด้วย ไม่อยากให้รู้สึกว่าเยอะเกินไป เพราะถ้าอนาคตเราห่างๆ กัน แล้วเพื่อนเราจะทำยังไง ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็สามารถเจอกันได้สบายๆ (ประทับใจ) ดูแลดี ไม่ได้หวานหรืออะไรขนาดนั้น ถามว่าเมื่อไหร่ถึงจะขยับความสัมพันธ์ ตอนนี้ดูไปเรื่อยๆ ส่วนสถานะที่เรียกกันส่วนตัวคือ “พี่” (หัวเราะ) คุณแม่ไม่ได้ว่าอะไร เขาให้เราดูแลตัวเอง อย่าทำอะไรที่น่าเกลียด ให้เราคิดเองไม่ได้ห้ามอะไร เพราะคนเราต้องเรียนรู้เองบ้าง ว่าอะไรดีหรือไม่ดี สอนแค่พื้นฐานให้เราใช้จิตใต้สำนึกเรียนรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำในที่สาธารณะ“ มาร์กี้กล่าวปิดท้าย