
กล้าแรงผ่านอินเทอร์เน็ตใบเบิกทางบันเทิงยุคปลายนิ้วสัมผัส
ยุคที่เพลงไม่ต้องควักเงินจ่าย แค่ปลายนิ้ว คลิก โหลดฟังเอาได้ง่ายๆ ทำให้นักทำเพลงหลายคน เลือกที่จะนำเสนอผลงานผ่านสื่อออนไลน์ ที่ไม่ต้องเสียเงินทีละมากๆ เหมือนแต่ก่อน ไม่เว้นแม้พวกวงดนตรีภูธร ที่มักขายงานผ่านทางเว็บไซต์ โดยเฉพาะทางยูทูบซึ่งเราจะพบเป็นข่า
อานุภาพของสื่อใหม่ชนิดนี้ เคยทำให้ เพลง “หมีแพนด้า” ของวง "ไคโร” กลายเป็นเพลงฮิตประจำอินเทอร์เน็ตมาแล้ว ส่งผลให้วง "ไคโร” ที่มียอดฝีมือด้านดนตรีและเพลงของวงการลูกทุ่งหมอลำหลายคนร่ำรวยมีงานโชว์เข้ามาจนรับไม่ทัน
แต่ระยะหลังๆ มาสื่ออินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเว็บไซต์อย่างยูทูบ มักถูกนำไปเป็นเครื่องมือของพวกคิดน้อยแต่หวังมาก ล่าสุดกับภาพการแสดงสดเพลง “คันหู” ที่แต่งโดย ชาตรี อิ่มสำราญ ร้องโดยลูกทุ่งหญิง หลิว วาริสสรา อัลบั้ม “กล้าๆ กลัวๆ" ที่ออกมาในช่วงปี 2543 และวง "เทอร์โบ” วงดนตรีภูธรนำมาร้องและโพสต์ลงยูทูบจนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย
จิรภัทร คูหาพัฒนกุล หรือ ไผ่ เทอร์โบ วัย 40 ปี นักดนตรีตำแหน่งมือคีย์บอร์ดวง "เทอร์โบ” ให้สัมภาษณ์ถึงจุดประสงค์ของการโพสต์งานผ่านอินเทอร์เน็ตว่า “ผมเป็นคนโพสต์คลิปแสดงสดอันนั้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตั้งใจที่จะขายงานโชว์เหมือนที่วงอื่นๆ เขาทำกัน ไม่ได้ตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบนี้ และก็ไม่ได้คิดสร้างกระแสอะไร เพลงนี้วงดนตรีอื่นๆ ก็มีเอาไปเล่นแสดงกัน"
ก่อนหน้านี้เพลง "เห็นหมีหนูไหม” ของ วงดีปรี ก็เคยถูกวิจารณ์ถึงเจตนาของภาษา ที่ดูสองแง่สองง่ามเช่นกัน ถึงแม้เพลงจะมีคนสนใจเข้าไปดู แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเพลงนั้นจะขายหรือดังเสมอไป การใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในการโปรโมทนั้น จำปาดะ โปรดิวเซอร์วงดีปรี บอกไว้อย่างชัดเจนว่า
"ผมว่าการใช้สื่อพวกนี้มีทั้งผลดีและไม่ดี ซึ่งต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก อย่างเพลงเห็นหมีหนูไหม นั้นชื่ออาจจะไม่ดี ถ้าคนแปลกลับไปมา แต่เพลงนี้มุ่งไปที่เรื่องอนาจารเพียงต้องการโปรโมทเพลงเท่านั้น พอมีคนพูดถึงในทางไม่ดีเราก็ชี้แจงไปตามความจริง"
ด้าน เปาวลี พรพิมล ลูกทุ่งสาวที่กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง "พุ่มพวง” ซึ่งเธอก็นำตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้มาโพสต์ในอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเฟซบุ๊กของเธอ บอกว่า
“การใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในการโปรโมทงานเพลงหรืองานหนัง หนูว่าทำให้เรารู้กระแสของคนได้เร็วมาก ตอนที่หนูหาข้อมูลเพลงของแม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็หาจากอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน อย่างตัวอย่างหนังที่หนูโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ก็มีคนสนใจเข้ามาเขียนข้อความกันมากในเวลาไม่กี่วัน แต่สื่อชนิดนี้ก็มีมุมที่น่ากลัวมากพอๆ กับประโยชน์ อยู่ที่คนใช้ว่าต้องการอะไร ฉาบฉวยหรือว่าตั้งใจ บางคนก็แค่อยากให้คนรู้จัก บางคนก็หวังเรื่องอื่น"
ส่วนลูกทุ่ง "สาวเสียงพิณ” จินตหรา พูนลาภ บอกถึงการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตกับงานโปรโมทเพลงของเธอดังนี้
“เวลาจินไปคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ แล้วร้องเพลงในอัลบั้มใหม่ แฟนเพลงหน้าเวทีเขาร้องตามกันได้ จินก็สงสัยถามเขาว่าทำไมร้องได้ เพราะเพลงยังไม่วางแผงเลย ถึงได้รู้ว่าแฟนเพลงเขาเข้าไปฟังในเว็บไซต์ต่างๆ แต่จินเปิดไม่เป็น ทีมงานก็เคยเปิดให้ดู จินว่ามันสะดวกมาก คนจะรู้จักเพลงเราเร็วกว่าเมื่อก่อนซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี กว่าคนจะรู้จักเพลง เดี๋ยวนี้แค่อาทิตย์เดียวก็รู้จักกันทั้งประเทศ พวกแฟนเพลงของจินเขาใช้กันเก่งมาก แต่บางทีก็มีการใช้อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ผิดๆ จินเคยเห็นข่าวอยู่ก็น่ากลัวเหมือนกัน"
แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปขนาดไหน ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าคนที่ใช้โดยเฉพาะผู้ที่ทำเพลงไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของเพลง หวังแค่ความมัน ความสะใจเท่านั้น อินเทอร์เน็ตก็อาจเป็นแค่สื่อขยะที่สนองอารมณ์เท่านั้น



