
มองผ่านเลนส์คม - เยี่ยมหอศิลป์กรุงเทพฯ
บ่ายวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 ผมเดินข้ามฟากจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ ไปเยี่ยมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อันใหญ่โตโอ่โถงตรงหัวมุมสี่แยกปทุมวัน ตั้งใจว่าจะไปชมนิทรรศการศิลปะและอื่นๆ ที่กำลังจัดแสดง
ว่ากันว่าหอศิลป์ฯ แห่งนี้ช่วยยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมทีเดียว เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2548 แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสมาเยี่ยมชม ภายในอาคาร 9 ชั้น จัดแสดงงานศิลปะหลายรูปแบบของเหล่าศิลปินทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ให้เยาวชนและประชาชนได้เสพ ความรู้ ความเข้าใจ และคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม
ผมลงชื่อและรับสูจิบัตรก่อนเข้าชมนิทรรศการ ชุด ‘เขาวงกตอารมณ์ป่วน’ พร้อมกับหนุ่มสาว 7-8 คน ที่ทยอยแหวกม่านสีดำบางๆ เข้าไปในพื้นที่เลี้ยวลดที่ใช้ฉากกั้นเป็นห้องเล็กๆ 6-7 ห้อง แต่ละห้องติดตั้งสื่อสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ของคนยุคปัจจุบัน อาทิ เหงา ฟุ้งซ่าน อยาก โกรธ และลังเล จนกลายเป็นคนอับปัญญาขาดสมาธิ
เริ่มจากห้องแรก ติดตั้งกระจกใหญ่ 2 บานแสดงต้นเหตุของความอยากสารพัด ตั้งแต่อยากสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะดีๆ ไปจนถึงอยากมีอยากได้สารพัด ห้องต่อมาติดตั้งทีวีสัญญาณเสียกับเก้าอี้ให้นั่งชม ห้องถัดไปแสดงพฤติกรรมของเหล่าดาราที่มักบ้าถ่ายรูป เชื่อมกับห้องทีวีจอแบนฉายภาพคนควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้ ฯลฯ
ผมถอยกลับออกมา ถามตัวเองว่าได้อะไรบ้าง สมองตื้นๆ รับรู้ได้เท่าที่ตาเห็น หูได้ยิน เมื่อกางสูจิบัตรพบคำอธิบายเกี่ยวกับนิวรณ์ 5 อันเป็นหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ที่เป็นเครื่องกั้นความดี ได้แก่ เพลิดเพลินในกาม ความโกรธ รำคาญ ฟุ้งซ่าน และลังเล
ข้อมูลบอกเล่าที่มาของโครงการ ‘ป่วน’ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า กระแสโลกาภิวัตน์ได้เปลี่ยนสังคมไทยสู่สังคมบริโภคนิยม ที่เชื่อในคุณค่าของความสุขทางวัตถุและความสุขจากภายนอก ผู้คนมุ่งแสวงหา ขวนขวาย และแข่งขันกันหาความมั่งคั่งสุขสบาย นี่คือสิ่งที่ศิลปะชุด ‘ป่วน’ พยายามสร้างความรู้และความเข้าใจเพื่อช่วยรั้งกระแสจิตมนุษย์ไม่ให้ป่วนลงชั่วขณะ เสียดายที่ไม่ได้ชมหนังสั้นป่วนๆ 5 เรื่องของ 5 ผู้กำกับรุ่นใหม่ ภาส พัฒนกำจร, อนุชิต มวลพรม, ไพรัช คุ้มวัน, ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล และวีราภา เองมหัสสกุล
นอกจากนิทรรศการเปิดโล่งเช่นชุดป่วนแล้ว ตามพื้นที่เช่าล็อกต่างๆ ก็มีศิลปินมาเช่าเพื่อใช้จัดแสดงผลงานให้ชมฟรีบ้าง ขายสินค้าศิลปะบ้าง แต่ละล็อกติดแอร์คอนดิชั่น และสามารถผ่านเข้าออกได้เพียงผลักประตูกระจก
วันหยุดไหนถ้ามีเวลาว่าง ผมอยากเชิญชวนให้มาเที่ยวหอศิลป์ฯ แห่งนี้กันนะครับ นอกจากเป็นแหล่งชื่นชมศิลปะแบบชวนให้คุณได้ประลองคมคิด ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหัวข้อเป็นประจำทุกเดือนแล้ว ที่นี่ยังเสมือนสตูดิโอขนาดใหญ่ ที่รวมฉากสวยๆ เก๋ๆ หลากสไตล์ ให้ผู้รักที่รักการถ่ายภาพได้ใช้เป็นฉากฟรีด้วย ขออย่าเปิดแฟลชรบกวนผู้อื่นเป็นใช้ได้
"จำลอง ฝั่งชลจิตร"



